
เมื่อวันศุกร์ ซึ่งทางโรงเรียนกำหนดให้จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ มีกิจกรรมหลายอย่าง ตั้งแต่คำกล่าวเทิดทูนพระคุณแม่ จัดป้ายนิเทศแสดงผลงานนักเรียน ทำพิธีกราบแม่ และการแสดงกลางแจ้ง
ซึ่งมีนักเรียนจำนวนหนึ่ง ที่เต็มใจทั้งการแสดง การซักซ้อม ตลอดจนยินดีให้ความร่วมมือในการจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าและแต่งตัว
ครูอ้อยก็เพลิดเพลินกับนักเรียนหญิง เพราะโดยส่วนตัว ครูอ้อยก็มีแต่ลูกหญิง จึงมองด้วยความเอ็นดู ถ่ายรูปให้เธอๆ กันอย่างเอิกเกริก
พองานดำเนินไปได้เพียง 1 ชั่วโมงเศษ พิธีก็เลิก นักเรียนเดินแถวขึ้นห้องเรียน และเรียนตามปกติ
ครูอ้อยได้เข้าไปสอนตามปกติที่ห้องเรียนห้องหนึ่ง ครูอ้อยได้ทักทายนักเรียนหญิงคนหนึ่งว่า....น้อง....ไม่ได้รำกับเพื่อนๆหรือคะ
นักเรียนหญิงคนนั้น...ส่วยหน้าไปมา
ครูอ้อยก็เลยถามต่อว่า...ครูสงสัยว่า หน้าตาน่ารัก ทำไมไม่ถูกครูเลือกไปรำล่ะคะ
เด็กหญิงคนนั้นตอบครูอ้อยว่า....รำเดี๋ยวเดี๋ยวเองค่ะ ครูขา ตั้ง 600 บาท หนูเสียดายเงิน สงสารคุณแม่ค่ะ
ครูอ้อยได้ยิน รู้สึกสำนึกในคำพูดของเด็กน้อยคนนี้ทันทีว่า...600บาทของเด็กที่พ่อแม่ พอมีจ่ายให้ลูกมีความสุขกับการได้แสดง กับ เด็กอีกหลายๆคนที่ไม่มีโอกาส ทำแบบนั้น กับเพื่อนๆในวัยเดียวกัน
ครูอ้อยจึงนึกย้อนไปถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก พ่อของเพื่อนไปญี่ปุ่นกลับมา ได้ซื้อชุดกิโมโนมาฝากลูกสาว ใส่มางานวันเด็กสุดแสนจะน่ารัก
ครูอ้อยแอบดูเพื่อน ชื่นชมเพื่อน อิจฉาเพื่อน มีทุกอารมณ์ไปเลย นั่นคือเด็ก ...
แต่พอมาถึงปัจจุบันนี้ มี่เงินเดือนกิน ซื้อกันจังเลยเสื้อผ้า มี 3 ตัวไม่พอ ซื้อใหม่อีก 4...5...6...7 จนล้นตู้ ไม่มีที่จะแขวน แล้ว
ซื้อกันทำไมนี่ ทำไมไม่มีเพียงแต่ 3 ตัว ใส่สลับกันไปมา ก็น่าจะพอ
คิดได้นะ แต่ทำไม่ได้สักที......
อะไรผ่านมาขาย....เป็นเอา...ตั้งหน้าตั้งตาซื้อหมด...ทุกที
| |