มงคลแห่งชีวิต
วิกูล โพธิ์นาง
๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐
ในชีวิตประจำวัน ต่างคนต่างพบเรื่องราวไม่เหมือนกัน เหตุการณ์การกระทำที่ถูกใจก็ว่าสุขใจหากตรงกันข้ามก็ว่าทุกข์ใจ ร่างกายได้รับตอบสนองทางบวกอยู่ดีสบายก็ว่าสุขกายหากไม่ก็ทุกข์กาย ทั้งสุขทั้งทุกข์จึงปนๆกันไปแล้วแต่ฐานะและใจจะปรุงแต่งในสังคมทุกวันนี้ถึงแม้จะมีสุขอยู่ในปริมาณที่มากกว่าคนอื่นก็ยังแสวงหาอีกอย่างคือ “มงคล” บ้างก็ได้จากการกราบไหว้บูชาต้นไม้สถานที่ บูชาวัตถุมงคล จัดบ้านต้นไม้สระน้ำเพื่อให้เป็นมงคล หลายต่อหลายคนล้วนหาสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นมงคลให้เกิดมีกับตนแม้ยากจนสักปานใดก็ขอให้มีมงคลบ้างก็อุ่นใจวิถีชีวิตของคนไทยเราจึงต่างคนต่างแสวงหาความเป็นมงคลให้กับตนเองทั้งที่เป็นนามธรรมเช่นการท่องคาถาอาคมหรือภาวนาต่างๆ ส่วนที่เห็นเป็นรูปธรรมวัตถุสิ่งของก็มีมากมาย นั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคลทำแล้วไม่เดือดร้อนใครก็ทำไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าสิ่งที่คิดว่าเป็นมงคลนั้นยึดถือปฏิบัติอยู่พร้อมกับทราบถึงความหมายของคำว่า “มงคล” ได้อย่างถูกต้องแล้วมงคลที่มีความหมายถูกต้องนั้นว่าอย่างไร...?มีเรื่องเล่าว่า เมื่อประมาณ ๑๒ ปีก่อนพุทธกาล มีการถกเถียงกันเกี่ยวกับมงคลเหมือนกันว่าคืออะไรกันแน่ เถียงกันอยู่นานบ้างว่าภูเขา ต้นไม้ บางคนก็บอกว่าเทวรูป ท้องฟ้าไม่มีข้อยุติ ความโต้เถียงกันเรื่องมงคลทราบไปถึงภูมิเทวดาท่านก็มาประชุมกันว่าที่มนุษย์เขาเถียงกันนั้นอะไรคือข้อยุติก็สรุปไม่ได้เมื่อทราบถึงอากาศเทวดาก็สรุปไม่ได้ผ่านไปหลายชั้นเทวดาแต่ละชั้นตอบไม่ได้สักชั้นเดียวในที่สุดมาถึงชั้นที่เรียกว่า สวรรค์ชั้นสุธาวาสเป็นชั้นของ กลุ่มเทวดาที่เป็นมนุษย์บรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี ชั้นนี้ท่านทราบดีว่ามงคลคืออะไรแต่ไม่สามารถอธิบายได้จึงได้ประกาศให้เทวดาทุกชั้นทราบว่าเราทราบแต่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างไรเสียก็อย่าหมดหวังเพราะอีกสิบสองปีต่อจากนี้จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาตรัสรูธรรมโปรดไปถามพระพุทธองค์ครบสิบสองปี ณ คืนหนึ่งหลังจากที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ท้าวสักเทวราชพาเหล่าเทวดาทั้งปวงมาเข้าเฝ้าแล้วให้เทพบุตรถามว่าอะไรคือมงคลแห่งชีวิตพุทธองค์จึงทรงแสดงหลักแห่งมงคลซึ่งมีทั้งหมด ๓๘ ประการเรียกว่า “มงคล ๓๘”ประกอบไปด้วย๑. การไม่คบคนพาล๒. การคบบัญฑิต๓. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา๔. การอยู่ในถิ่นอันสมควร๕. เคยทำบุญมาก่อน๖. การตั้งตนชอบ๗. ความเป็นพหูสูต๘. การรอบรู้ในศิลปะ๙. มีวินัยที่ดี๑๐.กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต๑๑.การบำรุงบิดามารดา๑๒.การสงเคราะห์บุตร๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา๑๔.ทำงานไม่ให้คั่งค้าง๑๕.การให้ทาน๑๖.การประพฤติธรรม๑๗.การสงเคราะห์ญาติ๑๘.ทำงานที่ไม่มีโทษ๑๙.ละเว้นจากบาป๒๐.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย๒๒.มีความเคารพ๒๓.มีความถ่อมตน๒๔.มีความสันโดษ๒๕.มีความกตัญญู๒๖.การฟังธรรมตามกาล๒๗.มีความอดทน๒๘.เป็นผู้ว่าง่าย๒๙.การได้เห็นสมณะ๓๐.การสนทนาธรรมตามกาล๓๑.การบำเพ็ญตบะ๓๒.การประพฤติพรหมจรรย์๓๓.การเห็นอริยสัจ๓๔.การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน๓๕.มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม๓๖.มีจิตไม่เศร้าโศก๓๗.มีจิตปราศจากกิเลส๓๘.มีจิตเกษมจากทั้ง ๓๘ ประการนั้น มงคลคือเหตุแห่งความสุขความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิตซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึงปฏิบัตินำมาจากบทมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่าคุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญหรือมี "มงคลชีวิต" ซึ่งมี ๓๘ ประการข้างต้นพจนานุกรมนักเรียนฉบับเฉลิมพระเกียรติพิมพ์ครั้งที่ยี่สิบเอ็ดกุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ (ปรับปรุง) ให้ความหมาย มงคล คือ สิ่งที่นำมาซึ่งความเจริญ,ด้ายที่สวมศีรษะเพื่อเป็นมงคลพระธรรมเทศนา สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ความว่า ...คำว่ามงคล ได้แก่เหตุให้ถึงความสุขความเจริญ ความสุขความเจริญนี้จะมีขึ้นได้ก็เพราะได้กระทำเหตุที่ทำให้ถึงความสุขความเจริญจึงเรียกมงคล... วันนี้คล้องวัตถุมงคลอยู่ราคาหลายบาท จัดบ้านเรือนตามโหราศาสตร์ ผูกดวงชะตาด้วยพิธีใหญ่โตปานใดหากไร้ซึ่งการปฏิบัติในใน ๓๘ ประการข้างตนก็หามีมงคลไม่แต่จะมีหรือไม่มีวัตถุมงคลใด จัดบ้านเรือนตามใจสะดวก มิได้ผูกดวงชะตาใดๆเลยหากปฏิบัติแม้เพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ถือเป็นมงคล ชีวิตมีมงคล เริ่มง่ายๆของการปฏิบัติตนให้มี “มงคล”คือไม่คบคนพาลคบแต่นักปราชญ์ ดังสุภาษิตอิศรญาณ เป็นเพลงยาวสอนไว้ว่า อย่าคบมิตรจิตพาลสันดานชั่วจะพาตัวให้เสื่อมที่เลื่อมใสคบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำไรท่านย่อมให้ความสบายหลายประตูจาก “ธรรมะไทย” ก็มีอยู่กลอนหนึ่งว่าอย่าคบมิตร ที่พาล สันดานชั่วจะพาตัว เน่าดิบ จนฉิบหายแม้ความคิด ชั่วช้า อย่ากล้ำกรายเป็นมิตรร้าย ภายใน ทุกข์ใจครัน ลักษณะของคนพาล มี ๓ ประการคือ ๑. คิดชั่ว เช่นคิดอยากได้อยากมีในทางทุจริต คิดลามกอนาจาร๒. พูดชั่ว พูดแล้วหาสาระไม่ได้เช่น พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ๓. ทำชั่ว เช่นกระทำให้คนอื่นเดือดร้อนผิดศีล ผิดธรรม ลักขโมย ทำร้ายลูกเมีย จะเห็นว่าเพียงข้อแรกของมงคลทั้ง ๓๘ หากไม่ปฏิบัติโดยไปคบคนพาลแล้วชีวิตนี้มีแต่ยากลำบากกายใจทั้งสิ้นหากไม่ประสงค์จะคบคนพาลดูยากนักปัจจุบันเข้าทำนองหน้าเนื้อใจเสือพระท่านสอนเอาไว้ว่าลักษณะของคนพาลดูไม่ยากสังเกตง่ายๆคือจุดสังเกตคนพาล ๕ ประการ๑. ชอบแนะนำไปในทางที่ผิด เช่นแนะนำให้ไปลักของ ให้ลองยาเสพติด๒. ชอบทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ เช่นงานตนไม่ทำชอบก้าวก่ายหน้าที่ผู้อื่น๓. ชอบทำผิด ประเภทเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ช่วยเหลือคนชั่ว ๔. ใครเตือนทางที่ดีก็โกรธ๕. ไม่มีระเบียบวินัย เช่นไม่ชอบเข้าแถวตามลำดับ เล่นเกมส์ในเวลางาน ของดีเมื่อได้มาก็ต้องรักษาเช่นกันมิตรภาพเพื่อนที่ดีได้คบหาแล้วต้องรักษาไว้ให้ดีเชียว ยิ่งหายากอยู่ด้วยในสังคมทุกวันนี้ด้วยคำกลอน (สุภาษิตอิศรญาณ) จะคบมิตรสนิทนักมักเป็นโทษ เกิดขึ้งโกรธต่างต่างเพราะวางจิต ทันระวังตัวที่ไหนไม่ทันคิด เหตุสักนิดแล้วก็ได้ขัดใจกัน
ที่บ้าน หมู่บ้าน ในที่ทำงาน สังคมโดยส่วนรวมถึงแม้จะมีคำกล่าวที่ว่าไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวรนั้น คงต้องกลับมาพิจารณาใหม่เสียแล้วหากเลือกคบหาสมาคมอย่างถูกต้องอย่างน้อยตามหลักมงคล ๓๘ ประการเกี่ยวกับการคบมิตร คงได้พบกับมิตรแท้และศัตรูที่ไม่ถาวรโดยจะเปลี่ยนมาเป็นมิตรแท้ในที่สุดจะเป็นเช่นว่านี้ได้ก็อยู่ที่เราได้เป็นมิตรแท้ของใครหรือยัง...?
www.dhammathai.org(แหล่งศึกษาธรรมะที่สะดวกมาก: วิกูล)