หายหน้าหายตาไปนานเพราะต้องไปหาเสียงเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งก็ชนะยกทีมเป็นสมัยที่ 4 แล้วนะครับ หายหน้าไปนาน พอเริ่มเขียนก็เขียนไม่ค่อยออก แต่หลังจากบทความแรกแล้ว สนิมคงเริ่มหลุดแล้วก็พอจะกลับมาขยันเขียนเหมือนเดิม ( ขยันเหมือนเดิมแปลว่านานๆเขียน อิอิ )

รายงานตัวครับ

         มารายงานตัวครับ  จริงๆก็จะมาแก้ตัวว่าหายหน้าหายตาไปไหนตั้งนาน  จะบอกว่าขี้เกียจก็คงไม่ดี  ที่หายหน้าหายตาไปนานเพราะครบวาระการดำรงตำแหน่งครับ  ต้องไปหาเสียงเลือกตั้งกับทีมงาน  เลือกตั้งไปแล้วเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2550  ผลการเลือกตั้งก็ชนะยกทีมเป็นสมัยที่ 4  แล้วนะครับ  หลังเลือกตั้งก็พักผ่อนสักพัก  แล้วก็เริ่มเขียน blog ใหม่
        การเลือกตั้งของเทศบาลนครพิษณุโลกก็เลือกนายกเทศมนตรีโดยตรง  และเลือกสมาชิกสภาเทศบาล  สำหรับสมาชิกสภาเทศบาลก็แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 4 เขตๆละ 6 คน  รวมสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเป็น 24 คน  ที่ว่ายกทีมหมายความว่า  ได้รับเลือกทั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั้ง 24 คน
        สำหรับตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี เลขานุการและที่ปรึกษานายกเทศมนตรี  เมื่อนายกเทศมนตรีได้รับตำแหน่งแล้วก็จะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งเอง  ไม่ต้องลงเลือกตั้งครับ 
        ก็เหมือนอาจารย์มาลินี  ธนารุณ ท่านคณบดีคณะสหเวชศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวรนะครับ ( ขออนุญาตพาดพิง )  หายหน้าไปนาน  พอเริ่มเขียนก็เขียนไม่ค่อยออก  (  แต่ถ้าให้โม้ให้ฟังก็คงจะไม่มีปัญหานะครับ )  แต่หลังจากบทความแรกแล้ว  สนิมคงเริ่มหลุดแล้วก็พอจะกลับมาขยันเขียนเหมือนเดิม  ( ขยันเหมือนเดิมแปลว่านานๆเขียน อิอิ )
        ตอนนี้ก็รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ  ถ้าได้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีอีก  ก็จะมาปรับปรุงประวัติให้ทันสมัยหน่อย  ( ถ้าไม่งั้นก็คงต้องหาแห้วกระป๋องมากิน )
        ช่วงนี้ว่างงาน  จริงๆก็ไม่ค่อยว่างสักเท่าไหร่เพราะงานด้านอื่นก็มากพอสมควร  แต่ก็จะพยายามเขียนให้สม่ำเสมอขึ้น
        หลายๆท่านถามว่าทีมงานทำอย่างไรถึงชนะการเลือกตั้งยกทีมถึง 4 สมัยติดต่อกัน  คงต้องตอบว่าต้องมีผู้นำที่ดี  มีความตั้งใจที่จะทำงาน  มีความรู้ความสามารถ  มีทีมงานที่ดี  โปร่งใส  ทำงานโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม  และทำงานเต็มที่ตลอดเวลา  ไม่ใช่มาขยันเฉพาะตอนหาเสียงเลือกตั้ง