อุปเท่ห์เสียกบาล ท่านเคยได้เห็นหรือได้ยินหรือไม่

  ของดีแต่โบราณ จะหาดูยากแล้ว โดยนายเสถียร โพธิสาจันทร์  

สวัสดีนักศึกษาที่รักทุกท่าน  กระผม นายเสถียร โพธิสาจันทร์  เลขที่  43  นักศีกษาโครงการณ์มหาวิทยาลัยชีวิต ศูนย์เรียนรู้อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร อายุผมเกิอบ  60  แล้ว  ผมมาเรียนด้วยกันกับลูกชาย  นายคเชนทร์ โพธิสาจันทร์  วันนี้ผมไปหยิบหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเล่มเก่าแล้ว ผมได้ออ่านดูแล้ว  ผมว่ามันเป็นความรู้  ที่เก่าแก่สมัยโบราณนานมาแล้ว  แต่ก็ยังมีคนนำมาใช้ อยู่ในปัจจุบัน เป็นพิธีการขอพรจากผีสาง สิ่งศักดิ์ให้คุ้มครองหรือเพื่อทำพิธีการขอเทวดา ในสื่งที่เราอยากจะได้  ซึ่งทุกวันนี้ มันอาจจะดูล้าสมัย แต่ในสมัยก่อนมันมีพลัง และเกิดกำลังใจขึ้น เพราะเทวดาจะช่วยคงจะเป็นกุศโลบาย คนสมัยก่อน ถ้าได้ทำแล้วสบายใจ ซึ่งสมัยนี้ไม่มีถึงมีก็มีน้อย  เพราะคนเรายุคใหม่จะไม่เชื่อเรื่องงมงาย แต่ไม่เชื่ออย่ารบหลู่เชียวนะ   ผมจึงขอลอกลงมาใส่ในความรู้นี้ไว้  เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ยังม่รู้  ผมลอกมาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในหัวข้อหน้าว่า  ชักธงรบ  เขียนโดย  กิเลน ประลองเชิง  ผมจะเริ่มลอกตามที่เขาเขียนดังต่อไปนี้ ว่าเขาทำกันอย่างไร  ก่อนอื่นขออธิบายคำว่าอุปเท่ห์  หมายถึง อุบายดำเนินการ ส่วนเสียกบาลนั้น ในสมัยโบราณ แพทย์ที่เก่งไม่มี มีแต่หมอชาวบ้าน เมื่อมีคนป่วยขึ้น  เขาก็ว่าผีเข้า  ไม่ว่าโรคอะไร ก็ว่าผีเข้า  เมื่อว่าผีเข้า  เขาก็จะทำพิธีอย่างหนึ่งเพื่อขับไล่ผี  อุปเท่ห์ในการขับไล่ผี  เขาจึงพากันเรียกว่า เสียกบาล  ซึ่งคำว่ากะบาน  คำเขมรแปลว่า กระบะ หรือถาดใส่ของกิน  วิธีทำนั้นก็เริ่มจากการเอากาบกล้วยมาทำเป็นกระบะสี่เหลี่ยม ขนาดฝ่ามือ หรือโตกว่า   พื้นกระบะ  มีไม้ไผ่ขัด และปูทับด้วยใบตอง แล้วปั้นตุ๊กตาจากดินเหนียว  เป็นรูปหยักๆๆสักแต่ว่าเป็นคน  ใช้เศษผ้านุ่งของคนป่วยทำเป็นผ้านุ่งให้กับตุ๊กตาใส่ข้าวสุกและอาหารอย่างละนิดละหน่อย  ลงไป  จะปักธงกระดาษเล็กๆลงไปด้วยถามี  กระบะที่ใส่ของครบครื่อง  เรียกว่า บัตร เอาบัตรไปวนๆที่คนป่วยสามรอบ แล้วก็ถือเดินลงจากเรือน  ว่ากันว่า  ผีร้ายที่สิงอยู่ในตัวคนเจ็บ  ไม่ว่าผีชนิดไหนสันดานจะกละเหมือนกันหมด  พอได้กลิ่นอาหารจากบัตร  ก็อดใจไม่ไหว  ออกจากตัวคนเข้าไปกินเครื่องเซ่น  คนในเรือนก็จะปิดประตูเรือน  คนถือบัตรก็จะนำบัตรไปวางให้ไกลจากตัวเรือน  ไกลบ้านได้ยิ่งดี  นิยมวางตรงทางสามแพร่ง หรืออยู่ริมนำ ก็ให้ลอยไปตามนำ วางบัตรแล้วห้ามเหลียวหลังดูตอนเดินกลับ ถ้าทิ้งบัตรไว้บนบก  บางคนก็จะหักกิ่งไม้  เอาไปขีดๆ หรือทำรูปกากาบาท ขวางหนทาง  "พรางไว้ไม่ให้ผีตามกลับบ้าน" เมื่อเดินกลับมาถึงบ้านคนป่วย ก็จะร้องถามว่าบ้านนี้อยู่เย็นเป็นสุขทุกคนหรือ  คนบนเรือนก็จะตอบว่า  "จ้า อยู่ดีกินดีไม่มีใคร เจ็บป่วยไข้"เป็นอันว่าเสร็จพิธี  เปิดประตูบ้านได้สบายใจว่าผีจะไม่กลับมาเข้าสิงคน เพราะถูกหลอกให้ไปหลงอยู่ที่อื่น เมื่อเชื่อกันถึงขนาดอย่างนี้แล้ว ก็มีคนหายเจ็บไข้ไม่น้อย  เพราะมีผลทางใจ

กระผมจึงขอจบความรู้ที่หามาได้ มาเล่าสู้ฟัง  และเมื่อเจอเรื่องดีๆอีก ผมจะกลับมานำเสนอใหม่ ครับ  สวัสดีครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนรุ่นเก่าพัฒนา ว่าที่บัณฑิต โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ศูนย์เรียนรู้อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น

หมายเลขบันทึก: 117849, เขียน: 08 Aug 2007 @ 00:01, แก้ไข, 03 Jun 2012 @ 14:24, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

เพื่อรักนักศึกษา  ผ่านมาแล้ว อย่าผ่านไปเลย  กรุณาแวะเยี่ยมเยียนแสดงความคิดเห็นด้วย