ด้วยหลักของข้อสมมุติฐานดังกล่าว แม้สังคมโลกกำลังเผชิญวิกฤติภาวะโลกร้อนที่ถูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์เอง แต่จักรวาลกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ Big chill

ผู้บันทึกชอบศึกษาศาสตร์ที่หลากหลายทั้งนี้เพราะรู้ว่าชีวิตคนเรามิได้อยู่ที่ศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง  แม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปสู่ก้นบึ้งของศาสตร์นั้นๆก็ตาม แต่ก็ติดตามเท่าที่โอกาส และจังหวะจะผ่านมา 

ดาราศาสตร์และจักรวาลในแง่ที่เป็น วิทยาศาสตร์นั้นเป็นหนึ่งในความสนใจและเรียนรู้ เมื่อเร็วๆนี้ก็พบบทความของคุณ บัณฑิต คงอินทร์ ผู้เป็นจ้าวยุทธจักรด้านนี้ ท่านเขียนเรื่อง พลังงานมืด แรงลึกลับที่กำหนดชะตากรรมของจักรวาลใคร่ขอสรุปสาระดังนี้

อนาคตของจักรวาลเป็นอย่างไรนั้น นักวิทยาศาสตร์คิดหาคำตอบมาช้านานแล้ว ทฤษฏีฟิสิกส์ทำนายอนาคตของจักวาลว่าอาจเป็นไปสามรูปแบบ ซึ่งขึ้นกับอำนาจแรงโน้มถ่วงในจักรวาล 

แบบแรกคือ: ถ้าปริมาณมวลสารและพลังงานในจักวารมีไม่มากพอ แรงโน้มถ่วงก็ไม่สามารถดึงดูดให้จักรวาลหดตัวกลับมาได้ จักรวาลก็จะขยายตัวไปเรื่อยๆ จากนั้นพลังงานในดวงดาว กาแลกซี่จะถูกเผาผลาญจนหมด จักรวาลก็จะเข้าสู่ช่วงหนาวเย็นที่เรียกว่า บิ๊กชิล (Big Chill) 

 

แบบที่สอง: ถ้าปริมาณมวลสารและพลังงานมีมากแรงโน้มถ่วงจะดึงดูดให้จักรวาลขยายตัวช้าลง และในที่สุดก็จะดึงดูดให้จักรวาลหดตัวกลับมาจนกาแลกซี่และดวงดาวชนกันจนลุกเป็นเปลวเพลิง จักรวาลก็พังทลาย เรียกว่า บิ๊กครันซ์ (Big Crunch) 

 

แบบที่สาม: ถ้าปริมาณมวลสารและพลังงานมีค่าในระดับที่แรงโน้มถ่วงสมดุลกับการขยายตัว จักวาลจะขยายตัวไปเรื่อยๆแต่ช้าลง 

จากสมมุติฐานดังกล่าวนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาซุปเปอร์โนวา และสิ่งต่างๆจากจักรวาล และพบข้อเท็จจริงในปัจจุบันว่า จักรวาลมีแนวโน้มขยายตัวออกไปเรื่อยๆด้วยอัตราเร่ง บทสรุป จุดจบของจักรวาลคือ บิ๊กชีล (Big chill) หรือความหนาวเย็น 

ด้วยหลักของข้อสมมุติฐานดังกล่าว แม้สังคมโลกกำลังเผชิญวิกฤติภาวะโลกร้อนที่ถูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์เอง แต่จักรวาลกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ Big chill 

ผู้บันทึกเลยตั้งประเด็นเล่นๆ แต่เอาจริงว่า หากสมมุติฐานนี้เป็นความจริงและโลกหมุนเร็วจี๋ จนไปถึงเวลาที่โลกและจักวาลเข้าสู่การแตกดับด้วยภาวะ Big chill ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คนจะคิดอะไรกัน ทำอะไรกัน การเมืองจะเป็นอย่างไร มนุษย์เมืองไทยจะวิ่งเข้าหาท่านจตุคามรามเทพฯมากขึ้น หรือต่างวิ่งไปเกาะผ้าเหลืองหลวงปู่  หรืออะไร?

หรือสังคมเกิดวิบัติ ปล้น ฆ่ากันสุดๆ เพื่อเสพสมสิ่งที่ต้องการครั้งสุดท้าย หรือต่างคืนสำนึก สติ สตัง ต่างเปลี่ยนชื่อเป็น นายสงบ นางเสงี่ยม นายเอื้อเฟื้อ นางเผื่อแผ่ นายรักใคร่ นางเห็นอกเห็นใจ กันหมด ต่างสารภาพผิดกันทั่วหน้า และแก่งแย่งกันทำความดีกันจน เอียนไปหมด หรือกระไรหนอ ?