ตื่นแต่เช้า บอกกับพ่อบ้านว่า....แม่จะลาโรงเรียนในวันที่ 8 ที่น้องขวัญมีงานวันแม่ เนื่องจากวันนั้น ที่โรงเรียนน้องขวัญจัดงานวันแม่ แล้วครูอ้อย..ไม่เคยไปทำหน้าที่ในงานนี้เลย ครูอ้อยจะเป็นตัวแทนของแม่ น้องขวัญอยู่ชั้น ม.3 แล้ว ครูอ้อยตัดสินใจเลือกลูก เพราะลูก เป็นหัวใจและอยู่กับครูอ้อยอีกนาน ส่วนงาน...อย่างเก่ง 65 ปี ครูอ้อยก็...ลาก่อน ระยะนี้ ทำงาน สอน ทำงาน สอน ทำงาน สอน มามากแล้ว ให้ท่านอื่นได้แสดงความสามารถ ได้แซงออกหน้าไปบ้าง จะเป็นไร ครูอ้อยก็ยังคงเป็นครูอ้อย แต่หากครูอ้อยไม่ไปงานลูก...ชีวิต ความภาคภูมิใจของลูก ย่อมมีค่ามากกว่า..การมองข้ามของหลายๆคนที่ทำงานของครูอ้อย ที่ไปด้วยกัน ยังลืมกันได้ ครูอ้อยบอกพ่อบ้านอย่างนี้ มันออกมาจากใจ ใครก็ตามที่ตามมาอ่านพบ จะนำไปบอก..ใครก็ตาม ครูอ้อยก็ไม่สนใจ เพราะมันออกมาจากความจริง...และที่สำคัญ..เป็นสิทธิโดยชอบธรรม เรื่องครอบครัว..ใครๆก็รัก เห็นความสำคัญเสมอ เหนือสิ่งอื่นใด ... พ่อบ้าน..ก็เกรงใจครูอ้อยยิ่งนัก บอกกับครูอ้อยว่า...ไม่ต้องลาโรงเรียนหรอก ครูอ้อยบอกว่า...ครูอ้อยเป็นเพียง...ครูน้อย...จะไปไหนมาไหน ก็ต้องขออนุญาต หากหลายชั่วโมง ก็ต้องลาโรงเรียนไปเลย จะแวบไปแวบมา..แบบคนอื่นไม่ได้หรอก และในวันเดียวกัน ศึกษานิเทศก์ก็มาตรวจเยี่ยมโรงเรียนด้วย เรื่องของ.....งานกับลูก จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง น้องขวัญก็เริ่มโต ที่จะรับความรู้สึกที่ดีจากแม่ ครูอ้อยอยากประทับภาพและความรู้สึกที่ดีไว้กับลูก ซึ่งจะมีค่ายิ่ง มากกว่า ...การประทับรอยกับการงาน ในวันเดียวกัน...ที่ไม่มีใครรู้ค่า...