คิดไรไม่ออก.. บอกพี่!!

เช้าวันพุธที่ 1 สิงหา สาวแก่สีลม ต๋อมแต๋ม โทรแจ้งว่า อ.ฝน ที่สช. นัดให้เข้าไปพบที่กระทรวงศึกษาธิการในวันศุกร์ที่ 3 สิงหา เพื่อเข้าไปคุยเรื่องการอบรมเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนกับประเทศญี่ปุ่น

โครงการเนี้ย เริ่มเจรจากันมาตั้งแต่เดือนมีนา ที่ผ่านมา ล่วงเลยมา 5 เดือนแล้ว.. จนขาวคิดว่านักเรียนแลกเปลี่ยนไปญี่ปุ่นกลับมากัน 2 รอบแระ..

หลังจากโทรกลับไปถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ความว่า ขณะนี้ทางสช. ได้รายชื่อเด็กที่ได้รับการอนุมัติให้ไปญี่ปุ่นแล้ว จำนวน 25 คน และต้องการให้เราเข้าไปคุยกับนักเรียนเรื่องวัน เวลาที่จะจัดอบรม และอธิบายเกี่ยวกับหลักสูตรที่จะใช้สอนก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น

ก็รับทราบ แต่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก.. เก่ง คับ เก่ง!!

และเหมือนเดิม.. ในคืนก่อนออกรบ จะต้องสวดมนต์ป้องกันตัวเอง และขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี..

ช็อคกับตัวเองที่ไปถึงก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมง..  อ.ฝนให้ไปพบที่ห้องประชุม.. Goddd!!.. เห็นห้องประชุมแล้ว "โตะจายอย่างแรง" เป็นห้องประชุมยาวเฟี้ยว มีไมค์ยาวโค้งๆ ที่เห็นกันในรัฐสภานั่นหละ เรียงรายอยู่ตามโต๊ะเป็นระยะๆ

ด้วยความั่นใจ แฝงความหวั่นกลัว.. ขาวก็ขอเลือกที่นั่งกลางๆแถว จนเกือบท้ายๆ จะดีกั่ว.. แต่อ.ฝน ลากให้ไปนั่งเก้าอี้ตัวที่สอง ถัดจาก เก้าอี้ท่านประธาน.. อารายว้า!!

นั่งซักพัก อ.ฝน ยื่นระเบียบวาระการประชุมให้ขาว.. เอามาเปิดๆ ดู.. Goddddddd!! วาระที่3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการอบรมภาษาญี่ปุ่นโดยโรงเรียนภาษาและภูมิปัญญาตะวันออก ในรายละเอียดมีแจ้งเกี่ยวกับจำนวนชั่วโมง และราคาที่ขาวได้เคยเจรจากับทางอ.ฝนไว้เมื่อ 5เดือนที่แล้ว.. และเหลือบไปเห็นกำหนดวันเดินทางของนักเรียนที่จะต้องออกเดินทางในวันที่ 12 ตุลาคมนี้แล้ว

เอาแล้วไง ไอ้ที่คิดไว้ว่า "เก่ง คับ เก่ง" ไม่ต้องเตรียมไรมากมาย.. ก็กลายเป็น "งิ้ด คับ งิ้ด".. แล้วขาวจะทำยังไงคะนี่.. มีหัวข้อให้พูดเป็นทางการขนาดนี้เลยเนี่ยน้า..

ระหว่างนั้น ก็เริ่มมีบรรยากาศกดดันเข้าครอบงำเรื่อยๆ เพราะบรรดานักเรียนแลกเปลี่ยน และผู้ปกครองของเด็กทั้ง 25 คนก็ทยอยกันเดินเข้าห้องประชุมกันไม่ขาดสาย..

จากขาวซีด ก็ยิ่งกลายเป็น ไก่ต้มยิ่งขึ้น เพราะเหงื่อแตกพลั่กๆ รีบเปิด Laptop หาใบเสนอราคาที่เคยตกลงกัน และรายละเอียดตัวอย่างเนื้อหาที่นักเรียนจะได้เรียน.. นั่งนับวันในปฏิธินคู่ใจที่พกไปด้วย ว่าถ้าจะเรียนวันธรรมดา ต้องเริ่มภายในวันไหน เรียนเสาร์อาทิตย์ ต้องเริ่มภายในวันไหน นั่งเก็บข้อมูล เงียบๆ คนเดียว ไม่ยุ่งกะใคร และคงไม่มีใครอยากยุ่ง..

เมื่อถึงเวลาเริ่มประชุม บ่ายโมงครึ่ง.. ท่านผอ.สำนักฯ ก็เข้ามาในห้อง และนั่งตรงตำแหน่งเก้าอี้ประธาน.. ท่านกล่าวเปิดการประชุมได้ซักพัก และได้มีการกล่าวถึง "คำทักทายของคนญี่ปุ่น" ซึ่งมีมากมายเหลือเกิน เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ต้องพูดตลอด.. หลังจากนั้น ก็กล่าวถึงความมีน้ำใจของประเทศญี่ปุ่น ที่สนับสนุนให้นักเรียนไทยทั้ง 25 คนเดินทางไปแลกเปลี่ยนที่ฟุกุโอกะเป็นเวลา 9 วัน โดยออกค่าตั๋วเครื่องบินและค่ากิจกรรมต่างๆ ให้.. ทั้งนี้นักเรียนทั้งหมดออกแค่ค่าหนังสือเดินทาง, วีซ่า และค่าจิปาถะอีกจิ๊บจ๊อย และจบลงท้ายอย่างสวยงามว่า "แต่ถ้านักเรียนคนไหนไม่มีเงิน บอกผม!!".. อู้วว.. ประทับใจอย่างแรง

ก่อนจบปาฐกถาของท่านผอ.สำนักฯ.. ท่านทิ้งท้ายได้สวยงามกว่าประโยคแรกว่า.. "ขอขอบคุณทางสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นด้วยที่มาในวันนี้ แต่จะดีมาก ถ้าคุณไม่เก็บเงินค่าเรียนกับเด็กๆ" และหันมายิ้มให้ขาวอย่างชื่นชม.. ตรึ๊ง!!

ขาวก็ยิ้มตอบท่านอย่างอายๆ และหันไปยิ้มกับ อ.ฝน อย่างเอ๋อๆ..

การประชุมดำเนินไปเรื่อยๆ จนมาถึงวาระที่3.. วาระของขาว..

ขาวเริ่มวาระด้วยการกล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคน และรู้สึกเป็นเกียรติที่ OKLS ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการในครั้งนี้.. หลังจากนั้นก็เริ่มอธิบายถึงหลักสูตรต่างๆ ความสำคัญในการเรียนภาษาญี่ปุ่น และวัฒนธรรมต่างๆ.. และเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาพูดขนาดนี้ ก็เลยแอบดึงเรื่องคำทักทายของคนญี่ปุ่นที่ท่านผอ.สำนักฯ เกริ่นๆไป มาแทรกเล็กน้อยแต่พองามว่า "อย่างที่ท่านผอ.สำนักฯ กล่าวว่า คนญี่ปุ่นจะมีคำทักทายตลอดเวลา ไม่ว่าจะออกจากบ้าน กลับมาบ้าน ก็จะต้องมีประโยคทักทายกัน.. ในการอบรมนี้ นักเรียนจะได้พูดให้ถูก ไม่เหมือน "ชินจัง" ที่กลับมาบ้านปุ๊บ ดันพูดว่า "กลับมาแล้วเหรอ" ..

สุดท้ายเรื่องที่ท่านผอ.สำนักฯ ทิ้งระเบิดไว้ให้.. ขาวก็แจ้งให้ทุกคนทราบก่อนว่า ราคาคอร์สปกติคือเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้เราคิดพิเศษให้แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และคงไม่มีใครอยากมี.. ขาวคิดว่า พอทุกคนรู้ราคาเต็มแล้ว คงจะรู้สึกว่า ราคาที่คิดให้พิเศษนี้มันพิเศษแล้วจริงๆ เห็นได้จากตาที่โตขึ้น และปากที่อ้ากว้างขึ้นของหลายๆคน..

และขาวก็จบประโยคที่(คิดว่า)สวยงามพอๆ กะท่านผอ.สำนักฯ ว่า.. "แต่ถ้าน้องๆ คนไหนไม่มีเงิน.. บอกพี่!!"..