ไม่ทราบว่าอาจารย์ท่านใดเจอเหตุการณ์แบบนี้กันบ้าง เวลาสั่งงานนักศึกษา กรณีเป็นการทำรายงาน นักศึกษาก็จะค้นคว้าจาก google จากนั้นก็ copy แล้วก็ paste ให้ร้านทำปกรายงานแล้วก็ส่งอาจารย์ โดยที่บางครั้งยังไม่เคยอ่านด้วยซ้ำ ส่วนเอกสารอ้างอิงด้านหลังก็พิมพ์ว่า www.google.co.th ที่สำคัญงานที่ copy มา ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเลย ผิดอย่างไรก็ส่งมาอย่างนั้น แม้แต่ตัวอักษรคนละ font ก็ไม่มีการแก้ไขเลย.... ปัจจุบันเลยเลิกให้นักศึกษาทำรายงานเป็นรูปเล่มส่งแล้ว แต่ให้ทำผ่านการเขียนบล็อกที่ learners.in.th แต่ก็ยังเห็นการ copy & paste บ้างเหมือนกัน ส่วนแบบฝึกหัดก็ให้นักศึกษาทำในสมุด โดยต้องเขียนด้วยลายมือตัวเอง มีบางรายขอพิมพ์ แต่เราไม่ยอมเพราะรู้ว่าเขาต้องไป copy มาอีกอย่างแน่นอน ตอนนี้เลยให้นักศึกษานั่งเขียนงานในห้อง แสดงความคิดเห็นเอง ยอมเสียเวลาสักหน่อย แต่นักศึกษาจะได้คิดเองจริงๆ ท่านใดมีคำแนะนำดีๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบ้างนะคะ
ไอเดียสุดยอดเลยครับอาจารย์ ให้นั่งเขียนในห้องไปเลย อย่างน้อยก็ยังได้รู้จักคิดขึ้นมาบ้าง ไม่งั่นสมองจะฝ่อหมด ถนัดแต่ Copy จริง ๆ คนเรานี่หนอ....
สวัสดีค่ะ
เห็นด้วย ให้รู้จักคิดบ้างค่ะ ชอบแต่ copy ไม่ไหว
สมัยพี่ เขียนเป็นเล่มๆส่งอาจารย์นะคะ
อ.ลูกหว้า ทำได้เยี่ยมเลยครับ จะให้ดีให้เด็กเขียน mind map ฝึกวิธีคิดเด็กด้วยก็ดีนะครับ
สวัสดีครับ อาจารย์ ลูกหว้า
ขอบคุณมากครับที่นำมาเผยน่าน ฮ่าๆๆ
สวัสดีครับท่าน อ.ลูกหว้า
ลองให้เค้าเขียนสิ่งที่เค้าส่งมาหาให้ดูซิครับ ง่ายดีครับ หากเขียนได้ตรงกันมากก็ได้คะแนนเยอะ ห้าๆๆๆ พร้อมจะใส่ กระบวนการอื่นๆ ด้วยก็ได้ครับ
จะได้รับรู้ว่า เค้าได้อ่านในสิ่งที่ Copy and Paste หรือเปล่า คือว่า เค้าเป็นแค่เครื่องมือผู้ส่งสารเฉยๆ ส่งโดยไม่เขียนอะไรเพิ่มเลย อิๆ เทคโนโลยีก็ก้าวหน้าไงครับ เป็นเรื่องธรรมดาครับ นี่โชคดีนะครับ ที่ อาจารย์ผู้สอนไม่โดนหลอกครับ
จริงๆ แล้วผมว่าพฤติกรรมของเด็กจะสะท้อนไปยังผู้ใหญ่ในประเทศนั้นๆ เสมอครับ แล้วมองไปดูระดับชาติเราซิครับ เราทำอะไรเองกันบ้าง....อิๆๆ นั่นแน่ๆ อย่าเพิ่งค้อนนะครับ เพียงแค่จะบอกว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองต้องสร้างแนวคิดให้เด็กรู้จักสร้างและคิดเองได้ด้วย นั่นคือ ผู้ใหญ่จะต้องคิดเองเป็น ทำเองเป็นด้วย แก้ปัญหาเองเป็นด้วยครับ ไม่ใช่อะไรก็จะรับแต่ต่างชาติครับ เรารับซื้อมาเยอะจนเงินเราไหลออกต่างประเทศขนาดไหน บอกไม่ถูกเลยครับ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ครับ ส่วนอื่นๆ ก็อย่างที่เห็นๆ ครับ
ดังนั้น ข้อสรุปของผมก็คือว่า เด็กเป็นอย่างไร มันจะเป็นตัวชี้ไปยังผู้ใหญ่เสมอ...อาจจะผิดนะครับ แต่ผมเชื่อว่ามีส่วนถูกอยู่บ้างนะครับ
ปล. ผมพยายามมองต่างแนวบ้างครับ เผื่อบันทึกจะได้มีสีสันครับผม ขอบคุณมากครับ
สวัสดีจ้ะ อ.ลูกหว้า
พี่ให้ นศ.สรุปเป็น mind map ส่ง จากสิ่งที่เขาได้เรียนมาค่ะ เขาบอกว่าเขาเข้าใจมากขึ้นค่ะ
แล้วพบกันที่เชียงใหม่นะค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
สวยประหาร ใจร้าย 5555
เห็นด้วยค่ะ เพื่อนของดิฉันที่เป็นคุณครูเคยเล่าปัญหาทำนองนี้ให้ฟังว่า สมัยนี้เด็กนักเรียนเขียนหนังสือไม่ค่อยเป็น สะกดไม่ค่อยถูก เพราะใช้วิธี cut & paste จึงแก้ปัญหาในวิชาที่สอนโดยการให้ทำรายงานเขียนด้วยลายมือ ไม่รับรายงานจากการพิมพ์คอมพิวเตอร์ ดิฉันว่าดีนะคะ วิชาไหนเหมาะสมกับการทำด้วยคอมพิวเตอร์ก็ทำไป วิชาไหนหัดให้เขียนบ้าง คัดบ้างก็ดีค่ะ จะได้ฝึกทักษะทั้งสองอย่าง
พี่เม้ง...
ความจริงหว้าก็ให้นักศึกษาทำแบบทดสอบ โดยเป็นคำถามที่เกี่ยวกับรายงานทีนักศึกษาทำส่ง ปรากฏว่าลองเดาสิคะผลเป็นอย่างไร ผลคือนักศึกษาทำข้อสอบไม่ได้เลย ทั้งๆที่รายงานที่ส่งทำอย่างดีมาก แต่นักศึกษากลับทำข้อสอบเหมือนไม่เคยได้อ่านบทความเหล่านี้มาเลย
สวัสดีครับ
ดอกไม้เหล็ก เจอ Copy บ่อยๆ ทำท่าจะดอกโรย
จะยากอะไรเล่า ก็เปิดภาควิชา Copy ศาสตร์ก็สิ้นเรื่อง อิอิ..จบออกไปเขาจะเป็นนักCopy ระดับโลก