ชีวิตจริงของอินเทอร์น : สานสายใย...ด้วยใจเดียวกัน (๕)

จากนั้น คุณทนง โชติสรยุทธ์ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเพลินพัฒนา ได้ออกมากล่าวให้ที่ประชุม ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ปกครองที่เป็นตัวแทนห้องเรียน คณะกรรมการบริหารสภาองค์กรครอบครัวเพลินพัฒนา และ ตัวแทนคุณครูจากทุกช่วงชั้นได้รับทราบความคืบหน้าต่างๆด้วยกัน

  

จากปรัชญาของโรงเรียน ที่มุ่งมั่นให้เด็กมีฉันทะในการเรียนรู้ มีกระบวนการเรียนรู้ที่ดี เป็นคนดีของสังคม ที่พร้อมจะนำพาสังคมไปในทิศทางที่ก้าวหน้าและสร้างสรรค์ทำให้โรงเรียนมีโจทย์ที่ท้าทายเราหลายเรื่อง ขณะนี้เราได้หยิบโจทย์ที่สำคัญขึ้นมาทำก่อน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าเป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการคืออะไร ทิศทางคืออะไร ที่แน่ๆคือ

  
  • เด็กมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์
  • มีความใฝ่รู้
  • เข้าใจในเนื้อหาสาระ ในระดับที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้
  • มีทักษะพื้นฐานในการประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งชีวิตการงาน และชีวิตส่วนตัว วางแผนการดำเนินชีวิตของตัวเองได้ มีแรงผลักดันที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยตัวของตัวเอง
  • ค้นพบ รู้จักตัวตนของตนเองได้จากบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่โรงเรียนจัดขึ้น
  • มีความสัมฤทธิ์ผลทางการศึกษาที่จะพาสู่ความฝันของตนเองได้
  

ในปีการศึกษาที่ผ่านมา โรงเรียนเริ่มมีการสอบทานมาตรฐาน ด้วยการสอบ NT เป็นปีแรก เมื่อเทียบกับโรงเรียนที่อยู่ในเขต กทม.ทั้งหมด ผลการสอบ NTของนักเรียนชั้น ม.๓ อยู่ในลำดับที่ ๓๑ วิชาที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือวิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนสูงเป็นอันดับที่ ๑๒

   

เด็กโรงเรียนเราไม่ใช่เด็กคัด และเรียนอยู่บนกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งสร้างฉันทะให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน ภายใต้งบประมาณที่โรงเรียนเอกชนสามารถจัดสรรได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดนี้เรามุ่ง

·        พัฒนาการสร้างกลไกให้ครูใส่ใจ และพัฒนาเด็กเต็มตามศักยภาพ มีการติดตามผลเป็นรายบุคคลเป็นระยะ

·       พัฒนาเนื้อหาสาระ  กระบวนการ และสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ ให้เด็กได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพของเขา

·        สร้างให้เด็กมีความมุ่งมั่น มีแรงบันดาลใจด้วยตัวเอง อยากเก่ง อยากรู้ด้วยตัวเอง

  

สิ่งที่ทางโรงเรียนได้ทำไปแล้ว คือ

  

๑.) การสร้างกลไกการประเมินผลนักเรียน ที่มีลักษณะของการพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างรอบด้าน

  

๒.) ทางด้านสาระวิชา

  

-         กีฬา ปรับปรุงให้วิชากีฬามีสาระที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต มีการนำวิชาสยามยุทธ์ มาทำเป็นชมรมนอกหลักสูตร เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองที่สนใจได้เรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัว

  

-          ESL (English as a Second Language) มีการตั้งเป้าหมายให้เด็กที่เรียนอยู่ในชั้น ม.๖ สอบ TOEFL ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ๕๐๐  การเรียนในชั้นเรียนต้องให้เด็กได้เรียนรู้โดยไม่รู้ตัว คือเพลินไปกับการเรียนรู้ และมีการทดสอบความเข้าใจและทักษะทางภาษาอยู่เป็นระยะๆ

  

-         คณิตศาสตร์ มีการตั้งเป้าหมายว่า เด็กทุกต้องไม่เกลียดคณิตศาสตร์ ตามเนื้อหาทัน ทำการบ้านได้ ความเข้าใจพื้นฐานต้องผ่าน ๑๐๐%

   

๓.) ทางด้านการงาน  เด็กได้ค้นพบตัวเองจากการได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย เด็กจะเป็นผู้สร้างงานในอาชีพที่เขาสนใจ ไม่ว่าเขาจะชอบอะไรก็ตาม ไม่ใช่ไปตามหางาน

  

๔.) ชมรม วางหมากให้เด็กได้เข้ามาสัมผัสจนได้แรงบันดาลใจ อยากเก่ง อยากรู้ด้วยตัวเอง ได้มีโอกาสได้สัมผัสกับเรื่องราวที่ลึกขึ้น หาสตางค์เองเป็น มีแผนการทำงานที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานของตัวเองเป็น ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมปลาย

  

๕.) ระบบการสื่อสาร กำลังปรับปรุงช่องทางต่างๆที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น ทั้งบอร์ดสื่อสาร จดหมายข่าว  การส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ   เว็บไซต์  อีเมล  และอื่นๆ

ผู้ปกครองที่เป็นตัวแทนห้องเป็นกลุ่มคนที่มีส่วนสำคัญในการทำให้โรงเรียนดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่ทุกคนมุ่งหวังร่วมกันอยู่นี้ โรงเรียนไม่อาจทำได้โดยลำพัง ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน การช่วยกันให้ข้อเสนอแนะ หากพบว่ามีอะไรผิดพลาดก็ต้องช่วยกันแก้ไข วัฒนธรรมของเราไม่มีคำว่าเสียหน้า            

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ฝึกตนฝนปัญญา

คำสำคัญ (Tags)#ครอบครัว#ชุมชนเข้มแข็ง#วิสัยทัศน์ร่วม#km ในโรงเรียน#ทนง โชติสรยุทธ์

หมายเลขบันทึก: 116887, เขียน: 04 Aug 2007 @ 18:23, แก้ไข, 27 Mar 2012 @ 18:09, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

beyondKM
เขียนเมื่อ 04 Aug 2007 @ 18:38

ถ้าสังคมไทยไม่ใส่ใจเรื่อง "เสียหน้า" เราคงไปได้ไกลกว่านี้มากมายนัก ขอบคุณที่ทำให้เราได้รู้เรื่องของโรงเรียนเพลินพัฒนา .....สวัสดีครับครูใหม่

สวัสดีค่ะอาจารย์ประพนธ์ ก็เพราะมี gotoknow นี่แหละค่ะ เราถึงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างทันอกทันใจ ต้องขอบคุณ สคส.ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ...อาจารย์สบายดีนะคะ