เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ

   เมื่อได้ยินอุบายดังนี้ผมถึงกับฉุน เพราะว่าไม่ชอบการแสดงครับ ไม่ชอบการเสนอหน้าให้ใครเห็นว่าเรากำลังทำอะไรอยู่   

วันที่ 3 สิงหาคม 2550

วันนี้เป็นวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ 13 เหลืออีก 103 วันก็เรียนจบแล้วครับ

                ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร 2 วันมานี้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลย เมื่อวานผ่าตัดช่วงบ่าย เป็นการผ่าตัดที่สนุกมาก ไม่มีความเครียดเลย จนกระทั่งเลิกงาน หลังจากไปดูคนไข้ที่มีภาวะลำไส้อุดตันมา ท่านอาร์ลีนก็เรียกประชุมที่ภาควิชา เธอบอกว่าคุยกับครูหาญมา (อีกแล้ว) บอกว่าเราควรทำตัวอย่างไร ครูหาญไม่ชอบที่พวกเราไม่ทำงานเป็นทีม (ไม่เป็นทีมได้อย่างไร เราก็ทำงานด้วยกันทุกวัน ผมกับดันดีก็ช่วยงานกันเสมอๆ จะมีก็แต่คุณเธอนั่นแหละที่ไม่เคยมา round ได้ทันคนอื่นเลย) และอีกหลายอย่าง ผมบอกว่าไปคุยกันข้างนอกดีไหม เพราะตอนนี้ครูยังนั่งทำงานอยู่ เดี๋ยวท่านก็ได้ยินที่เราคุยกันหรอก เธอบอกว่า นั่งตรงนี้แหละ ให้ครูเห็นว่าเรานั่งคุยกัน กำลังทำงานเป็นทีม เมื่อได้ยินอุบายดังนี้ผมถึงกับฉุน เพราะว่าไม่ชอบการแสดงครับ ไม่ชอบการเสนอหน้าให้ใครเห็นว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เลยชวนดันดีไปดูคนไข้ก่อนผ่าตัดกันดีกว่า ถึงกับรู้สึกโกรธอย่างเห็นได้ชัด ทำไมต้องมาทำให้เรารู้สึกแบบนี้ กำลังสบายใจอยู่เชียว นี่แหละอาร์ลีน บอกตามตรงว่าผมไม่เคยเชื่อเธอเลย บอกดันดีไปว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ผมรู้ว่าครูรู้เรื่องหลายอย่างอย่างที่เรารู้นั่นแหละ

                ออกจากโรงพยาบาลอย่างเหนื่อยล้า ทั้งกายและใจ จึงตัดสินใจเดินเล่นไปเรื่อยๆ ไปห้างส่งเสียงเพื่อที่จะหาซื้อแชมพู ใบมีดโกนหนวด ผมสังเกตดูพบว่าของในห้างนี้ส่วนหนึ่งเป็นของที่มาจากเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นขนม แชมพู สบู่ และอีกหลายอย่างมาก ที่น่าตลกก็คือว่า ที่ขวดแชมพูเขียนเป็นภาษาบ้านเราว่า พิเศษในราคา 55 บาท แต่เขาขายในราคา 4 เหรียญ เล่นเอาผมอมยิ้มไปเลย จากนั้นซื้อลูกพรุนสดไปกิน แล้วเดินกลับบ้าน เหนื่อยจนขาลาก

                วันนี้ก็ไปทำงานตั้งแต่เช้า ดูคนไข้ที่มีปัญหาก่อนเพื่อน จากนั้นก็หลบไปนั่งที่คลินิกตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง ขี้เกียจไปนั่งที่ภาควิชาเพราะยังฉุนอนิต้าไม่หายเรื่องเมื่อวาน ตอนเช้าตรวจคนไข้กับครูหาญก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ผมเลิกช้ามาก เพราะว่าต้องรอดูคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องปัสสาวะไม่ออกตั้ง 3 คน อีกทั้งต้องวิ่งไปดูคนไข้ลำไส้ตันด้วย เลยเข้าห้องผ่าตัดช้า อดกินข้าวเที่ยงอีกแล้ว แต่ไม่มีปัญหาเพราะว่าผมก็ยังคงสนุกกับการผ่าตัดกับครูลีเหมือนเดิม ถูกด่าบ้างชนบ้างจนเป็นเรื่องปกติ ในการผ่าตัดคนไข้รายสุดท้าย ครูให้ผมผ่าตัดคนไข้ private ด้วย ซึ่งเป็นสถานการณ์ไม่ธรรมดา ครูบอกว่าผมสามารถทำได้แล้ว เธอไว้ใจผมพอสมควร เล่นเอาผมตัวเกือบลอย คนไข้คนนี้เขามาผ่าตัดเสริมสวยครับ เธอได้รับการผ่าตัดเพื่อลดไขมันหน้าท้อง และมาทำรีแพร์เพื่อกระชับช่องคลอด

                เลิกงานผมกับดันดีไปเก็บข้อมูลวิจัยกันต่อ ผมนี่แทบหลับคาแฟ้มวิจัยเลยครับ รู้สึกคันตัวคันหน้าขึ้นมาตะหงิดๆ เลยรู้ตัวว่าสงสัยเริ่มเป็นลมพิษอีกแล้ว ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็เสร็จไป 1 ปึ๊ง จึงชวนดันดีกลับ

                เป็นอันว่าการทำงานใน 2 วันนี้เหนื่อยทั้งกายและใจ ที่เหนื่อยใจเพราะเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เพราะครู แต่ไม่เป็นไร เพราะว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับบ้านแล้ว จะไป round เช้าประมาณ 8 โมง เครื่องออก 2 โมง กะว่าจะไปซื้อสตรอเบอร์รี่ที่ Bugis ฝากลูกก่อนกลับ อาจจะได้ลูกพรุนแถมไปด้วย ทั้ง 2 ท่านตัวเล็กชอบมาก ส่วนสุดที่รักบอกมาว่า ให้ซื้อสบู่ล้างหน้าที่ duty free ไปให้ด้วย พรุ่งนี้จะได้รีชาร์จแบตเตอรีแล้วครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง

คำสำคัญ (Tags)#แพทย์#เรียนต่อ#สิงคโปร์

หมายเลขบันทึก: 116697, เขียน: 03 Aug 2007 @ 22:21 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 19:45 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (4)

อาจารย์แป๊ะผื่นขึ้นเวลามีอารมณ์โกรธหรือเปล่าครับ
  • สวัสดีครับ
  • ช่วงนี้,  ผมขบขันกับตารางชีวิต ซึ่งหมายถึงการงานแห่งชีวิตเป็นอย่างมาก
  • เมื่อวานมีงานซ้อนทับกัน 3 งาน, วนนี้ต้องลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวค่าย.,  พรุ่งนี้  มีคนมาขอดูงาน 2 องค์กร 
  • ขณะทีวันที่  7  ก็มีคนมาดูงานเหมือนกัน...
  • .....
  • เหตุดังกล่าวจึงไม่ได้ใช้เวลาในบล็อกมากนัก  ...
  • นี่เป็นเสมือนการบ่นเล็ก ๆ หรือเปล่าครับ
  • ....
  • ตอนนี้อาจารย์เป็นยังไงบ้างครับ
  • เหนื่อยบ้าง, ล้าบ้าง  แต่ไม่ท้อใช่ไหมครับ  เพราะนี่คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราต้องพานพบเจออยู่เสมอ
  • มีความสุขกับชีวิตมาก ๆ นะครับ...ผมเป็นกำลังใจให้

สวัสดีครับอาจารย์ P

ก็สบายตามอัตภาพครับ เหนื่อยกายทนได้เสมอครับ แต่เหนื่อยใจนี่ต้องมีขันติอย่างมาก ซึ่งโชคดีที่ตอนนี้มีมากพอ

เมื่อหนุ่มๆกว่านี้ซัก 4-5 ปี หุนหันครับ ชนได้ก็ชน ซึ่งก็พบว่าไม่เป็นผลดีเลย

เรื่องท้อยังไม่มีครับ ที่นี่มีแอปเปิ้ลเยอะมาก กินทู๊กวัน (ขออภัยครับ 555)

หลายครั้งเราชอบพึมพัมกับตัวเองว่า ทำงานหนักเหลือเกิน ทำไมคนอื่นสบายจัง (อาจารย์เคยรู้สึกอย่างนี้บ้างไหมครับ) ผมพบว่า มันเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เราได้ผ่อนคลายบ้าง(ที่ได้บ่นกับตัวเอง) คงไม่เป็นภัยหรือไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หากว่าเราบ่นกับตัวเราเองแล้วเรารู้สึกภูมิใจ ไม่ใช่ว่าบ่นไปแล้วท้อไปนะครับ อย่างนั้นคงไม่ดี

มันเป็นกลไกที่ทำให้เราทำงานต่อไปได้ครับ

หลายครั้งผมหันไปมองคนอื่นบ้าง ก็พบว่าเขาก็ทำงานหนักไม่น้อยไปกว่าเราเลยครับ

คนงานโรงพยาบาลผมที่ม.อ.เขาต้องทำงาน ทำงาน และทำงานครับ ปีใหม่ก็ไม่ได้ไปไหน เพราะต้องถูพื้นโรงพยาบาล สงกรานต์ก็ต้องทำความสะอาดโรงพยาบาล เขาบอกว่าไม่ได้เงินพิเศษหรอก เพราะเขาให้หยุดวันอื่นแทน เช่น จันทร์ถึงศุกร์ อาจารย์ลองคิดดูนะครับ หยุดวันจันทร์ ก็ต้องทำงานบ้าน ไม่ได้อยู่กับลูกๆหรอก วันครอบครัวก็ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ค่าจ้างก็เท่าเดิม

ผมเคยเขียนหนังสือถึงผู้ใหญ่ในโรงพยาบาลอยู่ครั้งหนึ่ง ว่าควรให้เงินพิเศษกับคนเหล่านี้บ้าง แต่ไม่เป็นผลเลยครับ

เห็นอย่างนี้จึงเลิกบ่นครับ

สวัสดีครับท่านมหา P

ผื่นผมขึ้นได้ทุกเวลาครับ แต่เครียดอาจขึ้นได้ง่ายหน่อย ดีที่เมื่อดื่มเบียร์แล้วหายเร็ว

ตอนนี้กิน H2 block อยู่ครับ มันสามารถใช้ได้ดีกับผมมาก