ปรัชญาความรู้ # 1

ความรู้ คืออะไร...นี่เป็นคำถามที่ผมถามตัวเองเสมอ...ความรู้มันเริ่มต้นอย่างไรกันนะ แล้วมันมีที่สิ้นสุดหรือมีจุดจบที่ไหน ผมเฝ้าถามตัวเองและค้นหาคำตอบตลอดมา

ความรู้ คืออะไร...นี่เป็นคำถามที่ผมถามตัวเองเสมอ...ความรู้มันเริ่มต้นอย่างไรกันนะ แล้วมันมีที่สิ้นสุดหรือมีจุดจบที่ไหน ผมเฝ้าถามตัวเองและค้นหาคำตอบตลอดมา โดยส่วนตัวแล้วผมนิยามความรู้(Knowledge) คือ Infotmation for Action ความรู้อยู่ที่ไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมเองเชื่อว่าความรู้มีอยู่ทั่วไปรอบตัวเรา ทุกหนหุกแห่ง อยู่ที่ว่าเราจะสามารถเข้าใจและเข้าถึงความรู้เหล่านั้นหรือไม่

การที่เราสามารถเข้าถึงความรู้เหลล่านั้นได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆประการณ์ เช่นสถานการณ์ ประสบการณ์เดิมหรือความรู้เดิม การตีความ และการคิดวิเคราะห์

ความรู้เรื่องเดียวกันสามารถถูกค้นพบและเข้าใจได้โดยมนุษย์หลายๆคน(ต่างกรรมต่างวาระกันได้)และหลายแง่มุม นำมาตีความและพิสูจน์จนได้ความชัดเจนและเชือถือได้จึงนำมาบัญญัติและเผยแพร่ไปสู่บุคคลอื่น

ความรู้ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์นั้นเหมือนแสงเทียนเล็กๆในจักรวาล เกิดขึ้นได้ที่ระดับความลึกใดๆ ในศาสตร์หรือแขนงใดๆก็ได้ จุดแสงแห่งความรู้นั้นผมขอเรียกว่า Spot of Knowledge ซึ่งเมื่อนำเอา SoK ที่ใกล้เคียงกันมาเรียงร้อยต่อกันจนเป็นกลุ่มของความรู้ซึ่งผมจะเรียกว่า Box of Knowledge :BoK โดยมีลักษณะเป็นลูกบาศก์มีขนาดความ กว้าง x ยาว x ลึก = 1x1x1 หน่วย สามารถนำเอาBoK เชื่อมต่อกันได้ในแนวแกน x y z เหมือนกับต่อLego แต่เป็น 3D Lego ซึ่งเชื่อมต่อได้ทุกทิศทาง ซึ่งเมื่อเทียบกับแกนของเวลาหรือ t นั้น จะมีค่าเข้าใกล้ Infinity และถ้าจะจัดเก็บหรือรวบรวมความรู้ทุกศาสตร์และทุกด้านนั้นจะต้องใช้ Stroage ในการจัดเก็บที่มีขนาดเข้าใกล้ Infinity เช่นกัน ซึ่งนี่เหละคือขีดจำกัดของมนุษย์ที่ไม่สามารถก้าวข้ามไปจนถึงความรู้ในระดับที่เรียกว่าเป็นความรู้แห่งจักรวาล ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่อธิบายปรากฎการที่เกิดขึ้นของทุกสรรพสิ่งได้เนื่องจากต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ที่ t เข้าใกล้ Infinity แต่มนุษย์มีอายุเฉลี่ยเพียง 70-80 เท่านั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความรู้ ความเห็นและความจริง

คำสำคัญ (Tags)#knowledge#ความรู้

หมายเลขบันทึก: 116369, เขียน: 02 Aug 2007 @ 16:36 (), แก้ไข: 01 Jun 2012 @ 09:46 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

สวัสดีครับอาจารย์

 

ผมว่าอาจารย์น่าจะเป็นนักอ่านหนังสือ อย่างมากเลยทีเดียว  สามารถเล่าเรื่องราวและอ้างอิงได้ชัดเจน....

 เห็นด้วยว่าความรู้มันอยู่ทุกแห่งหน  นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น และมีการเล่า  มีการถ่ายทอดในสิ่งที่เกิดขึ้น  ....เมื่อเวลาผ่านไป เหตุการณ์เปลี่ยน ความรู้ใหม่ก็จะเกิดขึ้นใหม่เช่นเดียวกัน  ความรู้เรียนอย่างไร แสวงหาอย่างไรก็ไม่รู้จบสิ้น   หากใครปรารถนาจะเป็นผู้มีความรู้ให้มากที่สุด  ....ในความคิดผม คิดว่าชายคนนั้นกำลังเสียสติไปแล้ว  พระพุทธเจ้าเคยตรัสเกี่ยวข้องกับ ....ใบไม้ในกำมือ...  ความรู้ที่พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนมาเปรียบเสมือนใบไม้หนึ่งกำมือจากใบไม้ทั้งหมดในป่าใหญ่  

.....สำหรับผมแล้วเห็นว่าเพียงเราเข้าใจในหลักของเหตุและผล เราย่อมสามารถเข้าใจความรู้อื่น ๆ เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น  เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีปัจจัยหรือมูลเหตุให้เกิด  เป็นเรื่องธรรมดา และสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ย่อมเป็น ปัจจัยของการเกิดความรู้ อื่นๆ อีกมากมาย .....

 หลักการข้างต้นผมได้นำมาใช้... นำมาพัฒนาโปรแกรมหรือเครื่องมือชุดหนึ่ง ผมเรียกเครื่องมือชุดนี้ว่า EIMS ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับการประเมินผล เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ และต่อยอดความรู้  ในระดับของการตัดสินใจของมนุษย์   ซึ่งจะมีประโยชย์มากมายต่อการบันทึกความรู้ และ นำไปใช้ได้ทันที

 สามารถนำไปใช้ได้ทันที อย่างไร  เช่น อะไรคือตัวแปรต้น  อะไรเป็นตัวแปรตาม .....เล่ามาถึงตอนนี้อาจารย์ก็เข้าใจแล้วว่า หลักการพัฒนาโปรแกรมนี้คืออะไร? 

 ดังนั้น การใช้เครื่องมือ บวก กับความรู้ ของนักคิด นักวิชาการ หรือผู้รู้ ต่างๆ นำมาบันทึกความรู้ ให้เต็มที่ แล้วเปิดโอกาสให้ ภาครัฐ และ ภาคเอกชนได้ใช้งาน หรือ เปิดโอกาสให้ผู้บริหารต่างประเทศ  ....อาจารย์ลองนึกภาพดูว่า ศักยภาพของประเทศจะอยู่ในระดับใด ของโลก......

อาจารย์เข้าไปแวะดูที่ www.changhub.com ได้เลยครับ รบกวนช่วยวิจารณ์ให้ดูครับ

ขอบคุณครับ

เมื่อวานนี้(19/04/51)ผมได้พบกับท่านผู้รู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของผมเอง(สมัยเรียนปริญญาตรี)ท่าน ดร.อนิราช มิ่งขวัญ และได้เรียนปรึกษาท่านเกี่ยวกับแนวคิด เกี่ยวกับความรู้ การเชื่อมโยงความรู้ จึงได้แนวคิดและข้อคิดเห็นจากท่านดังนี้ ท่านกล่าวว่า "ความรู้อยู่ในทุกสรรพสิ่ง และทุกสรรพสิ่งเชื่อมโยงกันเกี่ยวข้อกัน และเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันเสมอ การที่จะเข้าใจว่า แกนแห่งความรู้ของจักรวาลคืออะไรนั้น อาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญหรือจำเป็นเลยก็ได้ เฉกเช่นเดียวกับวิศวกรผู้สร้างรถยนต์ ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าอะไหล่ทุกส่วนสร้างขึ้นมาอย่างไร ใช้หลักคิดความรู้ใดมาช่วย เพียงแต่สิ่งที่เขต้องรู้นั้นคือจะรวมทุกสิ่งและให้องค์ประกอบต่างๆเหล่านั้นทำงานร่วมกันตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้อย่างไร เท่านั้นก็พอ " ในวินาทีนั้นทำให้ผมได้เกิดมุมมองใหม่ในการตระหนักถึงแนวคิดและมุมมองของแต่ละบุคคลที่หลากหลายมากขึ้น ผมจะพยามศึกษาให้มากขึ้นเพื่อหาคำตอบให้กับคำถามมากมายในใจต่อไปครับ