การปฏิบัติธรรมด้วยการดูแลบิดามารดา ก็สามารถสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ได้โดยมิต้องปลีกวิเวก แต่ขอให้มีความเห็นและปฏิบัติถูกต้อง ไม่มุ่งหวัง (ไม่มีกิเลสเป็นตัวชักนำ และเจริญสติประจำวันคือการรู้ตามจริงด้วยจิตเป็นกลาง)

        ช่วงวันหยุด 4 วันในชีวิตของข้าราชการครั้งนี้ หลายๆคนคงวางแผนชีวิตกันทั้งนั้น ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่ วางแผนและปรับครั้งสุดท้าย ก่อนถึง 1 สัปดาห์ เพื่อวันหยุดเป็นวันปฏิบัติธรรม ตามเส้นทางของชีวิตที่เลือกเดิน

แผนของฉัน
        • วันเสาร์ที่ 28 ไปทำบุญที่วัดวันเดียว เพื่ออีก 2 วัน จะดูแลให้คุณแม่และคุณพ่อไปทำบุญ อย่างมีความสุข
        • วันอาทิตย์ที่ 29 วันพระขึ้น 15 ค่ำ ตั้งใจถือ ศีล 8 และปลีกวิเวกในการปฏิบัติธรรม ทั้ง สมถะและวิปัสสนากรรมฐาน
        • วันจันทร์ที่ 30 เวลา 9.00 น. ไปร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา กับกิจกรรมของเทศบาล และ ร่วมเชียร์ หัวหน้าพยาบาลร่วมประกวด “50 ยังสวย” ในกิจกรรมภาคกลางคืน
        • วันอังคารที่ 31 เป็นวันพักผ่อนแล้วแต่ใจจะสั่งมา (Lazy  Day) อาจทำงานที่ค้างไว้

การทำบุญและปฏิบัติธรรม ก่อกิจกุศลเพื่อชีวิต
 

img410/2838/vaw01zy3.jpg 

        วันเสาร์ที่ 28 ฉันตื่นนอนเวลา 04.30 น. วันนี้นัดกับคุณพ่อไปทำบุญที่วัด โดยมีความตั้งใจปฏิบัติธรรม ตามรู้ด้วยจิตเป็นกลาง และ ถือศีล 5 บริสุทธิ์ ทำบุญ ด้วยจิตกุศล ครบทุกขั้นตอน (ก่อน-ขณะทำ-หลังทำ) ฉันรีบทำอาหารเพื่อคุณพ่อและคุณแม่ได้ทานก่อนไปทำบุญ เตรียมสำรับสำหรับทำบุญ และเตรียมดอกไม้บูชาพระ คือ ดอกพุทธรักษา และดอกธรรมรักษา และปักษาสวรรค์ ที่เบียดเสียดกันงอกงาม ที่ถนนทางเข้าบ้านทั้ง 2 ข้าง จากนั้นขับรถพาคุณพ่อไปวัด ศาลาวัดถูกปรับปรุงใหม่ ด้วยคุณพ่อและคุณแม่เป็นแกนนำ สวยงาม เย็นสบาย  เหมาะแก่การทำกิจอันเป็นกุศลยิ่งนัก
 

img102/2446/flowers017ic5.jpg

        หลังทำบุญเสร็จ ฉันและคุณพ่อได้ไปซื้อปลาช่อนมาปล่อยที่หน้าบ้านซึ่งอยู่ติดแม่น้ำลพบุรี วันนี้ฉันคุยกับพวกเขาและอวยพรให้เขามีชีวิตที่สุขสบายร่มเย็นเป็นสุขในใต้พื้นน้ำที่สุขสงบ ถ้าได้เกิดใหม่ก็ขอให้เกิดเป็นมนุษย์มีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม ด้วย สัมมาทิฐิ พวกเขาแหวกว่ายอยู่ใกล้ๆ  เราสบตากัน สักพักหลายๆตัวก็ว่ายจมหายไปใต้ท้องน้ำ  ความร่มเย็นในใจฉันได้สะสมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เช้าจนสาย  ส่วนช่วงบ่ายเป็นเวลา ทำบันทึก KM.20 ซึ่งใช้เวลามากพอควร 
        

img102/2562/flowers016ej5.jpg

        ตกเย็นของวันนี้ฉันตัดสินใจปรับแผนใหม่ ในวันพรุ่งที่คิดว่าจะปลีกวิเวก ถือศีล 8 ปฏิบัติธรรม ที่บ้านพัก รพ. ด้วยรู้สึกว่า อยากดูแลให้คุณพ่อกับคุณแม่ ได้ไปทำบุญให้สบายใจ และคิดว่า จะปฏิบัติธรรมกับคุณพ่อและคุณแม่ เป็นหลักโดยจะอยู่ปรนนิบัติท่านที่บ้านแทน
 

        img222/7159/flowers012vr5.jpg

        วันอาทิตย์ที่ 29 ด้วยวิสัยของคุณแม่ที่มักจะกังวลว่าต้องตื่นเช้าทำให้ท่านตื่นนอนตั้งแต่ เวลา 03.45 น. และนอนไม่หลับ ฉันได้ยินจึงตื่นนอนมาเตรียมอาหารทั้งของท่าน ของพระ รวมถึงช่อดอกไม้ พุทธรักษา และธรรมรักษาเช่นเคย เสร็จสรรพเรียบร้อยตั้งแต่ตี 5 ด้วยจิตใจที่สงบเย็นและเบิกบานเป็นที่สุด ยังมีเวลาเหลืออีกมากเลยตัดสินใจเล่นโยคะ เนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วเป็นสัปดาห์แห่งการเดินทาง ประชุม อบรม และจัดงาน ทำให้ฉันไม่ได้เล่นโยคะเลย เช้านี้อากาศเย็นสบาย บรรยากาศสงบเงียบ  สอดคล้องกับจิตใจตอนนี้ดีแท้
 

      img222/5741/flowers025xi5.jpg 

         เสียงเพลง “การเดินทางของใจที่เที่ยงแท้” เพลงแรก ในชุดนิพพาน ของคุณจำรัส ดังขึ้นเบาๆ ความสุขซึ่งมีอยู่แล้วพอกพูนมากขึ้น  สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ผนวกกับจิตสงบเย็นด้วยกุศลกรรมตั้งแต่วันวาน มีผลถึงนาทีนี้ ฉันพบกับสภาวะปีติสุขขณะเล่นโยคะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขนลุกชัน (ผรณาปีติ) รู้สึกถึงความเย็น อิ่มเอิบ แผ่ซ่านไปทั่วกาย  คอยตามรู้ สภาวะนี้เพื่อไม่ให้หลงติดในปีติสุข เมื่อเล่นโยคะเสร็จฉันรีบอาบน้ำ แต่งตัว เข้าห้องพระ จุดเทียน ธูป บูชาพระ สวดมนต์และนั่งสมาธิในห้องพระต่ออีกครึ่งชั่วโมง หลังแผ่เมตตาเสร็จ คุณพ่อกับคุณแม่ก็กลับมาจากทำบุญพอดี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฉันควรปฏิบัติธรรมต่อบุพการี ในทุกๆด้าน รู้สึกว่าบรรยากาศของครอบครัวเปี่ยมไปด้วยความสุข สงบ เบิกบาน จริงๆ
 

    img171/4479/flowers0041sn2.jpg   

        14.00 น. เป็นเวลาแห่งการทำกุศลกรรมส่วนรวม ฉันขับรถไปที่ รพ. ช่วยกันจัดรถแห่เทียนพรรษาของ รพ.ร่วมกับทีมงาน อีก 5 คน เตรียมร่วมงานกับเทศบาลเพื่อแห่เทียนถวายวัดต่างๆ ในวันพรุ่งนี้ ทำให้วันนี้ของฉัน หมดไปอีก 1 วันด้วยกิจทางธรรม ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ช่วงหัวค่ำก่อนนอนฉันนั่งสมาธิได้เพียง 15 นาที ก็เริ่มง่วงมาก มึนศรีษะ สัญชาติญาณต้องการพักผ่อนกาย ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะดูแลกิจทั้งปวงเพื่อให้คุณพ่อและคุณแม่ไปทำบุญอย่างมีความสุขเหมือนเคย แล้วเลยนอนสมาธิ แบบเผลอบ้างเป็นระยะจนหลับไป
 

         img106/6161/flowers0061ys1.jpg

        วันจันทร์ที่ 29 โชคดีที่นัดแนะคุณแม่ไว้เรียบร้อยว่าท่านอยากตื่นเมื่อใด จะปลุกให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร เพราะทุกอย่างฉันจัดเตรียมให้ จนเสร็จเรียบร้อย สุดท้ายฉันต้องปรับแผนไปทำบุญกับท่านทั้ง 2 ด้วยเพื่อช่วยนำพาข้าวของสำหรับทำบุญอันมีอยู่มากไปวัดโดยสะดวก ซึ่งทำให้ฉันได้รับความสุขสงบกับการก่อกิจอันเป็นกุศลที่วัดอีก 1 วัน ได้เจริญสติ และทำสมาธิภาวนาเป็นช่วงๆ ด้วยความสุขสงบของใจแม้จะมีผู้คนไปทำบุญมาก แต่มิได้เป็นปัญหาต่อการเจริญสติและสมาธิภาวนานัก
 

        img106/362/70250070nv0.jpg

        9.00 น. เสร็จจากทำบุญ ส่งคุณพ่อคุณแม่กลับบ้านฉันรีบมาร่วมขบวนแห่เทียน ซึ่งมีการไปตั้งขบวนกันเรียบร้อยแล้ว ความร้อนของแสงแดดไม่ปราณีใคร แต่ทีมก็มีความมุ่งมั่นในใจเพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณี โดยมีคุณหมอสมมาตร ผอ.โรงพยาบาลเป็นผู้ขับรถแห่เทียนด้วยตนเอง ร่วมกับ น้องอ้อย เภสัชกรที่ซิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกิจกรรม รวมถึง แม่ครัว 2 คน และภรรยาเจ้าหน้าที่อีก 1 ท่านที่ท้าแดดอันแผดเผาอยู่ท้ายรถ และสุดท้ายพวกเราได้ไปถวายเทียนนี้ที่วัดในเขตของ รพ. คือวัดท้าวอู่ทอง
 

img215/5761/chiangmai109tw2.jpg

สามสหาย (น้องวัง น้องอ้อย น้องเหมียว)

        18.00 น. ฉันและอีก 3 สหายกัลยาณมิตรรุ่นน้อง ต้องเตรียมตัวไปช่วยเชียร์ “พี่ตุ้ย” หัวหน้าพยาบาล ที่มี spirit เข้าร่วมการประกวด “ 50 ยังสวย” โดยฉันไปร่วมลุ้นช่วงแต่งตัวและช่วยแต่งหน้าแต่งตาตามประสาพวกเราเจ้าหน้าที่ๆ ไม่ค่อยสันทัดในด้านนี้ แต่ก็เป็นธรรมชาติดี...ฉันชอบแบบนี้
 

img297/2351/50healthy5gm9.jpg

(แหวว พี่ตุ้ย และคุณโหน่ง:พิธีกรสาวสวย ผู้นำเต้นแอโรบิคทุกจันทร์ พุธ ศุกร์)

        อุปสรรคมากมี เวลาที่ต้องไปร่วมงาน ฝนเทลงมาอย่างหนัก  พร้อมเสียงฟ้าคำรามลั่น เมื่อฝนซาลง เราไปที่บริเวณงาน ฝนกลับตกลงมาอีก ๆไฟทั่วไปดับเหลือแต่เครื่องปั่นไฟ แต่ยังเริ่มงานไม่ได้อยู่ดี ทีมเทศบาลผู้จัดงานต้องเปลี่ยนแผน ย้ายคณะไปยังห้องประชุมเทศบาล กว่างานจะเริ่มได้ก็ 21.30 น. ฉันต้องโทรบอกทางบ้าน ว่า คืนนี้คงดึกและต้องพักบ้านพักที่ รพ.แทน

<div style="text-align: center"> img216/1272/kapook38377fp3.gifimg211/5054/kapook38371qc9.gifimg216/6765/kapook38370rs1.gif </div><p align="left">
 
        “พี่ตุ้ย” เป็น Model ของบุคคลสร้างสุขภาพ ตามที่ตั้งใจกันไว้ได้อย่างงดงาม และเกินคาด ด้วยบุคคลิกที่สง่า และภูมิฐาน เป็นภาพลักษณ์ที่เหมาะสมของผู้มีสุขภาพดี เมื่อพิธีกรประกาศเกณฑ์ให้คะแนนประกอบด้วย บุคลิกภาพ สุขภาพ และ สติปัญญา  พวกเราคิดว่าพี่ของเราไม่น้อยหน้าใคร แต่ก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องได้ที่ 1 เพราะการมาร่วมงาน ครั้งนี้ทำเพื่อการสานสัมพันธ์ชุมชน และนำ Idea ด้านสร้างสุขภาพ มาขาย ให้คนได้ยินได้ฟังบ่อยๆ เท่านั้นเอง </p><p align="center">     img295/3232/50healthy2sx9.jpg   </p><p align="center"></p><p>        งานดำเนินไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุที่ฉันตื่นนอนตั้งแต่ 04.00 น. และมีกิจกรรมเยอะในวันนี้ ทำให้ฉันง่วงมากๆ บางช่วงก็นั่งหลับ แต่ยังไงเสียต้องมาเชียร์พี่และให้ความร่วมมือกับผู้จัดงาน ในช่วงสัมภาษณ์ พี่ตุ้ยได้พูดแนวคิดด้านการรักษาสุขภาพตามคำถาม ได้เยี่ยมมากๆ ตามความเป็นจริง สรุปความว่า ที่พี่เขาปฏิบัติอยู่คือ แอโรบิค เวลา 3 ทุ่มเพราะติดภารกิจประจำวัน แต่ก็สามารถทำได้ถ้าเราให้ความสำคัญ แถมถ้าวันไหนทำไม่ได้ก็ชักชวนคนอื่นให้ทำสมาธิเพื่อสุขภาพใจ   สำหรับบุคคลในดวงใจที่เป็นแบบอย่างด้านการดูแลสุขภาพ พี่ตุ้ยตอบว่าคือ “ในหลวง” กับทุกครั้งที่เห็นภาพการทรงงานต่อประชาราษฎร์อย่างหนักของพระองค์ ฉันฟังแล้วปลาบปลื้มไปด้วย เพราะเวลาที่งานหนักและเหนื่อยฉันจะคิดเช่นนั้นเหมือนกัน ปิดท้ายเมื่อพิธีกรให้ร้องเพลง พี่เขาก็ร้อง “ลุ่มเจ้าพระยา” ได้ไพเราะเป็นพิเศษ  รอยยิ้มทั้งปากและตา ทั้งใบหน้า ตลอดงาน ทำให้รู้ว่าเป็นคนมีสุขภาพจิตดี ไม่เครียดกับปัจจุบันขณะ (หลังเสร็จสิ้นการตอบคำถาม มีน้องพยาบาล 1 ใน 3 สหายของฉัน พูดขึ้นว่า “ตอบได้ดีมาก อนุมัติให้เป็นหัวหน้าพยาบาลต่อได้”) ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…</p><p align="center">        img295/3766/50healthy1mz5.jpg</p><p>         เมื่อพิธีกรประกาศผล 3 คนที่จะได้รับรางวัล พี่ตุ้ยคือหนึ่งในนั้น พวกเราดีใจว่า คณะกรรมการก็เน้นตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ พิธีกรสัมภาษณ์ความรู้สึกอีกครั้ง พี่ตุ้ยตอบว่า “รู้สึกดีใจที่ได้รับเลือกจาก 12 คน แต่ที่สำคัญคือไม่ได้คิดว่านี่คือการแข่งขัน แต่เป็นโอกาสที่จะได้มาแสดงการมีส่วนร่วมในการสืบสานวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม เช่นการแต่งชุดไทย และการได้นำเสนอเรื่องการสร้างสุขภาพอันเป็นเรื่องสำคัญ และอยากชักชวนให้ผู้อื่นได้ทำด้วย” (ฉันย่อๆ คำพูดต่างๆ ของพี่ตุ้ยไปบ้างเพราะจำได้ไม่หมด ต้องขออภัยกับเจ้าตัวไว้ก่อน เพราะมิได้อัดเสียงไว้ )</p><p align="center">    img297/8601/50healthy3xg0.jpg   </p><p align="center"> </p><p align="center">img256/6564/50healthy4rh5.jpg</p><p align="center"> </p><p>           และแล้วเมื่อประกาศผล พี่ตุ้ยของเราได้รับรางวัล “50 ยังสวย” ลำดับที่หนึ่งซึ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ เป็นอันจบงานเวลา 23.30 น. ฉันและ 3 สหายกลับมาอาบน้ำนอนด้วยความอ่อนเพลียกายแต่ สุขใจ และหลับไปโดยเร็ว
 </p><p align="center">img154/6592/flowers020bq9.jpg</p><p>        บทสรุปในด้านการปฏิบัติธรรมประจำวัน สนับสนุนเรื่องการทำบุญ หรือ กุศลกรรม สามารถทำได้ทุกที่ และถ้าทำใจให้ตั้งมั่นด้วยกุศลจิต ความสุขและสมาธิจะสะสม มีผลต่อเนื่องมากขึ้นๆ อาทิการเกิดอาการ ปีติขณะทำโยคะ ซึ่งไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้ การปฏิบัติธรรมด้วยการดูแลบิดามารดา ก็สามารถสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ได้โดยมิต้องปลีกวิเวก แต่ขอให้มีความเห็นและปฏิบัติถูกต้อง ไม่มุ่งหวัง (ไม่มีกิเลสเป็นตัวชักนำ และเจริญสติประจำวันคือการรู้ตามจริงด้วยจิตเป็นกลาง)</p><p align="center">img128/3664/flowers0241bs5.jpg</p><p>        บทสรุปในฐานะผู้ประสานงานด้านคุณภาพและสร้างสุขภาพ ช่วงวันหยุดในครั้งนี้ฉันและทีมงานได้ปฏิบัติธรรมกับชุมชน และ การเชื่อมโยงงานด้านสร้างสุขภาพลงไปในชุมชนในส่วนที่จะสามารถทำได้ ในเทศกาลที่เป็นกุศลนี้ ด้วยการมีส่วนร่วม สนับสนุน และเปล่งกระแสการสร้างสุขภาพ เพื่อการขยายผลในงานที่ชุมชนเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็ทำให้ทั้งเราและเขาได้รับความสุขและความดีงามกันทั้ง 2 ฝ่ายเข้าข่ายปฏิสัมพันธ์ แบบ Win-Win ซึ่งทุกคนทุกฝ่ายจะได้รับความสุขกับกิจที่ได้ทำ</p><p>(หมายเหตุ ปีติ 5 (ความอิ่มใจ, ความดื่มด่ำ )
       1. ขุททกาปีติ (ปีติเล็กน้อย พอขนชูชันน้ำตาไหล)
       2. ขณิกาปีติ (ปีติชั่วขณะ ทำให้รู้สึกแปลบๆ เป็นขณะๆ ดุจฟ้าแลบ
       3. โอกกันติกาปีติ (ปีติเป็นระลอกหรือปีติเป็นพักๆ ให้รู้สึกซู่ลงมาๆ ในกาย ดุจคลื่นซัดต้องฝั่ง
       4. อุพเพตาปีติ หรือ อุพเพงคาปีติ (ปีติโลดลอย เป็นอย่างแรงให้รู้สึกใจฟูแสดงอาการหรือทำการบางอย่างโดยมิได้ตั้งใจ เช่น เปล่งอุทาน เป็นต้น หรือให้รู้สึกตัวเบา ลอยขึ้นไปในอากาศ
       5. ผรณาปีติ (ปีติซาบซ่าน ให้รู้สึกเย็นซ่านแผ่เอิบอาบไปทั่วสรรพางค์ ปีติที่ประกอบกับสมาธิ ท่านมุ่งเอาข้อนี้</p><p>หมายเหตุ จาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)   //  พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)</p><p> </p>