ภรรยามีเวลาว่าง ค้นเอารูปเก่าๆ มาดูแก้เหงา ได้รูปตอนไปส่งผมที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเดือนกันยายน ปี 2510 เขาแปลกใจมาก ที่ตัวเองเอวบางร่างน้อยขนาดนั้น
ดูรูปเก่าขนาดนี้ ได้เรียนรู้อนิจจังนะครับ เพราะพี่วินิจ รตท. วินิจ รัญเสวะ ซึ่งต่อมาก้าวหน้าในราชการจนมียศ พ.ต.อ. พิเศษ ได้ถึงแก่กรรมไปแล้วด้วยโรคหัวใจ ส่วน 2 หนุ่มทางขวามือเป็นญาติฝ่ายแม่ของผม
การเดินทางโดยเครื่องบินไปอเมริกาในสมัยนั้นขึ้นลงเครื่องบินเป็นว่าเล่น คือต้องไปเติมน้ำมันเป็นระยะๆ เพราะสมรรถนะของเครื่องบินไม่ดีอย่างสมัยนี้ เครื่องไปฮ่องกง โตเกียว กวม เวค โฮโนลูลู ลอส แอนเจลีส
ผมไปเรียนที่ แอนน์ อาร์เบอร์ ปีเดียวก็กลับมา มีคนถามว่ายังไม่ไปอเมริกาหรือ เขารู้กันทั่วว่าผมได้ทุนที่อาจารย์หมอประเวศหาให้ พอตอบว่าไปกลับมาแล้ว ได้ปริญญาโท เขาก็ว่าเรียนเร็วจัง
ผมไปเรียนมนุษยพันธุศาสตร์ ที่ Department of Human Genetics, University of Michigan Medical School ด้วยทุนของ China Medical Board of New York ซึ่งเป็นสาขาของ Rockefeller Foundation มีกำหนด 3 ปี เพื่อทำปริญญาเอกด้าน Population Genetics แต่ผมเรียนปีเดียวก็กลับมา ได้ความรู้ด้านพันธุศาสตร์ งูๆ ปลาๆ มาทำงาน ทำให้ผมเป็นคน “ไม่รู้จริง” ตลอดชีวิต
ผมจึงต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมจากการทำงาน ไม่ว่าทำงานอะไรผมหาทางเรียนรู้หมด แต่ตระหนักว่ารู้ไม่จริง จึงเจียมตัว ทำตัวเป็นลูกศิษย์ใครต่อใครทั่วไปหมด โดยเจ้าตัวเขาไม่รู้ตัว

รูปสาวน้อยไปส่งหนุ่มน้อยไปอเมริกา เมื่อเดือนกันยายน 2510
วิจารณ์ พานิช
28 ก.ค. 50
สวัสดีครับอาจารย์
ผมเคยอ่านหนังสือ "บนเส้นทางชีวิต" ของอาจารย์ประเวศราวๆปี ๒๕๓๓ ตอนนั้นเรียนแพทย์ปี ๑ ที่ม.อ. อาจารย์ประเวศท่านได้เอ่ยถึงอาจารย์วิจารณ์ด้วย เลยได้รู้จักอาจารย์ตั้งแต่ก่อนเรียนกับอาจารย์เมื่อตอนอยู่ปี ๒
และได้มีโอกาสเรียนในกองวิสัญญีกับอาจารย์อมราด้วยครับ
ในภาพ อาจารย์อมราสวยจริงๆครับ
โชคดีเว่ย