วันที่ ๔ ก.ค. ๕๐ ผมไปร่วมกินเลี้ยงแสดงความยินดี ต่อบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีผลงานดีเด่นและได้รับรางวัลในปี ๒๕๔๙     โดยมี ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา นายกสภา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน

         ท่านนายกสภาฯ ได้กล่าวเปิดงานอย่างไพเราะจับใจมาก     เสียดายที่ผมไม่ได้เอาเครื่องบันทึกเสียงติดตัวไป     จึงไม่มีถ้อยคำฉบับเต็มมาฝาก     สรุปสาระได้ว่า ท่านแสดงความชื่นชม และขอบคุณ ที่ผู้ได้รับรางวัลเหล่านี้ได้ตั้งใจทำงาน สร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบัน     ท่านเชื่อว่า การที่ท่านที่มีผลงานดีเยี่ยมจนได้รับรางวัล อดทนบากบั่นทำงาน      ส่วนหนึ่งเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากความภาคภูมิใจในสถาบัน    และความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ของสถาบัน เพื่อประโยชน์ของสังคม     จากรายการผู้ได้รับรางวัลถึง ๗๔ คน  แสดงให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของต้นทุนความรู้ของจุฬาฯ    

         ท่านกล่าวต่อว่า  ในการทำงานที่มีคุณภาพสูงระดับนี้     จะต้องมี สิ่งที่ฝรั่งเรียกว่า intellectual objectivity     อันได้แก่ การใช้ปัญญาอย่างพินิจพิเคราะห์  ละเอียดรอบคอบ    มี integrity คือมั่นคงในหลักวิชาการ   เป็นกลาง  ยึดมั่นในความถูกต้อง    ไม่เฉไฉโดยประโยชน์อันมิชอบ   

         ท่านกล่าวว่าการได้รับรางวัล ได้รับการยกย่อง ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการทำงาน    แต่เป็นกำลังใจให่มุ่งมั่นทำงานต่อไป    


         ศ. ดร. ปิยะสาร ประเสริฐธรรม ผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น (ท่านเป็นเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ด้วย) กล่าวแทนผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด    ว่าจะทุ่มเททำงานตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย    เพื่อสร้างความรู้ให้แก่แผ่นดิน    ให้จุฬาฯ เป็นแหล่งอ้างอิงความรู้    เป็นผู้นำทางความคิดแก่สังคม     และผลิตบุคคลากรเพื่อรับใช้สังคม

         ผู้ได้รับรางวัล และได้รับการยกย่องในวันนี้     ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ๒ ท่าน     ระดับชาติ ๒๖ ท่าน    นอกนั้นเป็นระดับภายในจุฬาฯ   

         ผมชอบไปในงานเชิดชูคนเก่ง (และดี) เพราะได้ทั้งความรู้ และความสุข     ที่ได้เห็นคนเก่งๆ ผลิตผลงานดีๆ     เป็นประโยชน์ต่อสังคม

วิจารณ์ พานิช
๔ ก.ค. ๕๐