ถ้าเราเข้าใจเหตุผล ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าใจโลก... เมื่อใดเข้าใจโลก …เราจะเลิกอยากให้โลกตามใจเรา

นับแต่ปีใหม่มานี้

เราบอกกับตัวเองว่า

แม้เราจะรักงานเพียงไร แต่เราควรให้เวลาตัวเอง...ในการทำสิ่งที่รัก....ซึ่งนอกเหนือไปจากงานที่ทำบ้าง  

สำหรับเราแล้ว...การได้อ่านวรรณกรรมและหนังสือธรรมะเป็นความสุขอย่างยิ่ง ตั้งใจว่าจะให้เวลาในการค้นคว้าและเรียนรู้สัจธรรมความจริงแท้ของชีวิตด้วยการอ่านให้มากขึ้น เพราะหลายปีที่ผ่านมา...เราอ่านแต่หนังสือวิชาการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ได้ทำให้เราได้รับความรู้ที่เราปรารถนาคือ เรื่องราวของความจริง ความดี และความงามของชีวิตเท่าใดนัก...

คิดจากความว่าง 3” เป็นหนังสือที่ได้มาหลายเดือนแล้ว วางรวมกับหนังสืออีกหลายสิบเล่มที่ได้มายามเมื่อมีโอกาสแวะเวียนไปร้านหนังสือ...คิดเสมอว่า...จะแบ่งเวลาจากหน้าที่การงานปกติที่ทำอยู่มาอ่านหนังสือเหล่านี้บ้าง แต่นับจากปีใหม่มาจนบัดนี้...ล่วงมากลางปีแล้ว...ก็ยังไม่ได้อ่านเสียที จนกระทั่งเมื่อวานนี้...วันเข้าพรรษา...ที่ได้หยิบหนังสือเล่มนี้มา... และได้อ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ 

และก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่ได้อ่านผลงานของ ดังตฤณ ...นับแต่ กรรมพยากรณ์เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่านมีชีวิตที่คิดไม่ถึงเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัววาทะดังตฤณ... ฯลฯ เรารู้สึกประทับใจและชื่นชมในตัวผู้เขียนเป็นอย่างมาก เนื่องเพราะสิ่งที่ท่านได้ถ่ายทอด...จากความคิดและผลของการปฏิบัติออกมาเป็นถ้อยคำนั้น... เป็นสิ่งที่ยังให้เกิดความรู้สึกแห่งปิติสุขและชุ่มชื่นใจตลอดมาเสมอ 

ท่ามกลางสภาวะสังคมที่แก่งแย่งแข่งขัน วิถีชีวิตของผู้คน...ช่างไม่ต่างอันใดกับเครื่องจักร..."สรีระยนต์" นี้ต้องทำงานแข่งกับเวลา...เร่งรีบ...เพื่อประสิทธิภาพ...เพื่อประสิทธิผล...เพื่อความสำเร็จ...เพื่อการยอมรับ...เพื่อเกียรติยศ... เพื่อชื่อเสียง... ใจของเราได้สะสมความเหนื่อยล้าและสับสนวุ่นวายมากมายนัก... 

คิดจากความว่าง ผลงานของ ดังตฤณ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 เล่ม คือ คิดจากความว่าง 1คิดจากความว่าง 2และคิดจากความว่าง 3 จึงเป็นหนังสือที่อยากแนะนำและเชิญชวนให้เพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวง G2K ได้มีโอกาสอ่านและได้สัมผัสด้วยตนเอง...ถึงความสงบ ความผ่อนคลาย และความสุขยามเมื่อจิตเกิด ความว่าง

บทเกือบสุดท้ายของหนังสือ คิดจากความว่าง 3 ที่มีชื่อว่า โลกไม่ตามใจเรามีถ้อยคำและเนื้อหาที่ โดนใจ มาก ๆ ….ลองอ่านกันดูนะคะ 

โลกไม่ตามใจเรา... เมื่อเราพอใจความเย็นแต่โลกพอใจคายความผ่าวร้อน
ทางเดียวคือทำใจยอมรับและเตรียมกายสู้ไอร้อน

โลกไม่ตามใจเรา...เมื่อเราพอใจความอบอุ่นแต่โลกพอใจกระจายความเหน็บหนาว
ทางเดียวคือทำใจยอมรับและเตรียมกายสู้ไอเย็น

โลกไม่ตามใจเรา...เมื่ออยากเห็นดอกไม้บานแต่ยังไม่ถึงเวลาบานของดอกไม้
สิ่งที่ทำได้คือรอคอย

โลกไม่ตามใจเรา...แม้ไม่อยากเห็นใบไม้ร่วงแต่ถ้าถึงเวลาร่วงหล่นของใบไม้
สิ่งที่ทำได้คือมองดู

โลกไม่ตามใจเรา...แม้เราอยากเห็นแต่คนดีทว่าโลกมีแต่คนเลวให้ดู
เราก็ต้องดูและรู้ว่าเราเป็นหนึ่งในนั้นไหม

โลกไม่ตามใจเรา...แม้เราอยากพบแต่คนมีเหตุผลทว่าโลกมีแต่คนเอาใจตนเป็นใหญ่
เราก็ต้องทนและไม่หลงเอาแต่ใจตนตามเขา

โลกไม่ตามใจเรา...เราก็ไม่จำเป็นต้องตามใจโลกถ้าโลกร้ายเกินกว่าจะเอาตาม
ก็ต้องถามหาสิ่งที่ดีขึ้นและถ้าอยากเห็นโลกดีขึ้น
ต้องไม่ใช่ด้วยการเฝ้าเรียกร้องแต่ต้องด้วยการลงมือทำเอง
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโลก

โลกไม่ตามใจเรา...ถึงแม้อยากมีคนรักแต่โลกไม่เคยพาคนรักมาให้พบ
ก็ต้องคบกับเงาตัวเองบรรเลงเพลงแห่งความเงียบต่อไป
โดยไม่จำเป็นต้องเหงา

โลกไม่ตามใจเรา...แม้เมื่อพบคนรักแล้วแต่โลกพอใจให้แคล้วคลาด
อย่างเราจะทำอะไรได้
ก็ต้องเลือกระหว่างวางเฉยกับลงนอนดิ้นทุรนปางตาย

โลกไม่ตามใจเรา...แม้เมื่อได้อยู่กับคนรักแล้วแต่โลกพอใจให้พรากจาก
เตรียมวันตายเอาไว้ไม่บอกกล่าว
แล้วเราจะไปฟ้องศาลไหนเพื่อให้ทำโทษมัจจุราชได้

โลกไม่ตามใจเรา...แม้โลกให้ชีวิตมาก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเป็นของเรา
ไม่มีชีวิตใดเป็นอมตะไม่มีทางทำให้ชีวิตใดค้ำฟ้า
ทุกนาทีแห่งการมีชีวิตคือการเขยิบใกล้ความไร้ชีวิตเข้าไปทุกที

โลกไม่ตามใจเรา...ถ้าโลกกำหนดให้การตายดับมิใช่เหมือนการดับเปลวเทียน
แต่เป็นการต่อเทียนเล่มใหม่จะมีใครขัดขืน

โลกไม่ตามใจเรา...แต่โลกก็ไม่ไร้เหตุผล

ถ้าเราเข้าใจเหตุผลก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าใจโลก
เมื่อใดเข้าใจโลกเราจะเลิกอยากให้โลกตามใจเรา