สูตินรีเวชและ Best Practice

27-7-50

วันนี้เรามีการ knowledge sharing เรื่อง best practice ของหน่วยงานสูติกรรมในการดูแลผู้ป่วยเอดส์ที่ตั้งครรภ์

หมออมรพันธ์ เล่าถึงประวัติการดูแลตั้งแต่ปี 33 และมีการพัฒนาตั้งแต่การแยกโอพีดีเป็นตอนบ่ายมาเป็นการทำกลุ่มในผู้ป่วยกันเอง   

โสพิศ มาเล่าละเอียดถึงงานพยาบาลที่ห้องฝากครรภ์  

สุทธิพร มาเล่าถึงการดูแลในห้องคลอด 

ชูศรี เล่าในระยะหลังคลอด

 มีกิจกรรม

การทำกลุ่มให้ช่วยกันเอง

 การสาธิตการใช้ถุงยาง

การพาชมห้องคลอด

การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา

 การสื่อสารญาติในการตอบคำถามเรื่องการงดนมแม่

เด็กต้องกินยาต่อ

 การประสานข้อมูลระหว่างฝากครรภ์ ห้องคลอด หลังคลอด

การทำ discharge plan ที่ดีของคุณชูศรี และบอกละเอียดถึงปัญหาที่อาจจะต้องเจอเวลามาใช้บริการทำให้คนไข้เข้าใจขั้นตอน

 มีการให้ความรู้จากแพทย์อายุรกรรม

 และมีการติดตามที่ดี    

อัตราการติดเชื้อในเด็กในปี 49 เหลือ 0%

CSF ของความสำเร็จ

ทีมที่มีความมุ่งมั่นทุกๆคนสูงมากและเป็นทีมที่มีความรู้ดีทั้งโสพิศ   อารีวรรณ  ชูศรี  สุทธิพรซึ่งมีประวัติของการทำงานที่ดีมากมาก่อน  

มีการดูความต้องการและความสะดวกของคนไข้เป็นหลักทำให้ผู้ป่วยพอใจและให้ความร่วมมืออย่างดี 

 ผู้ป่วยมีส่วนช่วยกันเอง ลดภาระเจ้าหน้า

ที่ มีการทำงานร่วมกับเภสัชกรทำให้สามารถใช้พลังของความคิดต่างมาใช้พัฒนางานและเกิดความมีส่วนร่วมของงาน   

มีการดูงานจากหน่วยงานที่สำคัญเช่น องค์การอนามัยโลกทำให้เห็นคุณค่าของงานมากขึ้น  

หมอรุจนีซึ่งเป็นหมอเด็กบ่นว่าจะไม่มีลูกค้ารักษาเนื่องจากในปี 49 สามารถลดการติดเชื้อให้เหลือ 0% ได้

หน่อย เป็นห่วงเรื่องการไปคลอดเอกชนทำให้เด็กไม่ได้ยาตามมาตรฐานค่ะ

หนูปลาจากงานอายุรกรรมบอกว่าอิจฉาทีมนี้เพราะหมอดีและช่วยกัน

ดิฉันคิดว่างานอายุรกรรมก็ดีสามารถพัฒนาเหมือนสูตินรีเวช  แต่ยังขาดแรงเชื่อมใจกันมากกว่า

คิดว่าหลังเปลี่ยนทีมในเดือนตุลาคมน่าจะดีขึ้นนะคะ 

เพราะไม่รู้จะโทษใครแล้วค่ะนอกจากมาดูตัวเองว่าเราขาดอะไรแล้วรีบทำ

เพราะอาจารย์สอนว่าKMไม่ทำไม่รู้ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Dr.Achara bamras



ความเห็น (0)