ความจริง เรื่องนี้ตามหัวข้อ น่าจะเป็น Holistic Corner แต่เนื่องจากเป็นคำถาม ในใจผมก่อนเข้าร่วมงาน " มหกรรม เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อยู่กับเบาหวาน อย่างมีความสุข และพอเพียง "  ที่อยากมาหาคำตอบ ในงาน ก็เลยเป็นความเกี่ยวพันกันกับงานนี้  สำหรับผม เรื่องของเทคนิควิธีการ กลวิธี ทฤษฎี ต่าง ๆ ในการดูแลผู้ป่วย ผมคิดว่าสามารถ ค่อยๆ เรียนรู้จากที่ต่าง ๆ ได้ แต่ ความคิด กระบวนการทำงาน สิ่งที่เจอ มุมมองของคนทำงาน หาได้ยาก ต้องอาศัยการ เล่า การคุย ครับ มางานนี้ก็ไม่ผิดหวัง

ผมหาโอกาสที่จะคุย กับ ทีม ร.พ.พุทธชินราช กับ pcu ในเครือข่าย บ้านกร่าง  ได้คุยกับพี่นิพัธ  ซึ่งผมก็สงสัยมานานแล้วว่า หมอเฉพาะทาง ศัลยกรรมกระดูก ทำไมถึงได้มาทำงาน กับชุมชนได้ แล้วก็ทำได้ดีจริง ๆ  ได้คุยกับเพื่อนใน blog ของ ทีมพุทธชิน ฯ รู้สึกคุ้นเคยมาก่อน ผมคุยแล้ว พอจะสรุปได้อย่างนี้ครับ


1. เริ่มจากความฉุกคิด และรับผิดชอบ ไม่นิ่งดูดาย  มองเห็นประโยชน์ชัดเจน   พี่นิพัธ เล่าบนเวทีว่า ทำงานมา 25 ปี สังเกตุ เห็นความเปลี่ยนแปลง คนไข้มากขึ้น หนักขึ้นทุกวัน ลักษณะการให้บริการ ที่ตึงเครียดขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อน ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง สักวันเราจะรับมือไม่ไหว ช่วงนั้น ปี 2544 มีการชักชวน ได้เข้าอบรมเวชศาสตร์ครอบครัว ไปดูงานชุมชน ก็ได้ความคิด  

##  เรื่องนี้สำคัญมากครับสำหรับการเริ่มต้น

2.  งานเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่มีความชัดเจน และมีความปรารถนาดี  ไม่ต้องเริ่มใหญ่โต เพราะผลของ ความปรารถนาดี และความตั้งใจดี จะเหมือน ลูกบอลหิมะ snow ball ที่เริ่มจากก้อนหิมะเล็ก ๆ จนมันก่อตัวมีพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ ( ตอนฟัง ผมนึกถึงการ์ตูน กระรอกที่แทะผลต้นสน แล้วโยนเปลือกทิ้ง กลิ้งลงภูเขาที่มีหิมะปรกคลุม จากเมล็ดสนเล็ก ๆ กลิ้งไปกลิ้งมา ( จริง ๆ กลิ้งลงเขา ) เป็นหิมะถล่มทลาย ไปได้

###  ถ้าคิดอย่างนี้ จะล้มสักกี่ครั้งก็ได้ เริ่มใหม่ได้อีกบ่อย ๆ เสมอ   พี่ สกล สิงหะ ก็พูดไว้ใน 8th HA National Forum ว่า การทำอะไร ที่อยู่บนความปรารถนาดี ไม่ต้องกลัวผิด  มีแต่วิธีนี้ไม่ได้ผลพอใจ ก็ทำใหม่ ทางนี้ไปไม่ได้ ก็หาทางใหม่  คนที่ ทำงานบนความปรารถนาดี และตั้งใจดี มีความสง่างามในตัวเอง

การทำ HA ในโรงพยาบาล หลายครั้งมากที่นั้งเถียงกัน ในห้องประชุมว่า อันนี้ผิด อีกคนบอกอันนี้สิถูก ไปอบรมมาแบบฟอร์มเก่าเขาไม่ใช้แล้ว เขามีเพิ่มให้กรอกตรงนี้  เดียวนี้ต้องทำ tracer มี เครื่องมือใหม่มา ต้องเรียกประชุม ..................     ตกลงกันไม่ได้ซักที ผมเลยว่า คงต้อง go back to ABC กันใหม่ ถ้า เริ่มที่แบบประเมิน เริ่มที่การผ่าน การรับรอง เริ่มที่เครื่องมือ ก็ลงรอยเก่าทุกที จนผมต้องปลีกวิเวก ไปทำงานตามบ้านนอก กับคนไข้ กับ  ครอบครัวเขา กับชุมชนของเขา ดูจะสนุกกว่า เป็นไหน ๆ ( ผมก็คิดว่า  อาจารย์ อนุวัฒน์ และ พรพ. ก็คงอยากจะเห็น พวกเรา มีข้อ 1 กับ ข้อ 2 นี่แหละครับ )

 

 

1. เริ่มจากความฉุกคิด และรับผิดชอบ ไม่นิ่งดูดาย  มองเห็นประโยชน์ชัดเจน

2.  งานเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่มีความชัดเจน และมีความปรารถนาดี  ไม่ต้องเริ่มใหญ่โต เพราะผลของ ความปรารถนาดี และความตั้งใจดี จะเหมือน ลูกบอลหิมะ snow ball ที่จะมีพลังยิ่งใหญ่ ในวันข้างหน้า

3. มีแต่ พวกเรา ไม่มีพวกเขา พวกโรงพยาบาล พวก pcu พวกคนไข้ พวกหมอเฉพาะทาง พี่นิพัธ เล่าว่าต้องมีการ รวบรวม สมัครพักพวก แนวร่วม เพราะเราทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทีม

#### ผมสังเกตุว่า สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือ ลดช่องว่างที่เกิดขึ้นของทีม     ทีมสุขภาพพุทธชินราช เป็นทีมที่ดีน่าสนใจมากครับ   ทุกคนทำงานมีความสุข เจอปัญหาก็ค่อย ๆ แก้  พี่นิพัธ และทีม  สามารถ หาแนวร่วม ทั้งระดับบน คือ แพทย์เฉพาะทาง และระดับล่างคือ เจ้าหน้าที่ pcu ที่สำคัญ คนในพื้นที่ ชุมชน ได้ดีมาก  ผมเลยเชื่อที่กล่าวไว้ในข้อ 2 คือ  การมีจุดเริ่มต้นที่ดี บนความปรารถนาดี  มีพลังยิ่งใหญ่

4. ต้องมองเห็นภาพที่จะเกิดขึ้นชัดเจน แล้วก็ต้องเป็นเป้าหมายที่ต้องใช้ความพยายามเอื่อมไปจับ  ความชัดเจนของสิ่งที่จะเกิดขึ้น สำคัญ ต้องมีจินตนาการ เป้าหมายที่ยืนเฉย ๆ ก็แตะได้แล้ว ไม่ท้าทายไม่ สร้างงาน เป้าหมาย ต้องใช้ความพยายามเอื่อมไปแตะ ต้องมีความพยายาม มันถึงจะมีความหมาย

ผมได้สัมภาษณ์กับผู้ปฏิบัติงาน ใน pcu กับทีมของพี่นิพัธด้วย ทุกคนล้วนถูกคัดเลือกมาก่อน แล้วก็มีความตั้งใจจะมา ทำงาน บางครั้งก็ลำบาก จนน้ำตาเล็ด แต่ผมพบว่า ถ้าการทำงาน ถูกกำกับด้วย ความปรารถนาดี และความตั้งใจดี  เจ้าหน้าที่ก็มีความสุข ไม่ท้อถอยกับงาน ที่เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

เป้าหมาย สลักไว้บน ศิลา ( ไม่โยกคลอน ) วิธีการเขียนไว้บนผืนทราย  ( เขียนผิด เขียนใหม่ได้ เสมอ )

จริง ๆ แล้วได้อะไรจากการพูดคุยอีกมาก วันนี้ต้องรีบมาสกัด ที่สำคัญมาบันทึกไว้ก่อน เดี๋ยวจะลืม  เพราะเรื่องทั้งหมด เป็นสิ่งที่ผมจะต้องเอาไปใช้ต่อแน่นอน