Case นี้ทำให้เห็นค่อนข้างชัดว่า "ความคิดนั้นมีผลโดยตรงต่ออารมณ์ความรู้สึก และอารมณ์ความรู้สึกก็ส่งผลต่อพฤติกรรมหรือการกระทำของเราโดยตรง" เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องจะระวังให้มากที่สุดก็คือตัว "ความคิด" นี่แหละครับ สิ่งที่ผมเล่าเมื่อวานนั้นไม่น่าจะเรียกว่า "เรื่องเล่าเช้านี้" เลย น่าจะเรียกว่า "น้ำเน่าเช้านี้" ดูจะเหมาะกว่า

     วันนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกับเรื่องที่เขียนเมื่อวาน (5 ม.ค.) ใครที่ยังไม่ได้อ่าน.... ลองเลื่อนไปอ่านก่อนนะครับ จะได้ทำความเข้าใจได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ผมพยายามจะสื่อในเชิงคำถามเมื่อวานก็คือ "ถ้าเราเอาเหตุผลมาไว้เหนือความรู้สึก.... ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วเราเองก็ยังรู้สึกไม่ดี...... ถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้นมาควรจะทำอย่างไรดี ระหว่าง....เหตุผล (หลักการ) กับ ความรู้สึก?"


     วันนี้ผมมีคำตอบแล้วครับ สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อวาน (กรณีของท่านอาจจะแตกต่างกันออกไป) ซึ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีไปนานเหมือนกัน (เป็นชั่วโมง) ในสิ่งที่ได้ทำลงไป..... ในตอนเย็นเมื่อกลับถึงบ้านผมได้ถามลูกว่า  "รู้ใช่ไหม..... ว่าทำไมเมื่อเช้าพ่อถึงไม่คอย"  ซึ่งเขาก็รู้ตัวดีและก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร   ผมจึงถามต่อไปว่า "แล้วตกลงเมื่อเช้าออกจากบ้านตอนไหน" แล้วก็ได้คำตอบว่า "ออกหลังจากที่ผมออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง"


     สรุปก็คือจริงๆ แล้วลูกผมไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนเช้าของเมื่อวานเลย !! แสดงว่าความรู้สึกไม่ดีที่เกิดขึ้นกับผมนั้น มันมาจากการนึกคิด (ปรุงแต่ง) ของผมเองล้วนๆ  ผมได้สร้างบทละคร (น้ำเน่า !) เหล่านั้นขึ้นมาเอง ....บทเรียนที่ผมได้รับในครั้งนี้ก็คือ ผมจะต้องตรวจสอบอารมณ์ให้ดีกว่านี้ ...ไม่ควรจะหุนหันพลันแล่นขับรถออกจากบ้านแบบเมื่อวันวาน แล้วก็ไปปรุงแต่งเอง จนตัวเองรู้สึกแย่กับสิ่งที่ได้ทำไป....


     Case นี้ทำให้เห็นค่อนข้างชัดว่า "ความคิดนั้นมีผลโดยตรงต่ออารมณ์ความรู้สึก และอารมณ์ความรู้สึกก็ส่งผลต่อพฤติกรรมหรือการกระทำของเราโดยตรง" เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องจะระวังให้มากที่สุดก็คือตัว "ความคิด" นี่แหละครับ สิ่งที่ผมเล่าเมื่อวานนั้นไม่น่าจะเรียกว่า "เรื่องเล่าเช้านี้"  เลย น่าจะเรียกว่า "น้ำเน่าเช้านี้" ดูจะเหมาะกว่า ใครมีเรื่องน้ำเน่าทำนองนี้จะลอง Share ให้ฟังกันบ้าง....สำหรับท่านที่แสดงความคิดเห็นมาในช่อง Comment ผมเห็นว่าเป็นการให้สติ ให้แง่คิดที่ดีและมีประโยชน์มากๆ ครับ ...ขอบคุณครับ