GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าเช้านี้ หรือ "น้ำเน่า" เช้านี้...กันแน่ ?

Case นี้ทำให้เห็นค่อนข้างชัดว่า "ความคิดนั้นมีผลโดยตรงต่ออารมณ์ความรู้สึก และอารมณ์ความรู้สึกก็ส่งผลต่อพฤติกรรมหรือการกระทำของเราโดยตรง" เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องจะระวังให้มากที่สุดก็คือตัว "ความคิด" นี่แหละครับ สิ่งที่ผมเล่าเมื่อวานนั้นไม่น่าจะเรียกว่า "เรื่องเล่าเช้านี้" เลย น่าจะเรียกว่า "น้ำเน่าเช้านี้" ดูจะเหมาะกว่า

     วันนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกับเรื่องที่เขียนเมื่อวาน (5 ม.ค.) ใครที่ยังไม่ได้อ่าน.... ลองเลื่อนไปอ่านก่อนนะครับ จะได้ทำความเข้าใจได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ผมพยายามจะสื่อในเชิงคำถามเมื่อวานก็คือ "ถ้าเราเอาเหตุผลมาไว้เหนือความรู้สึก.... ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วเราเองก็ยังรู้สึกไม่ดี...... ถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้นมาควรจะทำอย่างไรดี ระหว่าง....เหตุผล (หลักการ) กับ ความรู้สึก?"


     วันนี้ผมมีคำตอบแล้วครับ สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อวาน (กรณีของท่านอาจจะแตกต่างกันออกไป) ซึ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีไปนานเหมือนกัน (เป็นชั่วโมง) ในสิ่งที่ได้ทำลงไป..... ในตอนเย็นเมื่อกลับถึงบ้านผมได้ถามลูกว่า  "รู้ใช่ไหม..... ว่าทำไมเมื่อเช้าพ่อถึงไม่คอย"  ซึ่งเขาก็รู้ตัวดีและก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร   ผมจึงถามต่อไปว่า "แล้วตกลงเมื่อเช้าออกจากบ้านตอนไหน" แล้วก็ได้คำตอบว่า "ออกหลังจากที่ผมออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง"


     สรุปก็คือจริงๆ แล้วลูกผมไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนเช้าของเมื่อวานเลย !! แสดงว่าความรู้สึกไม่ดีที่เกิดขึ้นกับผมนั้น มันมาจากการนึกคิด (ปรุงแต่ง) ของผมเองล้วนๆ  ผมได้สร้างบทละคร (น้ำเน่า !) เหล่านั้นขึ้นมาเอง ....บทเรียนที่ผมได้รับในครั้งนี้ก็คือ ผมจะต้องตรวจสอบอารมณ์ให้ดีกว่านี้ ...ไม่ควรจะหุนหันพลันแล่นขับรถออกจากบ้านแบบเมื่อวันวาน แล้วก็ไปปรุงแต่งเอง จนตัวเองรู้สึกแย่กับสิ่งที่ได้ทำไป....


     Case นี้ทำให้เห็นค่อนข้างชัดว่า "ความคิดนั้นมีผลโดยตรงต่ออารมณ์ความรู้สึก และอารมณ์ความรู้สึกก็ส่งผลต่อพฤติกรรมหรือการกระทำของเราโดยตรง" เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องจะระวังให้มากที่สุดก็คือตัว "ความคิด" นี่แหละครับ สิ่งที่ผมเล่าเมื่อวานนั้นไม่น่าจะเรียกว่า "เรื่องเล่าเช้านี้"  เลย น่าจะเรียกว่า "น้ำเน่าเช้านี้" ดูจะเหมาะกว่า ใครมีเรื่องน้ำเน่าทำนองนี้จะลอง Share ให้ฟังกันบ้าง....สำหรับท่านที่แสดงความคิดเห็นมาในช่อง Comment ผมเห็นว่าเป็นการให้สติ ให้แง่คิดที่ดีและมีประโยชน์มากๆ ครับ ...ขอบคุณครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 11510
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 18
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (18)

ใครจะใจร้ายเรียกความรักความห่วงใยว่า"น้ำเน่า" ได้ลง

อาจารย์ห่วงใยลูกชายมากความรู้สึกเลยเข้ามารวมกับกฏเกณฑ์ที่อาจารย์ตั้งไว้

คงมีคุณพ่ออีกหลายๆ คนที่ทำเช่นเดียวกันนี้นะคะ

ถ้าเป็นน้ำทางออกของการใช้เหตุผลแล้วแย่ มีทางแก้ก็คือ ลองฟังเหตุผลของคนอื่นดูก่อนที่จะเอาเหตุผลของตนเองนำพาอารมณ์ออกมา แล้ว ฟันธงว่าตนเองมีเหตุผลพอที่จะกระทำเช่นนั้นออกไปได้ ค่ะ

ส่วนเหตุการณ์หลังจากที่อาจารย์กลับมาถามลูกว่าตกลงออกจากบ้านกี่โมง แล้วรู้ไหมว่าที่พ่อทำไปพ่อมีเหตุผลน่ะ (เท่ากับอาจารย์กำลังหาเหตุผลมารองรับการกระทำที่ทำไปแล้วรู้สึกแย่ และรู้ว่า ลูกก็น่าจะรู้สึกแย่กับการกระทำของอาจารย์)

แต่ความเป็นจริง ลูกอาจารย์กลับไม่เสียใจหรือรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (หรืออาจจะรู้สึกแต่เก็บมันไว้ได้ดี) เท่ากับว่าลูกอาจารย์น่ารักมากที่ไม่รู้สึกต่อเหตุการณ์ที่อาจารย์ขับรถออกไปคนเดียว และแม้ว่าจะได้ยินคำที่ลูกพูดว่า งั้นผมไม่กินข้าวก็ได้จะไปกินที่โรงเรียน เพื่อจะไปให้ทันอาจารย์ แต่ แต่ แต่ อาจารย์ไม่รอ น่าเห็นใจจริงๆๆ น่ะค่ะ   

พี่เป็นแม่ลูก 3 ค่ะ
สนุกและน่ารักดีค่ะ นั่งอ่าน เหมือนอาจารย์มาเล่าต่อหน้าให้ฟัง แล้วคิดถึงที่ตนเองประสบ มีหลายครั้งที่มีโอกาสและเวลาคุยกันตอนสบายๆและต่างไม่คาดหวังซึ่งกันและกัน ได้อะไรเยอะจากลูก ทั้ง 3 คน ตอนนี้ที่ได้ อาจารย์ได้ คือได้ฝึกวินัยให้เขาได้รู้จักรับผิดชอบตัวเองและทำตามกฎเกณฑ์ซึ่งหย่อนยานไปบ้างด้วยความรัก และอาจารย์ได้เรียนรู้และระวังไม่ให้มันทำร้ายตนเองในครั้งหน้าค่ะ เอาไว้ลองผ่านไปสักช่วงใหญ่แล้วอาจารย์ลองเอามาคุยใหม่ กับเขา โดยอาจมีคุณแม่เขานั่งฟังด้วย   เล่าความรู้สึกเราจริงๆเหมือนคุยกับเพื่อนโดยไม่ต้องคาดหวังอะไรมาก  น่าจะได้อะไรเพิ่มขึ้นนะคะ
 การเลี้ยงลูกเป็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ  ลูกๆ  ตอนก่อนเข้าวัยรุ่นและวัยรุ่น  ต่อว่าแม่ ว่าไม่รักเขา บางทีก็เป็นว่าแม่รักลูกไม่เท่ากันหลายครั้ง ส่วนใหญ่เราจะสวนว่าไม่จริง  แต่กลับมาคิดแล้วชักไม่แน่ใจ โดนหลายครั้งก็ชักสงสัย ว่า เอถ้าจะใช่  พอคุยกันกับพ่อเขาบ้าง กับลูก  และย้อนอดีตตอนที่รอ ว่าเมื่อไรจะท้องสักที ผิดหวังทุกเดือนอยู่เป็นปี หรือตอน คลอดแต่ละคนนั้นดีใจกันอย่างไร สรุปในใจเราได้ว่ารักไม่มีทางเท่ากัน ในบางโอกาสและเวลารักบางคนมากกว่าจริงๆ การแสดงออกของเราไม่สามารถแสดงให้ลูกได้ทราบในตอนนั้น แล้วเล่าให้เขาฟัง  ทีหลัง เขาชอบฟังค่ะ
โดยเฉพาะตอนนี้เขาชอบฟังว่าตอนพ่อแม่จีบกันทำอย่างไร เปิ่นก็เล่า ตลกก็เอาไว้เผา หัวเราะกันกิ๊กกั๊ก และก็ชอบเล่าอะไรที่เป็นส่วนตั๊ว ส่วนตัวของเขาให้เราฟังบ้าง เราก็อยากรู้นะคะ ถามเขาเรื่อยว่านายชัดเจนเป็นไง แป้งเป็นไง( ที่บ้านดูบางรักซอย 9 ซึ่งแป้งเป็นนางเอก และชัดเจนเป็นพระเอก ) เขาก็เขินนะคะ แต่ก็เล่านิดหน่อย บางทีเราก็เขินเองนะที่ซอกแซกถาม ก็ต้องบอกว่าพ่อและแม่ก็อยากติดตาม เหมือนดูหนังดูละคอน จบตอน ก็อยากทราบตอนต่อไป สนุกดี ขอผู้กำกับคัดตัดตอนมาเล่าหน่อย
วันหนึ่งนานมาแล้ว  ลูกสาวคนเล็กกลับจากรร มารอแม่ที่รพ เพื่อกลับบ้านพร้อมกัน หน้าตาไม่ค่อยดี ก็ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า  เขาก็ไม่พูด เราก็ตั้งสติว่าวันนี้จะฟังเขา งานเราทีหลัง ตอนไปถึงรถก็ถามเขาอีกที เขาเริ่มร้องไห้ และร้องตลอดตอนที่เล่าซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าเขาทุกข์เรื่องอะไร แต่ส่งกระดาษ Tissue ให้ซับน้ำตาและนั่งฟังอย่างตั้งใจ จนเขาเล่าจบแล้วหยุดร้องไห้   เขาพูดประโยคเด็ดมาก(ที่ทำให้แม่มีความสุขไปอีกนาน )ว่า เวลาหนูมีอะไรไม่สบายใจ หนูชอบเล่าให้แม่ฟัง เพราะเล่าแล้วสบายใจดี Win ทั้งคู่เลยค่ะ กลับบ้านอารมณ์ดี Win ต่อถึงลูกคนอื่นๆ และสามีด้วย
เอาลูกไว้ปรึกษาเวลาทางตันของเราเอง ก็มักจะได้คำตอบดีๆหลายครั้งค่ะเขาไม่ Bias เพราะอยู่นอกวงการ เล่าให้คนอื่นฟังเพื่อนๆมักบอกว่าเขาไม่เคยคิดว่าจะปรึกษาลูกได้ แต่พอลองทำดูแล้วก็ได้จริงๆ
อ่านของอาจารย์เรื่องแรก แล้วต้องกลับไปอ่านทั้งหมด ที่ Post ไว้ 
นับถือค่ะ
รวิวรรณ

Ajarn Prapon ka, I was thinking of my niece while reading your two notes ka. It's the love of your kid that made you feel upset, thinking that you might have hurt him. Personally, it's nice to give younger kids some lessons to discipline them and reasoning with him after you got back home's the best thing to do na ka.

Many times, parents and aunties (like me) love our little ones too much that we fail to discipline them in many ways ngai ka.....they could feel that 'With us, they can be very sabai sabai, especially with punctuality which has been the most challenging aspect we have to handle our staff/students these days.

I'm happy for your son to have a very caring father like you. He'll learn and realize it more when he grows older ka.

Ptk

 สรุปก็คือจริงๆ แล้วลูกผมไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนเช้าของเมื่อวานเลย !!

        ผมคิดว่าเราต้องระมัดระวังนะครับ

        ความรู้สึกต้องมีแน่ ๆ แต่รู้สึกอะไร อย่างไร

        ในฐานะพ่อคนหนึ่งผมคิดว่า การพูดความรู้สึกของเรา

        ให้ลูกได้เข้าใจเป็นเรื่องสำคัญ

         ในความถูกต้องถ้ามีความผิดพลาด

         ก็น่าจะแสดงการรับผิดด้วยก็น่าจะดีครับ

                                                    ไพรัช

ช่วยบอกคุณอรปรียา  หุ่นศาสตร์  ด้วยว่าโฆษณา  นั้น ทำให้ลูกๆมาบอกว่า   อรปรียา  พูดโกหก   บรรดาแม่ๆ  นั่งคุยกันมีความเห็นว่า เป็นความจริง  ควรแก้ไข   อย่าโฆษณา ทำร้ายเด๋กๆๆ และประชาชน   อย่าเห็นแก่เงิน ควรสร้างสรรคืด้วย
ว่างๆให้ใช้สมองคิดไปทางบวกๆมั่งนะ แล้วก้อขอให้พูดเป็นบวกๆด้วย ยายอร ก็ได้แต่เออๆ ออๆ พูดอะไรก็ไม่พูด ง่าว

นายส้นธิ( ส้นtin) แกรู้ตัวบ้างมั้ยว่าจะมีชีวิตอยู่ในคุกวันใหน?อย่าคิคว่าแน่คนเดียว เสียดายเวลาที่เมื่อก่อนฉันเคยศรัทธาแก วันนี้ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเกลียดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

1.ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับ"นายชวน"ที่เคยเป็นนายกฯถึงสองสมัยและพวกหน่อมแหน้มในพรรคทั้งหลายจะไม่เข้าใจว่าคำว่า"รู้รักสามัคคี"คืออย่างไร ถ้ายังพากันเดินหน้าสร้างความแตกแยกในชาติต่อไปน่าจะมีคนถามพวกเขาหน่อยว่า"เป็นคนไทยหรือเปล่า"

2.ไม่น่าเชื่อว่านายสรยุทธจะหลงตัวเองได้ขนาดนี้ จนลืมหน้าที่"ความเป็นกลางในหน้าที่ความเป็นสื่อ"ของตัวเอง

3.อยากให้ประชาชนทั่วประเทศสั่งสอนสื่อด้วยการบอยคอตสื่อที่ไม่มีความเป็นกลางทั้งหลาย

เอ่อ ผมว่า สี่อันหลังนี่ไม่เกี่ยว
1123
5813

ถึงพี่ สรยุทธ สุทัศนจินดา

สวัสดีครับพี่ สรยุทธ อย่าเพิ่งด่วนไม่อ่านจดหมายผมละครับ ผมมีเรื่องอยากให้พี่รับทราบและแก้ปัญหาให้นักเรียน เกี่ยวกับการสอบ o-net

ผมมีปัญหา ผมเป็นนักเรียนแถวภาคเหนือ ผลการเรียนของผมได้รับประกาศเกีรตินิยมทุกภาคเรียน เกรดเฉลี่ย g paxผมได้ 3.80

สอบแข่งขันของสถาบันบริษัทต่างๆได้อันดับที่ 1 ของจังหวัดมา 7-8 รอบในวิชา คณิตศาสตร์แล้วครับ

รวมไปถึงระดับภาคเหนือผมก็เคยสอบแข่งขันได้ผลคะแนนยอดเยี่ยมอันดับ1ภาคเหนือมาแล้วครับ

และก็ยังรวมไปถึงระดับประเทศผมก็สอบแข่งได้อันดับเหมือนกัน และความสามารถที่ผมมีอีกมากเลยครับ

นี้ก็คือผลการเรียนที่ผมสะสมมาครับ ผมไม่ใช่คนเก่งอะไรเลยแต่ผมอาศัยความขยันและรวมไปถึงผมก็เป็นคนตั้งมั่นในความดีมาตลอดด้วยครับ เรียกว่าไม่เหมือนวัยรุ่นทั่วๆไป

ซื้อหนังสือมาอ่านอยู่เรื่อยๆในวิชาต่างๆก่อนอ่านเนื้อหา อ่านข้อสอบ ผมก็จะอ่านเกี่ยวกับเทคนิคการเลือกคณะ การเตรียมตัวสอบ ตัวอย่างผู้ที่ประสบ-ไม่ประสบความสำเร็จต่างๆ อ่านไปก็ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเองหลอกครับเพราะผมไม่ได้นึกถึงกับข้อความที่ว่า( รักษาสุขภาพ อย่าตื่นเต้น อย่าหักโหม เดี๋ยวจะไม่สามารถสอบได้ ) ผมไม่นึกว่าจะเกิดกับตัวเอง ในเรื่อง นี้ จนมันเกิดกับผมได้

ณ.วันที่ มีการสอบo-net มีเรื่องบังเอินเกิดกับตัวผม อย่างที่บอกครับช่วงเดือนนั้น จังหวัดแถบภาคเหนือผมมันหนาวมาก ก่อนหน้าสอบก็ติว-อ่านหนังสือมานอนดึกทุกคืนจนร่างกายทรุดโทรมจนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ สุขภาพในวันสอบไม่ดี และก็ตื่นเต้นมากและกลัวมากจนมันบอกไม่ถูกครับ ผมเป็นคนเคลียดจัดเคลียดหนักด้วย เคยถึงขนาดกับเข้าโรงพยาบาล

สุขภาพในเวลาป่วยผมคือ มึนหัวปวดหัวไปหมด น้ำมูกก็ไหลเย้อม เฟอะฟะ เท่าที่เห็นเด็กที่สอบก็มีฟืดฟาดกันมาก ( แต่ผมเป็นหนักกว่าเลยครับ ) พี่ลองนึกถึงดูว่า คนป่วย หูอื้อมากๆ ปวดหัวอีกมันเลวร้ายแค่ไหนที่ต้องมาอ่านข้อสอบมาคำนวณเลข ถึงแม้ว่ามันจะมีทั้งยากทั้งง่ายเถิดครับแต่ก็ทำไม่ได้เลย ตีโจทย์ภาษาไทย สังคม ไม่รู้เรื่องเลย มึน อ่านโจทย์ข้อ นึงเป็น 10 รอบ ภาษาอังกฤษก็ลืมศัพท์หมดเลย ไวยกรณ์ที่เรียนมา โจทย์คำถามต่างๆผมก็งงไปหมดเลย ทั้งที่เรียนติวพิเศษมา 3ปี ก็เลือนหมดเลย ยิ่งคณิตศาสตร์ ต้องรวบรวมความจำทั้ง3ปีเอามากองไว้เท่าที่จำได้ขนาดของ ม.6เรื่องสถิติที่ง่ายๆ ผมยังลืมสูตรเลย ครับ

แล้วผมก็ต้องมานั่งร้องให้กับแม่ในโทรศัพท์ เมื่อผลสอบออก แม่เคลียดมาก แม่ก็ร้องให้ใหญ่เลยเพราะว่าผมร้องก่อนแล้วแม่บอกว่าสงสารผมกลัวผมจะหาที่เรียนไม่ได้ ( แม่ทำงานหาเงินต่างจังหวัด) ส่งให้เรียนพิเศษและกิจกรรมต่างๆอย่างไม่ขาดเลย ผมไม่เคยทำให้แม่เสียใจเลยซักครั้งเดียว นอกจากคร้งนี้ที่สอบไม่ได้เลย คะแนนสอบออกมาน้อยมาก และผมก็ไม่มีโอกาศแก้ตัวเลยหรือไรครับ ผมอยากสอบ โอ-เน็ต ได้อีกผมยอมเสียเงินเอง อนาคตของผมจะจบลงกับแค่นี้ใช่ไหมครับ

เข้าเรื่องเลยและกันครับ ผมต้องการให้พี่สรยุทธเป็นสื่อกลางแจ้งให้ศึกษาธิการทราบหน่อยครับผมคาดว่าน่าจะมีนักเรียนกรณีนี้ครับ ผมต้องการแก้ตัวถึงแม้ว่ามันจะต้องล่วงเลยเสียเวลามาอีก 1ปีก็ตาม

ผมเชื่อว่าไม่มีใครต้องการอยากให้รัฐจ่ายเงินค่าสอบให้หลอกครับถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้

ผมเสียใจมากที่มันเป็นแบบนี้แต่ผมวิงวอนขอพี่สรยุทธเป็นสื่อกลางให้ผมด้วยครับและพี่จะถือได้ว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตมนุษย์ให้มีอนาคตที่ดีครับผมขอให้พี่ช่วยเถิดครับผมเชื่อว่าพี่ทำได้และแน่นอนครับ

ขออาราทธนาคุณพระศรีรัตนไตรบุญบารมีที่ข้าพเจ้าสั่งสมมาขออวยพรให้พี่สรยุทธจงมีความสุขปราศจาคโรคภัยมีชื่อเสียงที่ดีตลอดไป พร้อมทั้งทรัพย์สุขศรีมั่งมีทุกๆชาติกาลภพ

ช่วยเหลือลมหายใจหนึ่งเพื่ออีกลมหายใจหนึ่งด้วยครับ

จากนักเรียนที่เคารพพี่เสมอ

  • แปลกแต่จริงครับ บันทึก "เรื่องเล่าเช้านี้" ไม่ได้พูดถึงรายการที่คุณสรยุทธ์จัดเลยครับ
  • พูดถึงอาจารย์ประพนธ์กับลูกชายครับ
  • ผู้ให้ข้อคิดเห็นหลังๆ ให้ข้อคิดเห็นแบบ web board ครับ คือไม่อ่านเนื้อในแต่อ่านต่อๆ กันมาและเขียนตามความรู้สึกครับ
  • ผู้เขียนข้อคิดเห็นท่านต่อไป "โปรดอ่าน" ตัวบันทึกด้วยครับ
  • ชื่อเรื่อง ฉุดให้ Rating กระฉูดถึง 933 ครั้งแล้วครับ
  • ขอขอบคุณทุกท่านครับ

ถึงคุณสรยุทธ                                    

     ขอแนะนำให้คุณประชาสัมพันธ์ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ให้นักการเมืองช่วยไปหาหนังสือ "คู่มือมนุษย์" ของท่านพุทธทาสมาอ่านให้ขึ้นใจ จะได้ละทิ้งตัวกูของกู[ไม่ใช่คำหยาบนะคะเป็นคำในหนังสือ] ให้นึกถึงประเทศชาติเป็นหลัก อย่ายึดมั่นถือมั่น จนบ้านเมืองพังหมดแล้ว คุณสรยุทธเองเป็นสื่อมวลชนสามารถที่จะชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง ทำตัวให้เป็นกลาง เพราะเห็นความแตกแยกในบ้านเมืองแล้วรู้สึกไม่สบายใจจริงๆค่ะ

ทำให้นึกย้อนไปเมื่อปี 2310 ปีที่กรุงศรีอยุยาแตกเสียเอกราชให้แก่พม่า เพราะคนไทยไม่รู้รักษามัคคี ดิฉันเกรงว่าประวัติศาตร์กำลังจะซ้ำรอย เพราะนักการเมืองน้ำเน่า มุ่งแต่จะเอาชนะกัน แล้วอ้าง บ้านเมือง บ้านเมือง ความจริงทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น

                                        หวังว่าจดหมายฉบับนี้คงเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้างและอยากให้นักการเมืองน้อมรับกระแส ประราชดำรัส ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวใส่เกล้าใส่กระหม่อม ไม่ใช่รับแต่ปากแต่การกระทำยังดื้อด้าน

                                                      ขอแสดงความนับถือ

                                                 จากคนอยุธยาที่รักชาติ

ผมนึกไม่ออกเหมือนกันครับว่าเราพูด "คนละเรื่องเดียวกัน" ได้ยังไง ...สงสัยนี่คือภาพของสังคมไทยครับ เราไม่อ่าน (ไม่ฟัง) ได้แต่ตอบโต้ออกไป ไม่ว่าจะด้วยวาจา หรือ การเขียน ก็ตาม

เป็นการส่งข้อมูลด้วยรหัสลับครับ หลังจากเจ้าของข้อมูลให้ข้อมูลแล้วไม่มีการตอบรับ ภายหลังเลยให้กุญแจมาเป็นเลขสี่ตัวแรกของลำดับฟีโบนัคคี่คือ 1123 ผมขอยืนยันด้วย 5813 เป็นอันว่ารู้เรื่องตรงกัน

 

 

 

 

 

 

(อย่าจริงจังมากครับ...8)

งง ค๊ะ ไม่รู้ไรกัน งง