จัดแม่ทัพให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคน และเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถ เพื่อให้เกิดการยอมรับจากตัวเขาเองและคนอื่น จะสร้างความมั่นใจและกล้าที่จะแสดงสิ่งต่างๆ ออกมา

 วันนี้เป็นบันทึกต่อเนื่องจากบันทึกคราวที่แล้ว  ( แสดงเป็นคุณอำนวยโดยไม่ได้ตั้งตัว ) ค่ะ

           ครั้งหนึ่งเคยคุยกับพี่สิงห์ป่าสัก และพี่วิศรุต เรื่องคลื่นใต้น้ำลูกใหม่ๆ ที่เรา สามารถดึงมาช่วยกันทำงานได้ ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่ายากเหลือเกิน แต่เมื่อตัวเองลองนั่งนึกถึงวันที่ได้มีโอกาสเป็นคุณอำนวยงานนั้น ทำให้เราเริ่มมองเห็นว่า ภายใต้เมฆที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ก็ยังพอมีแสงอาทิตย์ให้เห็นบ้าง

           ในระหว่างการแบ่งกลุ่มย่อยนั้น ก็มีพี่ๆ ที่ไปด้วยกัน (เด็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ในทีม KM จว) ที่เข้ามามีบทบาทโดยไม่ตั้งตัวเช่นกัน เพียงแต่มองตาก็รู้กันว่าต้องทำอย่างไร พี่เหล่านี้เข้ามาเป็นคุณลิขิตให้ ด้วยการจับประเด็นที่ได้จากการ ลปรร. ของคณะกรรมการศูนนย์ ในแต่ละเรื่อง ข้อดี ข้อคิด (ka) ที่ได้ ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ และช่วยกันทำให้ระบบการแบ่งกลุ่มเป็นไปโดยไม่ขรุขระ  ไม่ไปขัดจังหวะการแลกเปลี่ยนความคิดที่กำลังพรั่งพรูออกมาของชาวบ้าน ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละคลื่นใต้น้ำน้อยๆ ที่น่าจะเป็นทีม KM รุ่นเล็ก ของจังหวัดได้ และเป็นทีมทำงานในรูปแบบใหม่ๆ ได้ (ถ้ามีการเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงฝีมือบ้าง)  (ทำให้นึกถึงคำพูดของพี่สิงห์ป่าสัก และพี่วิศรุต ขึ้นมาได้)  คิดว่ามันก็คงเหมือนเราจัดทัพศึก จัดแม่ทัพ ให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคน และเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถ เพื่อให้เกิดการยอมรับจากตัวเขาเองและคนอื่น เขาจะได้มั่นใจและกล้าที่จะแสดงสิ่งต่างๆ ออกมา  (แอบคิดเอาเอง)  ซึ่งในอนาคต ถ้ามีโอกาสเราจะต้องนำกำลังกาย และกำลังความคิดของเด็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่ออกมาใช้ให้ได้ เพื่อให้เกิดการทำงานแบบใหม่ๆ อิอิ เขียนไปเขียนมาเริ่มเลอะเทอะออกแนวการบริหารจัดการคนแล้วค่ะ วันนี้คงพอแค่นี้ก่อนค่ะ แต่ไม่ลืมที่จะมีข้อคิดมาฝากกันค่ะ

             สรุปสิ่งที่เราได้จากการทำงานครั้งนี้คือ ในทุกๆ คนมีความรู้ ความสามารถที่ดีแตกต่างกัน เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้นำเสนอ หรือถูกดึงออกมาใช้ ดังนั้นขอเพียงโอกาส คำแนะนำ และตัวอย่างดีๆ เชื่อว่า คลื่นลูกใหม่ไฟแรงยังมีอีกเพียบเลยค่ะ  ขอบคุณค่ะ