หลังจากหลับๆตื่นๆมาตลอด ก่อนถึงสนามบินหลายสิบนาที ผู้เขียนตื่นเต้นกับบรรยากาศข้างล่าง ซึ่งเป็นแสงไฟในยามค่ำคืนดูสวยงามมาก รวมเวลาอยู่บนเครื่องบินนานเก้าชั่วโมง สุดท้ายเราก็มาถึงจุดหมายปลายทาง นั่นก็คือสนามบินเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอารเบีย ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "King Abdul Aziz International Airport” ในเวลาสี่ทุ่มยี่สิบ(เวลาของซาอุฯ) เนื่องจากเราอยู่บนเครื่องยังไม่ได้ละหมาดกันเลย เพราะฉะนั้น กิจกรรมแรกที่เหยียบแผ่นดินซาอุฯคือ การละหมาดรวมมักริบกับอิชา ห้องละหมาดเป็นห้องเล็กๆอยู่ในบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ละหมาดรวมทั้งหญิงและชาย พื้นที่จึงไม่สมดุลย์กับผู้คนซึ่งมีหลายร้อยคน ต่างคนจึงต้องหามุมกันเองตามอัธยาสัย ที่โน่นจะดีตรงที่ว่าเราละหมาดตรงไหนก็ได้จะไม่เป็นเป้าสายตาของผู้คน เพราะเหมือนๆกันหมด ผู้เขียนลงมาจากเครื่องบินเป็นกลุ่มแรกๆจึงไม่มีอุปสรรคมากนัก
บรรยากาศที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองค่อนข้างจะอึดอัด เพราะเป็นอาคารเก่าๆ(ดูจากภายใน) เขาจะแบ่งเป็นล็อคๆกั้นด้วยลูกกรงเหล็ก การตรวจพาสปอร์ตมีขั้นตอนเยอะมาก เริ่มตั้งแต่สกรีนโดยไม่ได้ทำอะไรแค่ดูเฉยๆ หลังจากนั้นจึงเป็นการปั๊มบ้าง ดูบ้าง จึงมาถึงจุดที่ต้องบันทึกข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่แปดคน เจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมดเป็นวัยรุ่น เขาทำงานรอบคอบมาก เขาจะดูรูปถ่ายกับหน้าจริงตลอด แต่ละคนเฮี๊ยบมากดูน่ากลัว หลุดจากบริเวณนี้ออกมาก็มีการตรวจเช็คอีก ซึ่งจุดใหญ่ๆที่ต้องนั่งรอนานๆสำหรับการตรวจเช็คมีอยู่สี่จุด แต่ละจุดใหญ่ก็มีการตรวจย่อยอีก หนึ่งจุดได้มาหนึ่งลายเซ็นต์ เบ็ดเสร็จต้องยื่นพาสปอร์ตให้เขาเกือบสิบครั้ง เท่าที่ผู้เขียนสังเกตุขั้นตอนที่เกินมาคิดว่า จะเป็นระดับหัวหน้าตรวจทานการทำงานของลูกน้องมากกว่า เพราะแค่ดูเฉยๆโดยไม่มีการบันทึก ปั๊ม หรือขีดเขียนแต่ประการใด
ที่นี่เราเริ่มเจอผู้คนหลายชาติหลายภาษา ชาติที่ถึงไปก่อนหน้าพวกเราคือพวกอัฟริกา ผมหยิก ผิวหมึก ตัวโต นั่งกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว วิธีการปล่อยคนเข้าตรวจเช็คพาสปอร์ตคือ เขาจะกักบริเวณไว้ในล็อคแรก มีที่นั่งให้เรียบร้อย พอล็อคที่สองคนเริ่มวาย เขาก็จะเรียกเข้าไปเพิ่มเป็นกลุ่มๆ สำหรับกลุ่มของเราซึ่งแต่งตัวเหมือนกันหมด เขาก็จะเรียกไปด้วยกันไม่มีการตัดตอนแถวไปเข้าช่องทางอื่น ซึ่งมีทั้งหมดสี่ช่องทาง แต่กลุ่มอื่นมีการตัดตอนให้ไปเข้าคนละช่องทางหรือตัดตอนไว้เรียกในรอบถัดไป บางกลุ่มเหลือแค่สี่ห้าคนเอง เขาก็ไม่ยอมให้เข้าต้องนั่งรอที่เดิม จนกว่าเขาจะเรียกในรอบถัดไป ทำให้หลายคนปอด(แหก) เพราะถ้าแยกกันแล้วเราไม่รู้ว่าจะไปเจอพรรคพวกตรงไหนเมื่อไรอย่างไร ก็ม่ายยยยรู้ เลือดสุพรรณมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันสิ 55555
หลังจากตรวจเอกสารเรียบร้อย ถึงจุดที่ต้องมาเจอกับสัมภาระซึ่งมารอเราอยู่ก่อนแล้ว ตั้งอยู่รวมกันเป็นกอง(เบ้อเริ่ม) เราต้องหาสัมภาระของเราให้เจอทุกชิ้น เพราะถ้าไม่ครบก็จะตกหล่นอยู่ที่นี่แน่นอน เพราะต่างคนต่างก็ต้องรับผิดชอบของตัวเอง เมื่อครบแล้วจึงลากกกกกไปรวมกันเพื่อเข้าเครื่องตรวจสัมภาระ หลังจากรับสัมภาระที่ออกจากเครื่องตรวจแล้ว เป็นอันเสร็จพิธีการที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หลังจากนั้นเราก็จะมารวมกลุ่มกันที่บริเวณซึ่งเขาจัดไว้ให้เป็นประเทศๆ แยกบริเวณ มีป้ายบอกชัดเจน ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่จากประเทศไทยมาคอยต้อนรับ พูดคุยด้วย ก็รู้สึกอบอุ่นดี ณ ตรงนี้เป็นจุดพักผ่อนเพื่อรอรถบัสเดินทางต่อไปยังนครมะดีนะห์ เราใช้เวลาตรงนี้นานมาก เพราะทางการซาอุฯกำหนดให้รวมกลุ่มกันให้ได้กลุ่มละ 45-50 คน เขาจึงจะจ่ายรถบัสให้หนึ่งคัน น้อยไปก็ไม่ได้ มากไปก็ไม่ได้ กว่าที่เราจะจัดคนได้ลงตัวก็นั่งๆนอนๆกันจนเหนื่อย รวมเวลาเราอยู่ที่สนามบินหกชั่วโมง จึงออกเดินทางต่อไปยังนครมะดีนะห์ในเวลาตีสี่ครึ่ง
มาติดตามอ่านครับ ผู้เขียนบันทึกรายละเอียดได้ละเอียดยิบเลย หลายเหตุการณ์ผมลืมภาพเหล่านั้นไปแล้วทำให้สามารถrecallภาพเหล่านั้นกลับมาได้อีก
ดีมากๆครับ
เขียนได้ละเอียด เป็นเพราะว่าได้บันทึกไว้ตอนเดินทาง ถ้าไม่บันทึกก็คงเบลอๆเหมือนกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ ที่ติดตามอ่าน
พี่ค่ะ ขอโทษนะค่ะ คือว่าหนูอยู่เชียงราย อยากจะไปเที่ยว เมืองเจดดาห์ ไม่รู้จะไปเครื่องของอะไรดีอะคะ พอดีว่าหนูเดิอนทางไปต่างประเทศ ส่วนมากหนูไปของ การบินไทย แต่ของการบินไทยไม่มี ปลายทาง เมืองเจดดาห์ นี้อะคะ ขอรบกวนบอกหนูที นะค่ะ ของคุณมากค่ะ