วันที่ ๑๔ ก.ค. ๕๐ ก่อนประชุมสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่นครศรีธรรมราช  
ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา นายกสภาฯ เล่าให้ฟังว่า      วช. เคยมีการประเมินผลงานวิจัยของประเทศตามแผนพัฒนาฯ ระยะที่ ๗     พบว่าในช่วงนั้น ประเทศไทยมีนโยบายเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม    แต่งบประมาณของประเทศด้านการวิจัยในช่วงนั้นเน้นการวิจัยด้านเกษตร      โดยงบประมาณวิจัยของประเทศกว่าครึ่งให้แก่ด้านการเกษตร     และเงินเกือบทั้งหมดผ่านกระทรวงเกษตรฯ


          งานวิจัยเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำโดยศูนย์หรือสถาบันวิจัย ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ     และพบว่าศูนย์ใดห่างจากอำนาจส่วนกลาง จะทำหน้าที่วิจัยให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรได้ดีมาก     ผลงานวิจัยเชิงประยุกต์ หรือการวิจัยเพื่อพัฒนา ของวงการเกษตร     ได้ก่อผลให้ความรู้ด้านการเกษตรในเกษตรกรไทยมีสูงมาก


          ทำให้ผมนึกออกว่า     ตอนผมมาเริ่มทำงานเป็น ผอ. สกว. ในปี ๒๕๓๖     เราพบว่าผลงานวิจัยด้านเกษตร มีตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติน้อยมาก      คืองานวิจัยพื้นฐาน (basic research) ด้านการเกษตรในประเทศไทยมีน้อยมาก     สกว. ได้พยายามส่งเสริมให้เกิดการวิจัยพื้นฐานในวงการเกษตร  จนปัจจุบันมีผลงานวิจัยด้านการเกษตรตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติมากขึ้น    


          คำบอกเล่าของ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา ทำให้ผมสงสัยว่า ที่ สกว. ไปส่งเสริมงานวิจัยพื้นฐานด้านการเกษตรเช่นนั้น เป็นการถูกต้องหรือไม่    ผมบอกตัวเองแบบเข้าข้างตัวเองว่า ที่จริงเราต้องการงานวิจัยทั้ง ๒ แบบ     ทั้งงานวิจัยเชิงประยุกต์ หรือ R&D  และงานวิจัยพื้นฐาน     และหน่วยงานส่งเสริมการวิจัย มีหน้าที่จัดการให้งานวิจัยทั้ง ๒ แบบเกื้อกูลส่งเสริม (synergy) กัน


          ผมเพิ่งรู้จักการวิจัยแนวประยุกต์ใช้ความรู้     เอาความรู้ที่มีอยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้ในบริบทของท้องที่     เรียกชื่อว่า Translational Research    ผมจึงถึงบางอ้อว่า วงการเกษตรไทย ใช้ประโยชน์ของ Translational Research อย่างชาญฉลาด มานานแล้ว     ก่อนจะมีชื่อ Translational Research เมื่อเร็วๆ นี้


          ที่จริงงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของไทยจำนวนไม่น้อย เป็น  Translational Research เช่นเดียวกัน  


          ขณะนี้มีการพูดกันทั่วโลก ว่ายังมีการทำการวิจัยแนว Translational Research น้อยไป     ทำให้ความรู้พื้นฐานส่วนใหญ่ใช้เวลานานมาก กว่าจะมีการนำไปใช้ประโยชน์    

วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.ค. ๕๐