ตามติด "งานติดตาม"

ตามติด… งานติดตามการติดตามการรักษาเป็นระยะสุดท้ายของการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ/ผู้ติด  เพื่อประคับประคองให้ผู้ผ่านการบำบัดรักษาเกิดความเข้มแข็งทางด้านร่างกายและจิตใจ  เป็นการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยไม่พึ่งยาเสพติด   แต่ในปัจจุบันพบว่าการติดตามการรักษา ยังไม่มีวิธีดำเนินการ ช่วยเหลืออย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม  โดยเฉพาะช่วงนัดการติดตามครั้งที่  5 เป็นต้นไป ซึ่งมีช่วงนัดห่างจากครั้งที่ 4 เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งทำให้ ผู้ป่วยลืมวันนัด หรือไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องเข้ามาติดต่อ ทำให้ไม่ทราบว่าคนเหล่านี้กลับไปเสพซ้ำหรือไม่  ในการบำบัดทั้ง 4 ขั้นตอน พบว่าจำนวนผู้กลับไปเสพซ้ำส่วนใหญ่อยู่ในระยะติดตามผล    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเสพซ้ำ 1.       ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อาการอยากยา (craving) เนื่องจากการขาดยา (withdrawal)2.      ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม  เช่น อยู่ในชุมชนที่เป็นแหล่งค้ายา , ขาดแรงจูงใจจากครอบครัว 3.      ปัจจัยด้านการจัดการ ได้แก่  กิจกรรมและวิธีการต่างๆ ที่ให้กับผู้บำบัด เช่นการให้คำปรึกษา การเยี่ยมบ้าน จากปัจจัยดังกล่าว พบปัญหาอุปสรรค คือ1. การเตรียมความพร้อมให้กับผู้ป่วยก่อนการมาติดตามการรักษา ทำให้ผู้ป่วยบางราย ยังขาดการตระหนักถึงความสำคัญของการมาติดตามการรักษาและไม่มาตามนัดหมายที่กำหนด 2. ขาดการติดตามการเยี่ยมบ้าน3.  การขาดทักษะความชำนาญของเจ้าหน้าที่ ในการใช้เครื่องมือในการบำบัด          งานติดตามการรักษา  สถาบันธัญญารักษ์ จึงพัฒนารูปแบบการติดตามการรักษาขึ้น เพื่อใช้ในขั้นตอนการติดตามผู้ผ่านการบำบัดรักษา  ดังนี้1.       ระยะเตรียมการก่อนกลับบ้าน-          งานติดตามการรักษาได้เตรียมความพร้อมของผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน ด้วยวิธีการทำงาแเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการต่างๆของงานติดตามการรักษา ขั้นตอนของการมาพบเจ้าหน้าที่  การตระหนักถึงความสำคัญของการมาติดตามผลการรักษาและการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากยาเสพติด  โดยการเข้าพบผู้ป่วยทุกตึกที่เข้ารับการักษามาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป (ในกรณีผู้ป่วยบังคับบำบัด) และผู้ป่วยที่ใกล้จะกลับบ้าน (ในกรณีผู้ป่วยสมัครใจ)                   2. การติดตามการรักษาโดยใช้กลุ่มปัญญาสังคม (Social Cognitive Group) เป็นทฤษฏีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคม  ความฉลาดทางอารมณ์  และขออนุมัติใช้ห้องกิจกรรมในชั้น 3 ตึกอำนวยการเพื่อให้บรรยากาศเอื้อต่อการทำกลุ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการทำกลุ่มปัญญาสังคม เราพบว่า ผู้ป่วยที่เคยผ่านการใช้ยามาแต่ละประเภท จะมีความสามารถๆ ในการทำกิจกรรมได้แตกต่างกันอันเนื่องมาจากภาวะแทรกซ้อนทางร่างกายและจิตใจ ที่เกิดจากการใช้ยา เช่น ในกรณีของผู้ป่วยสุรา และผู้ป่วยสารระเหย บางรายที่มีลักษณะ พฤติกรรม ค่อนข้างช้า โต้ตอบกับกิจกรรมกลุ่มได้ไม่ทันเพื่อนร่วมกลุ่ม ทำให้ทั้งตัวของผู้ป่วยดังกล่าวรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของกลุ่มเพื่อน   และบางครั้งเพื่อนๆ ในกลุ่มก็รู้สึกว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับความสามารถที่ตนเองมีอยู่   ดังนั้น การทำกลุ่มปัญญาสังคม เราจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสม สอดคล้อง กับกิจกรรม  และความต้องการของสมาชิกภายในกลุ่มด้วย3. การติดตามการบำบัดโดยการเยี่ยมบ้านจากกการติดตามเยี่ยมบ้านในเขตพื้นที่ภาคกลาง พบว่า บางครั้งการที่ผู้ป่วยไม่ได้มาติดตามผล มิใช่เป็นการเสพซ้ำเสมอไป เพราะยังมีผู้ป่วยอีกหลายรายที่การประกอบอาชีพไม่เอื้ออำนวยต่อการมารายงานตัว เช่น การทำสวนผลไม้ ที่ต้องเก็บผลผลิตแบบวันต่อวัน การประกอบอาชีพรับจ้างที่ได้ค่าแรงเป็นรายวัน การทำงาน ที่อยู่ในช่วงทดลองงาน จนไม่สมารถลางานมา พบจ้าหน้าที่ได้หากผู้ป่วยมารายงานตัวก็จะทำให้วันดังกล่าวเป็นวันที่ไม่มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว 4.      การติดตามผู้ผ่านการบำบัดโดยวิธีโทรศัพท์ กรณีที่ผู้ผ่านการบำบัดไม่มาตามนัด การติดตามทางโทรศัพท์จึงเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่งานติดตามการรักษา ติดต่อถึงผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมาพบเจ้าหน้าที่ หรือในกรณีเมื่อเจอกับปัญหาทำให้กลับไปเสพซ้ำ เจ้าหน้าจะมีบทบาทในการ Motivate   เ พื่อให้ผู้ป่วยกลับมารักษาซ้ำและให้คำแนะนำกับญาติผู้ป่วยในการนำผู้ป่วยกลับมารักษา เนื่องจากพบว่าญาติของผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อผู้ป่วยกลับไปเสพซ้ำจะเกิดความท้อแท้ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ        งานติดตามการรักษาจึงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งตัวของผู้ป่วยและญาติโดยเจ้าหน้าที่มีบทบาทในการแนะนำชี้ให้เห็นความสำคัญของการมาตามกำหนดนัดหมาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึง สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนแสวงหาแหล่งทรัพยากรทางสังคม ให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ ที่ผู้ป่วยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้              ข้อมูลอ้างอิงกนกวรรณ   กัลยาณุสุต.(2532).การวิเคราะห์แนวการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดให้โทษ             ในระบบคุมประพฤติผู้ใหญ่.กรุงเทพฯ.กรมการแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข.(2544). ช่วยเพื่อช่วยตนเอง Help to self  help.              สำนักงานกิจการโณงพิมพ์  องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.กรุงเทพฯ