12 กรกฎาคม 2550
องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดกิจกรรมประเพณีอันสำคัญ คือ พิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษา 2550 ขึ้น ณ อาคารพลศึกษา โดยปีนี้นายอนุสรณ์ ตาดทอง นายกองค์การนิสิต คิดและเขียนวาทกรรมการไหว้ครูด้วยคำว่า “ธูปเทียนไต้ ดอกไม้มาลีวัลย์ ยอใส่เศียร นบคุณครูเจ้า”
ว่าด้วยเรื่องวาทกรรมในพิธีไหว้ครูนั้น ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มักจะเป็นสิ่งที่ปรากฏคู่อยู่กับพิธีไหว้ครูเสมอ และส่วนตัวผมเองก็กล้ายืนยันว่าในสมัยที่ตนเองเป็นนายกองค์การนิสิต ก็แทบจะเรียกว่าเป็นคนแรก ๆ ที่มีการนำเอา “วาทกรรม” มาใช้ในการไหว้ครู ต่อมาระยะหลังมักให้อาจารย์ช่วยคิดให้ กระทั่งบัดนี้เป็นนิสิตคิดและกลั่นกรองออกจากสมองและจิตใจของเขาเองแทบทั้งสิ้น
เท่าที่พอจะจำได้ก็มีทั้ง “หญ้าแพรก ดอกมะเขือต่างมาลัย กราบครูด้วยใจเปี่ยมศรัทธา” , “เราก็ศิษย์ มีอาจารย์หนึ่งบ้าง” , ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าไม่มีใครจัดเก็บวาทกรรมเหล่านี้ไว้เลย และคงไม่พ้นผมกระมังที่ต้องพาขุนพลทั้งหลายทั้งปวงรื้นค้นมาจัดเก็บไว้เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์สายธารกิจกรรมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ปีนี้, การไหว้ครูยังคงมีรูปลักษณ์เฉกเช่นทุก ๆ ที่ อาทิ ประกวดร้อยกรองเทิดพระคุณครู, ประกวดเรียงความ, ประกวดอ่านทำนองเสนาะ, มอบรางวัลแก่นิสิตเรียนดี, การร้องสรภัญญะ, การบรรเลงดนตรีไทย, การร้องเพลงพระคุณที่สาม เป็นต้น
ปีนี้, ผมคุยกับน้ององค์การนิสิตว่าขอให้มีการมอบเกียรติบัตรสำหรับนิสิตที่เรียนดีประเภทเดียวโดยไม่มีการมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติในกลุ่มนักกิจกรรม เพราะบัดนี้ผมได้ฟื้นรางวัล “ช่อราชพฤกษ์” กลับมาในวันขอบคุณนักกิจกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงการถือโอกาสเปิดตัวสื่อสร้างสรรค์เพื่อใช้รณรงค์เกี่ยวกับการ “พัฒนานิสิต” โดยท่านอธิการบดีเป็นผู้ทำหน้าที่ส่งมอบให้แก่นายกสโมสรนิสิตทุกคณะ เพื่อนำไปรณรงค์ในสังกัดของตนเอง
และนี่คือวาทกรรมที่ผมแต่งขึ้นมาเพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของการขับเคลื่อนการพัฒนานิสิต ดังว่า
“ร่วมสร้างวัฒนธรรมมหาวิทยาลัย ใส่ใจคุณธรรมนำความรู้ แต่งกายชุดนิสิต มีจิตสำนึกสาธารณะ สมถะพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข”
และในบริบทของงาน สวนหนึ่งจึงถูกตกแต่งด้วยสื่อรณรงค์เหล่านี้อย่างหนาตา ขณะที่เวทีทั้งหมดก็เกิดขึ้นจากการคิดและลงมือทำด้วยตัวของนิสิตเอง

ปีนี้, นิสิตเข้าร่วมการไหว้ครูหนาตา ระบบระเบียบและการจัดการต่าง ๆ เป็นไปอย่างรัดกุม กระชับและรวดเร็วกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด และนั่นคือ ผลพวงของการทำงานอย่างหนักของเหล่าบรรดาขุนพลนักกิจกรรม หรือแม้แต่ทีมงานของเราที่ขลุกอยู่กับน้องนิสิตอย่างชนิด “ถึงลูกถึงคน”
ส่วนกรณีขาดเขินบกพร่องนั้น ผมให้เจ้าหน้าที่บันทึกทุก "ซอต" และนำเข้าประชุมในเร็ววันนี้ เพื่อจัดเก็บประมวลไว้แก้ไขในปีต่อไป และนี่คือกระบวนการใหม่ที่ผมและทีมงานจะสร้างวัฒนธรรมใหม่ในกลุ่มของพวกเราเอง


น้อง ๆ โรงเรียนสาธิต ห็พกพาความบริสุทธิ์ใสมากราบครูร่วมกับพี่ ๆ ..


ที่นี่, พิธีไห้ครูจะจัดขึ้นในภาพรวมของมหาวิทยาลัย จากนั้นแต่ละคณะจะจัดขึ้นเองอีกครั้ง และปีนี้มหาวิทยาลัยก็ประกาศหยุดเรียนทั้งวันเพื่อให้นิสิตทุกคณะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีอันสำคัญร่วมกัน ..
พิธีไหว้ครู เป็นอีกวันที่ผมมีความสุขจากการได้เห็นนิสิตในยูนิฟอร์มชุดพิธีการที่เรียบงามและสดใส ... คุณสุริยะ สอนสุระ หนึ่งในทีมงานของผมก็คิดคำขวัญแบบติดตลกแซวนิสิตไว้ว่า "ชุดนิสิตซื้อมาแพง อย่ารอแต่งแต่เฉพาะวันไหว้ครู" ส่วนผมก็คิดคำขวัญในแบบพิธีการว่า "เครื่องแบบชุดนิสิต คือคุณค่าชีวิต คุณค่าสถาบัน"
ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีไหว้ครูเสมอ การได้ทำหน้าที่ดูแลนิสิต ร่วมคิด หรือแม้แต่ร่วมทำในบางอย่างเป็นเสมือนการได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อ “ครูบาอาจารย์” ที่ผมเคารพรัก
ปีนี้, ผมย้ำนักหนากับทีมงานว่า ไม่จำเป็นไม่ต้องลงไปทำอะไรด้วยตนเอง แต่จงรักษาระยะห่างระหว่างเรากับนิสิต ให้คำปรึกษาอย่างใกล้คิด และถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าไปลงมือทำอะไรแทนพวกเขา ... เราต้องเชื่อว่าเขาทำได้ ... และสิ่งที่ปรากฏมาในระยะหลังก็คือ ..”พวกเขาทำได้เกินกว่าที่เราคิดเสมอ” และพิธีไหว้ครูครั้งนี้ พวกเขาก็ทำได้อย่างดีเยี่ยมจริง ๆ
- เก็บตก -
ขบวนแห่พานของคณะศิลปกรรมฯ ที่ทำพานไหว้ครูอลังการในทุกปีและปีนี้พานมาในรูปของ "เรือ" เป็นที่ฮือฮากันทั้งงาน .. รวมถึงคณะสถาปัตยกรรมก็มีริ้วขบวนแห่แหนกันมาอย่างคึกคักไม่แพ้กัน






ขบวนแห่พานขององค์การนิสิตและการแสดงเบิกพานผู้นำองค์กรนิสิต การบรรเลงดนตรีไทยและนิสิตต้นแบบการรณรงค์แต่งกายถูกระเบียบ




บางส่วนของพานไหว้ครูและการมอบราวัลผู้ชนะการประกวดฯ ซึ่งปีนี้มีน้องนิสิตพิการได้รับรางวัลจาการแต่งกลอนเทิดพระคุณครู รวมถึงการส่งมอบสื่อรณรงค์ฯ




อลังการมากเลยนะคะ
ขอขอบพระคุณ องค์การนิสิต และกลุ่มงานกิจกรรมนิสิต เป็นอย่างสูงเลยนะคะที่ มอบโอกาส ให้นิสิตตาบอดได้อ่านกลอนที่แต่งประกวด (อันนี้เป็นกรณีพิเศษเนอะ)
ขอบพระคุณค่ะ
ผมเพิ่งตื่นจากการนอนพัก หลังจากวันนี้ไปร่วมพิธีเปิดงานวันเปิดโลกกิจกรรม และถือโอกาสแวะไปเยี่ยม "เพื่อนแก้ว" ด้วย และไม่ลืมที่จะชวนท่านรองฯ เข้าไปทักทายให้กำลังใจแก่น้อง ๆ ในซุ้มชมรม
...
อันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่าน้องนิสิตตาบอดได้รับรางวัล แต่ก็ยินดีให้มีเวทีและจังหวะพิเศษแก่เขาเพื่อให้เขาได้แสดงออก ... ซึ่งเบื้องต้น ผมก็อยากให้องค์การนิสิตเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะนั่นคือการสอนให้เขาได้ตัดสินใจในเนื้องานของเขา และผมก็เชื่อว่าองค์การนิสิตจะ "อนุญาต" ... จึงกล้าโยนลูกกลับไปที่องค์การ และไม่อยากให้น้ององค์การติดยึดอยู่กับผม ..
....
ขณะที่น้องนิสิตอ่านกลอน อยู่นั้น ผมเดินไปสังเกตบรรยากาศอยู่หลังสุดของที่นั่งนิสิต มองเห็นอาจารย์เกือบทุกท่านให้ความสนใจกับการอ่านบทกลอนของนิสิตตาบอดมาก
และแกก็กลายเป็น "สีสัน" ที่มาเติมให้พิธีไหว้ครูดูทรง "คุณค่า" ขึ้นมาอีกในมิติหนึ่ง
...
ยินดีและขอบคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ
พี่ก็ว่าแล้วหละ นึกอยู่ อิอิ พี่ก็เชื่อว่า หัวหน้าฯพนัส พร้อมจะสนุบสนุนนิสิตพิการเสมอค่ะ ทำนองเดียวกัน ที่พี่กล้าไปขอโอกาสเพราะพี่ก็เชื่อว่า องค์การนิสิต จะให้โอกาสน้องๆนิสิตพิการ
ประทับใจมากค่ะ พี่เองก็รู้สึกตื่นเต้น
จริงๆวันนั้น ด๊อดดี้ไม่รู้ตัวเลยว่าจะได้ขึ้นอ่านกลอนอ่ะค่ะ
พี่นอนคิดๆดูทั้งคืน ว่าสมควรไหม แต่พอช่วงเช้า ถามเขา ดูสีหน้าเขา กระตือรือล้นมาก เลยลองไปขอองค์การนิสิตดูค่ะ แล้วก็รีบให้ น้องออยกลับมาทำ อักษรเบรลล์
พร้อมสนับสนุนนิสิตพิการให้เขาได้พัฒนาศักยภาพที่เขามีค่ะ
สวัสดีค่ะ..คุณแผ่นดิน..
พูดถึงวันไหว้ครูคิดเห็นตอนสมัยบรรจุใหม่ๆจะรู้สึกว่าขลังมากๆ..แบบว่าเราเคยเป็นศิษย์น้อมไหว้คุณครู..ด้วยความเคารพแต่เดี๋ยวนี้เราได้บทบาทใหม่คือการเป็นครูเสียเอง..ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่เค้า..เล่นเอาตอนเด็กท่องปาเจรา..ดิฉันนำตาซึมเลยค่ะ..แบบว่ากลั้นยังไงก็ไม่ไหว..มันตื้นตันใจจริงๆ..นี่หล่ะหนอ..ชีวิตครูมันยิ่งใหญ่กว่าที่เราเคยคิดจริงๆ...
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
สวัสดีครับเจ้...
คนมีศักยภาพก็ต้องให้เขามีเวทีในการแสดงความสามารถดังที่ควรจะเป็น ผมเองก็ไม่ติดขัดและยินดีให้เวทีนั้นกับนิสิตเสมอ รวมถึงการให้เวทีด้านการตัดสินใจกับผู้นำนิสิต เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะฝึกตัดสินใจ คิดและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
ยังไงเสีย..ก็ต้องขอบคุณเจ้ครับที่ดูแลน้องนิสิตท่านนั้นอย่างดีเยี่ยง
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ห็นบรรยากาศในรูป น่าชื่นชมมาก น่าประทับใจ และเป็นโชคดีของพวกนิสิตทั้งหลาย ที่ได้อาจารย์อย่างคุณพนัส เป็นผู้ดูแล อำนวยการ อยู่ห่างๆ ถ้า พวกเขาไม่มั่นใจ ว่า ถูกหรือผิด เขาจะหันหน้า มาทันที ถ้าอาจารย์พนัส พยักหน้า ก็ o.k. ทำไปได้เลย ใช่ ไหมคะ
“ ไหว้ครู ” เป็นคำไทย 2 คำ นำมาเชื่อมกัน
คือคำว่า “ ไหว้ ” กับคำว่า “ ครู ” แต่ละคำมีความหมายอยู่ในตัว คำว่า ไหว้ ก็หมายถึงการแสดงสัมมาคารวะ การบูชา การแสดงความนับถือ การแสดงความเทิดทูน
นี่เรียกว่า “ ไหว้ ” เป็นคำกิริยาที่ใช้กันเป็นประเพณีนิยมของไทย และในบางกรณีคำนี้ ก็ย่อมจะกินความคลุมไปถึง กราบซึ่งในความหมายว่ายอมตนลงราบคาบด้วย
เพราะฉะนั้นไหว้ก็ดีกราบก็ดี รวมอยู่ในความหมายอันเดียวกัน คือ แสดง ความยกย่อง แสดงอาการเชิดชูบูชานับถือค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง...แผ่นดิน
ขอบคุณค่ะ บันทึกที่ดี..และน่าชื่นชมค่ะ
สวัสดีครับ ครูแอ๊ว
ผมเชื่อเหลือเกินว่าครั้งแรกของครูทุกคนที่เป็นครูแล้วอยู่ในบรรยากาศของพิธีไหว้ครู ซึ่งมีนักเรียนถือกรวย, และพานธูปพานเทียนมากราบไหว้ รวมถึงเมื่อสรรพเสียงของนักเรียนขับเปล่ง "ปาเจราฯ" ออกมาจากจิตใจของพวกเขา ครูก็ย่อมที่จะปลื้มปิติและตื้นตันใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
พิธีไหว้ครู ได้สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของ "ครู" และความยิ่งใหญ่ของจิตใจ "นักเรียน" ที่ผมประทับใจในทุกยุคทุกสมัย
.....
ขอบพระคุณครับ
และผมเองก็บูชาครูทุกคน เพราะท่านคือ "ผู้สร้าง" ที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
สวัสดีครับ
.
ผมไม่เคยสิ้นหวังต่อการอาศัยกิจกรรมเป็นกลไกในการพัฒนานิสิต และยังตั้งใจว่าจะยืนหยัดต่อไป
ขอบคุณนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ
สวัสดีครับ
ขอบพระคุณมากเลยนะครับที่แวะมาช่วยย้ำคำและความหมายของการไหว้ครูอันเป็นวิถีไทยที่งดงามและควรค่าต่อการสืบปฏิบัติไปชั่วลูกชั่วหลาน
เกี่ยวกับการทำงานของนิสิตนั้น บางทีผมก็ไม่อยากเข้าไปควบคุมใกล้ชิดนัก เพราะองค์กรนิสิตย่อมมีที่ปรึกษาดูแลอยู่แล้ว แต่จากสภาพการณ์ที่แท้จริงกลับพบว่า อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ใคร่มีบทบาท หรือเวลาที่จะมาดูแลการจัดกิจกรรมให้อย่างใกล้ชิดและเต็มที่ดังที่ควรจะเป็น ดังนั้น กรณีเช่นนี้ก็หนีไม่พ้นชาวกองกิจการนิสิตที่จะต้องไปกำกับดูแล เพราะขืนพลาดมากองกิจการนิสิตก็ต้องรับ "ผิด" อยู่วันยังค่ำ
ผมสนิทชิดเชื้อกับนิสิตค่อนข้างมาก แต่บ่อยครั้งก็ไม่อยากถึงกลับต้อง "จี้" อย่างชนิดถึงลูกถึงคน บ่อยครั้งพวกเขาก็ติดนิสัยพึ่งพิงเรามากจนเกินไป ไม่กล้าตัดสินใจ ทั้งที่เราเองก็เปิดเวทีให้เขาคิดและตัดสินใจอยู่ค่อนข้างมาก
ภาพรวมการไหว้ครูปีนี้ ถือว่าดีกว่าปีที่แล้ว ทั้งเนื้องานและการจัดการเรื่องเวลา เราสามารถแก้ปัญหาเดิม ๆ ได้ ขณะที่ปัญหาใหม่ก็ก่อตัวให้เรารอแก้ไขในครั้งต่อไป
...
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ
บอกได้คำเดียวว่าประทับใจครับ
คิดได้อย่างไร แห่เรือมาไหว้ครู คงมีที่นี่ที่เดียว
บ้างก็กางร่มมาเลย ก็คงมีที่นี่ที่เดียว
พานรูปพญานาค อลังการงานสร้างมาก
นักศึกษามหาวิทยาลัยแต่งกายเรียบร้อย แทบจะหาดูไม่ได้แล้วครับ ที่นี่ทำได้
น่าทึ่ง น่าภูมิใจแทนสถาบันนะครับ
สวัสดีครับ