เคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า “เรา” ล้มตัวลงนอนพักผ่อนคืนนี้ พรุ่งนี้ “เรา” จะตื่นขึ้นมาเหมือนทุกๆวันไหม
  • จะรักใคร  ก็จงบอกให้รู้  เมื่อยังอยู่ด้วยกัน
  •  
  • คนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตาย  ชีวิตก็เหมือนกับที่ปู่เย็น  แก้วมณี   กล่าวเอาไว้ว่า  เหมือนขึ้นสะพาน  ขึ้นไปแล้วก็ค่อยๆลง
  •         ปู่เย็นกล่าวด้วยว่า   ชีวิตของแกเหมือนสะพานที่กำลังลาดต่ำดำดิ่งลง  แกกล่าวไว้ในวันที่อายุของแกเกือบจะถึง ๑๐๐ ปี
  •         แต่คนเรา  จะมีสักกี่คนที่อายุถึงเพียงนี้  และที่สำคัญยิ่งที่ ปู่เย็น มิได้กล่าวถึง  แต่เป็น ความจริง  ที่สุดคือ
  •        ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า  ชีวิตตนเองหรือคนรอบข้าง   จะคืนลมหายใจให้ธรรมชาติเมื่อไร
  •         ชีวิตอาจไม่เหมือนสะพานที่ค่อยๆลาดลง   แต่มันอาจจะเหมือนสะพานหักอย่างอย่างคาดไม่ถึงก็เป็นได้
  •         เคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า เรา ล้มตัวลงนอนพักผ่อนคืนนี้  พรุ่งนี้ เรา  จะตื่นขึ้นมาเหมือนทุกๆวันไหม
  •         เคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า  ขับรถออกจากบ้านวันนี้   จะมีชีวิตรอดกลับมาหาครอบครัวหรือไม่
  •         แน่นอน....ใจหนึ่งเราตอบว่า  ต้องตื่นซิ   ต้องกลับมาหาครอบครัวซิ   ต้องปลอดภัยซิ   ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปซิ
  •         แต่ใครจะเป็นคนรับรองว่า  ต้องตื่นซิ   ต้องกลับมาหาครอบครัวซิ   ต้องปลอดภัยซิ   ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปซิ
  •         แต่ใครจะเป็นคนรับรองว่า   นั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  •         ยังมีชีวิตอยู่   ยังทำงานร่วมกัน  เป็นเพื่อนกัน   เป็นสามีภรรยากัน   เป็นพ่อลูกกัน   นึกถึงวันที่คาดไม่ถึงไว้บ้างก็ดี
  •         แสดงความรักต่อกันไว้เถิด   มีความเข้าใจ   และให้อภัยกันไว้เถิด   จะไปถึงวันที่อีกฝ่ายจากไป  แล้วมาร่ำไห้เสียดาย  เสียใจ  คงไม่เกิดประโยชน์
  •         ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่   เห็นๆกันอยู่  มองกันใน  ด้านดี  มองซิว่า   คนที่เราคบกันรักกัน   หรือคนในครอบครัวของเรา  มีอะไรดีๆ
  •         จงชื่นชมซึ่งกันและกัน   พูดกันดีๆ  ถนอมความรู้สึกซึ่งกันและกันไว้
  •         ไม่มีใครที่จะดีพร้อม  สมบูรณ์ไปทุกสิ่งหรอก   แม้กระทั่งตัวเราเองก็อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง  แต่เราไม่รู้
  •         อย่าเข้าข้างตัวเอง   อย่ามองคนอื่นในแง่ร้าย   อย่าหยิบเอาแต่สิ่งที่เราไม่ถูกใจมาเป็นเรื่องสำคัญ
  •         มองกันหลายๆมุมดีกว่าจะมุ่งมองอยุ่มุมเดียว   เจอมุมไม่ถูกใจก็บ่นว่าเสียๆหายๆ  พูดให้เจ็บใจ  พูดให้หมดกำลังใจกันทำไม
  •         ลองคิดถึงวันหนึ่ง...
  • วันที่จู่ๆเขาก็จากไป   จากไปโดยที่คาดไม่ถึง   เราก็จะอึ้งเพราะระหว่างที่มีชีวิตอยู่  เรา  ไม่ได้แสดง ความรักต่อกันเลย
  •         ไม่มีประโยชน์นักหรอก  กับการที่จะฟูมฟายเสียใจ   พร่ำชื่นชมถึงคุณงามความดีใส่ลงไปในหนังสืองานศพ
  •         จงมองคนในมุมดีๆ  จงเผื่อแผ่ความรักให้กัน  ด้วยการแสดงต่อกันดีๆ  ไม่ว่าจะเป็นท่าที  ไม่ว่าจะเป็นวาจา
  •         ยังเห็นหน้ากันอยู่  ยังมีชีวิตอยู่ด้วยกัน   รักใครก็แสดงออกให้เขาชื่นใจประทับใจได้เลย
  •         รีบๆทำ  ทำมากๆ  ทำเสมอๆ  ทำให้เขารู้ขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่   ดีกว่าไปบอกว่ารักเขานักหนาให้คนอื่นรู้
  •         แต่เจ้าตัวไม่อยู่เสียแล้ว
  •         วันเวลาผ่านไป  ลองทบทวนตนเอง  ยังเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ  เริ่มต้นมองคนในแง่ดี  ชื่นชมคน  แสดงความรักแก่คนที่เราใกล้ชิด  คนที่คบหา
  •         จงคบหาคนให้มากขึ้น  รักคนอื่นให้มากขึ้น  เรียกร้องให้น้อยลง  แต่เป็นผู้ให้คนอื่นให้มากขึ้น
  •         อย่างน้อยๆก็ให้ความรัก   ความเข้าใจ  ใจเป็น นาย  ส่วนกาย เป็นบ่าว   ถ้ามีสติคิดได้   ใจก็เป็นนายที่แสนดี
  •        คราวนี้แหละพฤติกรรมของเราจะเป็นเสน่ห์อยู่ในหัวใจคน   เพราะเราเปิดใจของเราให้คนอื่นมาอยู่ในหัวใจเราก่อน 
***

ได้บทควานี้มาจากพี่ชายคนหนึ่ง  เห็นมีมุมมองให้เราคิด  จึงนำมาฝากครับ