ที่สมัยหนึ่งเราต่อต้านกันหัวชนฝา แต่เจ้าไม้ตัวนี้ก็ดื้อดึงดื้อด้านต้านกระแสอย่างทรหด นอกจากทนแล้งแล้ว ยังคงทนต่อการวิพากษ์วิจารณ์อีกด้วย

 

เมื่อวานนี้มีเรื่องที่พลิกล็อกที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญกับวิธีการศึกษาวิจัยในประเทศไทย ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกและความเข้าใจเรื่องไม้ยูคาลิปตัส ที่สมัยหนึ่งเราต่อต้านกันหัวชนฝา แต่เจ้าไม้ตัวนี้ก็ดื้อดึงดื้อด้านต้านกระแสอย่างทรหด นอกจากทนแล้งแล้ว ยังคงทนต่อการวิพากษ์วิจารณ์อีกด้วย มาถึงวันนี้ความจริงได้พิสูจน์ตัวมันเองว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดจากต้นไม้ที่มันไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย แต่มันเกิดจากการจัดการของมนุษย์ที่ทำไม่ถูกไม่ควรกับความเป็นจริงของไม้พันธุ์นี้ ที่ผมดีใจไม่ใช่เพราะไม่มีใครต่อต้าน แต่ดีใจเพราะคนไทยจะเริ่มลงมือเรียนรู้เกี่ยวกับไม้พันธุ์นี้อย่างจริงจังเสียที

  

(ขึ้นเวที-ลงเวทีไปเยี่ยมศูนย์วิจัยและพัฒนา ม.ราชภัฎบุรีรัมย์) 

..จังหวัดบุรีรัมย์จัดประชุมวางแผนพัฒนาจังหวัดฯ 1อุตสาหกรรม 1จังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด อธิการบดีและคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยอุตสาหกรรมจังหวัดฯเป็นเจ้าภาพหลักและคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นพี่เลี้ยง ดำเนินงานออกแบบวางแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้เชิญผู้นำชุมชนและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จากทุกอำเภอมาระดมสมองประมาณ100คน  

ยุทธศาสตร์จังหวัดเป็นแผนงานสืบเนื่องมาจากปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ในภาคอีสานจะเลือกทำเรื่องข้าวเรื่องและเกษตรอินทรีย์เป็นยุทธศาสตร์ จังหวัดบุรีรัมย์เลือกที่จะทำเรื่องการใช้ประโยชน์จากไม้ยูคาลิปตัสเป็นยุทธศาสตร์ประกอบการอุตสาหกรรมของจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวนำว่า เรื่องไม้ยูคาลิปตัสน่าจะเหมาะกับจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะมีพื้นที่เสื่อมโทรม ปลูกพืชอื่นไม่ค่อยได้ผล ถ้าเกษตรกรนำมาปลูกไม้เร็วน่าจะสร้างงานสร้างรายได้ให้เกษตรกรมีทางเลือกมากขึ้น ประกอบกับได้มีเกษตรกรสนใจปลูกไม้ประเภทนี้ครบวงจรอยู่แล้ว เช่น  <ul style="margin-top: 0cm">

  • กลุ่มเพาะกล้าจำหน่าย ผลิตได้ปีละหลายล้านต้น ส่งไปขายไปถึงประเทศลาว
  • กลุ่มปลูกไม้โตเร็ว ขยายพื้นที่ออกไปนับแสนไร่
  • กลุ่มโรงงานชิ้นไม้สับ
  • กลุ่มประดิษฐ์กรรม ทำของเด็กเล่น ทำเครื่องเรือน ทำฟืน และเผาถ่าน
  • กลุ่มโรงงานใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า
  • </ul>

    มหาชีวาลัยอีสานเข้าไปในส่วนแนะนำเกี่ยวกับภาพรวมของไม้ยูคาลิปตัสในประเทศไทย ได้ให้ความเห็นวงจรของไม้ชนิดนี้ รวมทั้งรูปแบบการปลูก และการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ตรง ได้ฉาย Power point ประกอบคำบรรยาย หลังจากนั้นมีการแบ่งกลุ่มระดมสมอง และนัดหมายที่จะมาร่างแผนยุทธศาสตร์จังหวัดกันอีกครั้งหนึ่ง. 

    จุดเด่นของเรื่องนี้ อยู่ที่สถาบันการศึกษาได้จับมือกับส่วนราชการจังหวัด นักธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และได้นำตัวแทนชุมชนมาทำงานรวมกันอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งจะเป็นการเสริมจุดอ่อนของภาคประชาชนและเสริมจุดแข็งของภาควิชาการ ที่จะผลักดันแผนประชาคมส่วนราชการจังหวัดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น  

    ก่อนลากลับเราได้ไปเยี่ยมสำน้กวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อาจารย์นิรันดร์ กุลทานันท์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ได้กรุณามาชวนไปเยี่ยมชมกิจการ ผมเห็นว่าเป็นความโชคดีของคนบุรีรัมย์ ที่จะได้มาใช้บริการงานวิจัยวิชาการของสำนักแห่งนี้ ที่คณาจารย์รับผิดชอบมีใจที่จะร่วมมือทำงานกับชาวบ้านและองค์กรชุมชนอย่างเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว

     

    </font></span></span>