กลุ่มเพื่อนเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กหนีเรียน เพราะต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน เมื่อเพื่อนโดดเรียนแล้วถ้าเราไม่โดดก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน เป็นการโดนกล่าวหาจากกลุ่มเพื่อนว่าไม่แน่จริง เช่นตัวอย่างที่เห็นเด่นชัด คือ กรณีของอิงที่ตอนแรกมาจากโรงเรียนเอกชนเป็นเด็กเรียบร้อยแต่พอมาเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งมาเจอเพื่อนที่โดดเรียนถ้าไม่โดดก็กลัวเพื่อนไม่ยอมรับและไม่มีใครคบ เลยโดดเรียนจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน

เด็กหนีเรียน 

            ท่านคิดว่าอะไรคือปัจจัยใดที่ทำให้เด็กไม่อยากเรียนหนังสือ ส่วนตัวข้าพเจ้าคิดว่า กลุ่มเพื่อนเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กหนีเรียน เพราะต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน เมื่อเพื่อนโดดเรียนแล้วถ้าเราไม่โดดก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน เป็นการโดนกล่าวหาจากกลุ่มเพื่อนว่าไม่แน่จริง เช่นตัวอย่างที่เห็นเด่นชัด คือ กรณีของอิงที่ตอนแรกมาจากโรงเรียนเอกชนเป็นเด็กเรียบร้อยแต่พอมาเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งมาเจอเพื่อนที่โดดเรียนถ้าไม่โดดก็กลัวเพื่อนไม่ยอมรับและไม่มีใครคบ เลยโดดเรียนจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นเพื่อนจึงมีอิทธิพลมหาศาลต่อการดำรงชีวิตในโรงเรียนถ้าคบเพื่อนดีก็ดี ถ้าเจอกลุ่มไม่ดีก็จะพากันไปในทางที่ไม่ดี เหมือนดังที่ว่า คบคนพาล พาไปหาผิด คบบัณฑิต พาไปหาผล เพราะฉะนั้นการเลือกคบเพื่อนจึงเป็นปัจจัยสำคัญ ต่อมาคือ การดูแลเอาใจใส่ของผู้ปกครองในการดูแลมาส่งลูกเข้าเรียน หรือถ้าไม่มีเวลามาส่งก็อาจจะตรวจสอบเช่นโทรเช็คว่าลูกอยู่ที่ไหนมาถึงโรงเรียนหรือเปล่า ถึงจะไม่มีเวลาอย่างไรก็น่าจะหาเวลาสักนิดมาสนใจลูกบ้างและอีกปัจจัย คือ ครูอาจารย์ในการดูแลลูกศิษย์ อาจดูแลไม่เต็มที่ ปล่อยปละละเลย ควรที่จะตรวจเช็คว่าวันนี้ลูกศิษย์คนนี้หายไปไหนทำไมไม่มาเรียน อาจโทรประสานงานกับผู้ปกครองของเด็กก็จะทำให้ทราบว่าเด็กไปไหนและสามารถติดตามเด็กกลับมาเรียนได้ 

           ท่านคิดว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบอะไรตามมาหรือไม่ ส่วนตัวข้าพเจ้าคิดว่าผลกระทบที่ตามมาจากการที่เด็กหนีเรียนนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนซ้ำชั้น เพราะไม่ได้เข้าเรียน เรียนไม่ทันเพื่อนบ้าง เรียนไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็เรียนไม่จบ  ต่อมา คือ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรอันเนื่องมาจากการหนีเรียนแล้วไปมั่วสุมกันในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะที่สาธารณะ หรือ ที่ลับตาคน ต่อมาก็การออกเที่ยวกันตอนกลางคืน เรื่อยมาจนเป็นปัญหาการท้องในสภาพที่ไม่พร้อมจึงต้องส่งผลต่อมาในการทำแท้ง เป็นการทผิดบาปอย่างสูง และสุดท้ายก็พาชีวิตของตนเองไปสู่หลุมลึกที่ไม่อาจจะหลุดออกมาได้ หรือเป็นการยากมากที่จะหลุดออกมาจากหลุมนั้น ดังตัวอย่างของ อิงที่ตอนแรกโดดเรียนเพื่อการจะได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนโดยแค่มาเดินเล่นห้างสรรพสินค้าเพื่อมองหาผู้ชาย จนกลายมาเป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อไปไหนมาไหนกลับเพื่อนแล้วเกิดพล้งถูกข่มขืนในครั้งแรกก็ส่งผลมาสู้ครั้งต่อ ๆ ไป จนมองเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ มีอะไรกันเพียงข้ามคืนเช้ามาก็ไม่รู้จักกัน มีอะไรกันโดยไม่มีความรัก กลายเป็นค่านิยมที่ว่าใครมีแฟนเยอะ มีอะไรกับผู้ชายมากมาย เป็นความภาคภูมิใจของตนเอง ถือว่าตนเองมีเสน่ห์ และส่งผลกลายมาเป็นการมาเที่ยวกลางคืน มาดูรถแข่ง เป็นของพนันในการแข่งรถ หรือแลกการนอนกับผู้ชายเพื่อได้นั่งซ้อนท้ายรถที่แรง ที่สวย เพราะเป็นการแข่งกันว่ารถใครแรงเด่นเท่ และสุดท้ายกลายมาเป็นผลที่ร้ายแรงเพราะความไม่สนุกจนตั้งครรภ์แล้วนำไปสู่การทำแท้ง และชีวิตของเขาก็วนเวียนอยู่ตรงจุดนี้ไม่มีความฝัน และไม่รู้ว่ามื่อไรจะหลุดออกจากสภาพอย่างนี้   

                  ในฐานะที่เป็นนักพัฒนา  ข้าพเจ้าคิดว่า การที่จะทำงานกับเด็กหนีเรียนกลุ่มเหล่านี้ คือ การเข้าไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการศึกษา หรือ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถาบันการศึกษานั้น เพื่อส่งแสริมสนับสนุนให้มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจและดึงดูดใจให้เด็กเห็นความสำคัญของการเรียน มีอนาคตและมีความฝันและไปให้ถึงฝันตามที่ตนเองต้องการในสภาพของความเป็นจริงและเป็นไปได้ เพราะเด็ก ๆ กลุ่มนี้ส่วนมากไม่ค่อยจะนึกถึงอนาคตของตนเองมากนัก โดยอาจารย์ในโรงเรียนเป็นปัจจัยหลักการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนการสอน โดยให้เด็ก ๆ กลุ่มนั้นเข้ามามีส่วนสำคัญในการเสนอแนวคิดและรูปแบบการเรียนรู้ที่เด็ก ๆ เหล่านั้นต้องการ นอกจากนั้นก็ส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้หันมาสนใจลูกหลานตนเองมากกว่าที่จะให้เงินและไม่ดูแลเขา ให้แต่เงินแต่ไม่ให้การเอาใจใส่ จึงทำให้เด็กบางคนไม่เข้าใจกับพ่อแม่เหมือนอิง และออกไปโหยหาความรัก เรียกร้องความสนใจจากคนอื่น ถึงเวลาที่พ่อแม่จะมาสนใจลูกมากกว่างานของตน แสดงความรักออกมาให้ลูกเห็นโดยไม่ใช้เงินเป็นสื่อ เช่น กอด กินข้าวด้วยกันพร้อมหน้าตอนเย็น ไปเที่ยวกันในวันอาทิตย์หรือวันหยุด เป็นต้น โดยการที่จะเข้ามาช่วยในกระบวนการนี้ คือ การอบรมหรือรณรงค์ส่งเสริมให้ครอบครัวเห็นความสำคัญของครอบครัวโดยแท้จริงเพื่อสร้างครอบครัวของตนให้เป็นครอบครัวทีอบอุ่น