อยากเป็นไบซันหรือห่านป่า

เพื่อนอยากเป็นไบซันหรือห่านป่า

วิโรจน์  แก้วเรือง                

             ในงานเลี้ยงฉลองวุฒิบัตรและเข็มวิทยฐานะของนักบริหาร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ซึ่งเมื่อค่ำวันที่ 15 กันยายน 2549  ณ โรงแรมตักสิลา พวกเราเพื่อนร่วมรุ่นมาเกือบครบทั้งรุ่น  น่าปลื้มใจจริง ๆ ในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในงานเราก็ได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ บางท่านก็ได้กล่องของขวัญติดมือไปฝากคนทางบ้านด้วย               

           วิชัยแห่งศูนย์วัตกรรมไหมนั่งสนทนากับสุดาผู้บริหารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมที่ประสบผลสำเร็จอย่างสูงในการเป็นนักบริหาร แต่กลับดูสบายๆ ไม่มีท่าทีแห่งความยุ่งเหยิงเหมือนคนอื่นๆ มีเวลาไปร่วมได้ทุกงาน สร้างสายสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ตลอดจนช่วยเหลืองานสังคมสังเคราะห์อย่างเข้มแข็ง               

            ก่อนงานจะเลิกราในดึกคืนนั้นวิชัยจึงถามสุดาว่า คุณบริหารงานของคุณอย่างไร คุณจึงดูไม่วุ่นวายเหมือนพวกเราและคนอื่นๆ เลยสุดาตอบว่า ฉันก็เคยเหมือนพวกคุณนั่นแหละทำเกือบทุกอย่างตั้งแต่วางแผนงาน ลงมือทำ ติดตามผล ปีแรกๆ เหนื่อยมาก มันสนุกดีแต่ครอบครัวไม่ชอบ วันหนึ่งมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งแนะนำหนังสือชื่อ  Flight of the Buffalo เขียนโดย James A.Belasco และ       Ralph C. Stayer. ผู้เขียนเล่าถึงแนวคิดของผู้นำในยุคเก่า โดยเปรียบเทียบว่า เป็นเสมือนหัวหน้าฝูงควายไบซัน               

           วิชัยถามว่า หมายความว่าผู้นำในอดีตโง่เหมือนควายหรือยังไงครับ ?”  สุดาหัวเราะแล้วจึงรีบอธิบาย ไม่ใช่...ไม่ใช่ค่ะเป็นการเปรียบเปรยน่ะไบซันเป็นควายป่า  ในอเมริกา  สัตว์พวกนี้มันจะซื่อสัตย์และทำตามหัวหน้าฝูงโดยมันจะยืนล้อม หัวหน้าฝูงรอคำสั่งอยู่อย่างนั้นเมื่อหัวหน้าฝูงไม่อยู่พวกนี้จะทำอะไรไม่ถูก ดังนั้นในยุคบุกเบิกของอเมริกาเมื่อคนต้องการล่าควายป่าทั้งฝูงเขาก็ทำได้อย่างง่ายดายโดยสังเกตให้ได้ว่าตัวไหนเป็นหัวหน้าฝูงแล้วก็ยิงมันซะแค่นี้ก็สามารถจับไบซันได้ทั้งฝูงเพราะทำอะไรไม่ถูกเมื่อไม่มีหัวหน้าซะแล้ว”                

             วิชัยผงกศรีษะแล้วจึงพูดต่อ มันเป็นแนวติดที่น่าสนใจมากๆ ผมเองอาจจะเป็นหัวหน้าฝูงควายไบซันอยู่ก็ได้               

              สุดาเล่าต่อ ฉันก็เคยเป็นเหมือนกันแต่ว่าก่อนอื่นขอเตือนก่อนนะคะว่า หากเล่าแนวคิดนี้ควรจะอธิบายเรื่องไบซันก่อนเพราะเดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิดว่าไปว่าพวกเขาเป็นควายในความหมายของคนไทยแล้วการเปรียบเปรยว่าใครเป็นควายนั้นเสียหน้ามาก เพราะควายเป็นสัญลักษณ์ของความโง่               

             วิชัยถามต่อว่า แล้วหากไม่อยากเป็นจ่าฝูงไบซัน ผมต้องทำอย่างไรละครับ               

             สุดากล่าว ผู้เขียนเขาแนะนำแนวคิดใหม่ของผู้นำ คือ แนวคิดเรื่องของฝูงห่าน เขาไม่ได้บอกที่มามากนัก ลองไปค้นจากอินเทอร์เน็ตจึงทราบว่าห่านป่านั้นพวกมันบินได้เป็นพันๆไมล์ คนที่นำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับการบริการ คือ Angeles Arrien โดยนำมาจากงานของ  Milton Olson โดยนำไปเสนอในงาน 1991 Organizational  Development  Network.”               

            วิชัยท้วงขึ้นว่า มันตั้งหลายปีมาแล้วนี่ครับ  คุณว่าไม่ล้าสมัยไปหน่อยหรือครับ

            สุดาพยักหน้า ก็จริงค่ะ แต่มันยังใช้ได้ดีอยู่นะคะฉันจะเล่าให้ฟัง เมื่อห่านมันบินระยะทางไกลๆ มันเรียนรู้ว่าการบินเป็นรูปตัว V หัวกลับ จะทำให้ห่านตัวหลังเหนื่อยน้อยลง วิธีนี้ทำให้พวกมันทั้งฝูงสามารถเพิ่มระยะทางบันได้ไกลขึ้นถึง 71% บทเรียนที่หนึ่งก็คือ การที่คนมีเป้าหมายและทิศทางเดียวกัน เราสามารถไปได้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น เพราะว่าเราเดินทางด้วยพลังขับเคลื่อนที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เมื่อห่านตัวใดแตกฝูงออกจากรูปตัววีมันจะรู้สึกถึงแรงปะทะของการบินเดี่ยว มันจะรีบบินกลับเข้าฝูงทันที เพื่อให้ได้ประโยชน์จากพลังของเพื่อนๆ ตัวที่บินนำหน้ามันอยู่ บทเรียนที่สองคือ หากว่าเรามีสัญชาตญาณแบบห่านป่าเหล่านี้ก็คือการที่เรามีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกับผู้นำเราจะยอมรับและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น หากว่าเรามีสัญชาตญาณแบบห่านป่าเหล่านี้ก็คือ การที่เรามีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกับผู้นำ เมื่อห่านตัวที่อยู่หน้าสุด ซึ่งต้องรับแรงต้านทานสูงสุดเหนื่อยล้ามันจะสลับไปท้ายสุดเพื่อออกแรงน้อยที่สุด  แล้วตัวอื่นจะสลับแล้วตัวอื่นขึ้นมานำฝูงบทเรียนที่สามก็คือ    การสลับกันเป็นผู้นำทำให้เป็นการกระจายภาวะผู้นำและร่วมกันรับผิดชอบ  คนก็เสมือนกับห่านป่าเหล่านี้ ก็คือเราต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้ ความสามรถทักษะ  พรสวรรค์  ศักยภาพและทรัพยากรต่างๆ

          ในขณะที่บิน  ห่านตัวหลังๆ จะคอยส่งเสียงระงมดังก๊าบๆ เป็นการให้กำลังใจตัวที่นำหน้าอยู่  บทเรียนที่สี่ก็คือ  เราต้องแน่ใจว่าการส่งเสียงของเรานั้นเป็นการให้กำลังใจผู้นำและทีมงานในทีมงานที่มีการให้กำลังใจกันด้วยการชมเชยมีพลังอย่างยิ่งเราต้องการเสียงชมเชยและให้กำลังใจกันอย่างสม่ำเสมอทั้งจากทีมงานและหัวหน้างานเมื่อห่านตัวใดป่วย  บาดเจ็บ  หรือถูกยิงจะมีห่านสองตัวออกจากฝูงมาช่วยเหลือและคอยป้องกันภัยให้  มันจะอยู่ด้วยกันจนหายหรือตายจากไป  แล้วพวกมันก็จะบินกลับเข้าฝูง  บทเรียนสุดท้ายหากเรามีความเอื้ออาทรเช่นห่าน เราจะอยู่เคียงข้างกันและกันในยามยาก  และในยาม  ที่เราแข็งแรง

          ฉันเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ทีมงานที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมฟังและฝึกฝนให้เขาเก่งขึ้นมา  เพื่อจะได้สามารถสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่การงาน  ดังนั้นที่สำนักงานของเราจึงบริหารงานได้อย่างราบรื่น  แม้ตอนที่ฉันไม่อยู่  เพราะฉันมีพวกเพื่อน ๆ  ที่มีรูปแบบการบริหารแบบห่านเหล่านี้ไง  


ที่มา  :  ดัดแปลงมาจากเรื่อง ภาวะผู้นำกับควายป่าไบซันและห่านป่า โดย เกรียงศักดิ์   นิรัติพัฒนะศัย

             ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์  ฉบับประจำวันอังคารที่  17  สิงหาคม  2547

หมายเหตุ  :  ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมติ  หากพาดพิงถึงผู้ใด ผู้เขียนขอ  อภัยมา ณ ที่นี้