ผมเคยเล่านิทานเรื่องเต่าแข่งกับกระต่ายมาแล้ว 3 ภาค
ภาค 1 กระต่ายแพ้เต่า เพราะประมาทเผลอนอนหลับไป
ภาค 2 กระต่ายแพ้เต่า เพราะขาดความเฉลียวใจว่ามีเต่าพ่อแม่ลูกมาวิ่งผลัดกัน
ภาค 3 กระต่ายแพ้เต่าอีก เพราะเต่าคิดเชิงกลยุทธ์ ยอมเสี่ยงกลิ้งตัวเองจากหน้าผา มาถึงเส้นชัยในสภาพที่สะบักสะบอม
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 50 ในการประชุมสศช. พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าอาวาสวัดป่านาคา ได้เล่านิทานเรื่องเต่าแข่งกับกระต่ายอีกภาคหนึ่งซึ่งผมจัดให้เป็น ภาค 4 ก็แล้วกัน สรุปความว่า
กระต่ายแพ้เต่ามาหลายครั้ง รู้สึกเสียหน้ามาก เลยท้าเต่าแข่งอีกเป็นครั้งที่ 4 เต่าเองแม้จะรู้สึกเบื่อที่จะแข่งแล้ว แต่ก็ยอมตามใจที่จะแข่งกับกระต่ายอีกครั้ง
พอเริ่มต้นแข่ง กระต่ายก็วิ่งนำหน้าเต่าไปไกล แต่ก็ต้องมาหยุดอยู่ที่ริมแม่น้ำที่ยาวเหยียดขวางหน้า เพราะไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ เนื่องจากกระต่ายว่ายน้ำไม่เป็น
เต่าคลานต้วมเตี้ยมมาจนถึงริมฝั่งแม่น้ำ เห็นกระต่ายพยายามจะหาทางข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อให้ถึงเส้นชัยก่อนเต่า เต่าจึงกล่าวกับกระต่ายด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรว่า
“ เชิญท่านขึ้นมาขี่บนหลังเราเถอะ แล้วเราจะได้ว่ายน้ำกันไปให้ถึงเส้นชัยพร้อม ๆ กัน ”
พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย ได้สรุปเรื่องนี้ด้วย “ ทฤษฎีสัมพันธภาพ ” ว่าทั้งเต่าและกระต่ายเลยกลายเป็นเพื่อนรักกัน ต่างร่วมกันทำมาหากิน และไม่คิดที่จะแข่งขันกันอีกเลย…
ดีมาก ๆ เลยค่ะ อ่านภาค 4 แล้วอยากอ่าน ภาค 1 ภาค 2 ภาค 3 จังเลย ครูณัฐเป็นวิทยากรอบรมให้กับครู กศน.หลายครั้ง การที่เรามีตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเล่าให้ครูฟัง เพื่อให้แง่คิด เป็นสิ่งที่ไม่ทำให้การอบรมน่าเบื่อ และได้สาระจากการฟังด้วย
ภาค 1,2,3 จะอ่านได้จากที่ไหนคะ
เปิดสารบัญในบล็อกของผมแล้วค้นดูจะมีในบทความ “ผู้บริหารต้องคิดเชิงกลยุทธ์” ครับ