ช่วงสุดท้ายของวัน เป็นการตอบคำถามเพื่อการ "ต่อยอดการเรียนรู้ สู่องค์กรอัจฉริยะ " โดย อาจารย์วิจารณ์ และอาจารย์ประพนธ์ มีเกร็ดความรู้ที่พอจะสรุปได้ดังนี้

  • KM ระวังคนที่ มีใจแต่ไม่รู้ / รู้แต่ไม่บอก / บอกยังไงก็ไม่รู้ = รู้แล้วไม่บอก ไม่ใช่ KM

 

  • พวกที่คิดว่างานมาก่อน ความสุขมาทีหลัง เป็นพวกที่ไม่ฉลาดในการใช้ชีวิต

 

  • การทำงานจัดการความรู้ต้องไปให้ถึงเป้าหมาย แต่ระหว่างทางคนต้องมีความสุขกับกระบวนการด้วย

 

  • ถ้าคิดว่าการจัดการความรู้เป็นแฟชั่น ต้องทำใจว่ามาแล้วก็ไป แต่ถ้าทำให้เป็นวิถีชีวิตก็จะอยู่ตลอดไป

 

  • การทำ ISO 2000 สามารถทำควบคู่กันไปได้เลย เพราะถ้าทำได้ก็มี KM อยู่แล้ว และถ้าเป็นของแท้ก็จะอยู่ในวิถีชีวิต

 

  • ถ้าต้องการทำทั้ง LO และ CSR ควรเริ่มที่ไหน องค์กรเอกชนอยู่กับกำไร ต้องคืนกำไรผู้ถือหุ้น การที่องค์กรจะยั่งยืนอยู่บนสังคมที่เหลวแหลกและอ่อนแอนั้นเป็นไปได้ยาก CSR เป็นโครงการที่ช่วยให้องค์กรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านโครงการที่ทำ CSR อยู่ที่การทำธุรกิจแบบมีคุณธรรม จริยธรรม ดูแลวิธีคิด และจิตใจของพนักงานในองค์กรให้มีวิธีคิดที่นอกเหนือไปจากธุรกิจคือเรื่องเงินเท่านั้น

 

  • ตัวชี้วัดเบื้องต้นของความเป็นองค์กรอัจฉริยะ ถ้าหากทำแล้วคนทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน เหนื่อยมากขึ้น แสดงว่าทำผิดทาง แต่ถ้าคนมีความเคารพกันมากขึ้น ปรึกษาหารือกันมากขึ้น ค่าใช้จ่ายถูกลง ลูกค้าพอใจมากขึ้น ก็แสดงว่าทำถูกทาง

 

  • ไม่มีเวลาในการทำ KM จะทำอย่างไร เราไม่ทำ KM แต่เราใช้ KM ต้องเอาการพัฒนาคน พัฒนาองค์กรเป็นเป้าหมาย การจัดการความรู้เป็นการสร้างความรู้ เป็นชุมชนของนักปฏิบัติ ต้องทำให้การจัดการความรู้เนียนอยู่ในเนื้องาน ต้องมีวิธีออกแบบให้คนทำงานได้ง่ายขึ้น มีความสุขขึ้น เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง

 

  • ความงามของ KM คือการไม่มีสูตรตายตัว ต้องเลือกใช้เครื่องมือที่หลากหลาย สำคัญที่สุดคือ คน เพราะ

          - คนสร้างบรรยากาศ

          - คนผลิตวิธีคิดของปัจเจก

          - วิธีคิดของปัจเจกสร้างวัฒนธรรมองค์กร

 

  • หัวใจของ KM คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เครื่องมือสำคัญคือ story telling และ AI การรับฟังอย่างลึกซึ้ง และการตั้งคำถาม why และ how เพื่อให้คนที่เล่าปล่อยความรู้ฝังลึกออกมาได้ ทำให้การพูดคุยไม่ตื้น คนในกลุ่มสามารถกระตุ้นซึ่งกันและกันได้ ถ้ามีความพร้อม การมีคุณอำนวยในกลุ่มก็มีความจำเป็น แต่ไม่ใช่ทุกครั้งไป จะใช้ KM ได้ลึกแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญ ซึ่งแต่ละคนทำได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ การไม่เริ่มจากศูนย์ การหาความรู้ การใช้ความรู้ การให้คุณค่ากับความรู้ บางทีเราอาจสูญเสียโอกาสโดยไม่เห็นโอกาส กัลยาณมิตรช่วยเราได้ อาการเข้าใจบ้าง งงบ้าง เป็นธรรมชาติของการทำ KM 

 

  • ผลลัพธ์ของการทำ KM คือ Total transformation ในองค์กรที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนชะตา และการเปลี่ยนวัฒนธรรมขององค์กร