ขับรถดีอย่างเดียวไม่พอ

เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ดิฉันทำงานติดพัน จึงกลับบ้านช้า ออกจาก รพ.ก็เลยเวลา ๒๐.๓๐ น.ไปแล้ว เย็นวันนั้นมีฝนตก ถนนจึงเปียกและรถก็ติด (ประจำ) ดิฉันมุ่งหน้าไปตามถนนพระราม ๔ เพื่อไปเข้าถนนสุขุมวิท และจะไปขึ้นทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

เมื่อได้สัญญาณไฟเขียวรถก็วิ่งตามกันไป แต่ก็ไปได้ไม่ไกล ติดไฟแดงอีกแล้ว ดิฉันหยุดรถต่อจากคันอื่นๆ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงดัง (แบบนุ่มๆ) ใกล้ๆ เหมือนรถตกหลุม แต่ไม่รู้สึกว่ารถสะเทือน มองกระจกข้าง เห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซด์ล้มทางด้านขวามือ คิดอยู่เหมือนกันว่าโดน “หนู Jazz” ของเราหรือเปล่าหนอ ไม่ทันตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร คนขับที่ไม่ล้มไปกับรถก็รีบเอารถมอเตอร์ไซด์ขึ้นแล้วขับออกไปโดยเร็ว

กลับถึงบ้าน ๓ ทุ่มกว่า ลงไปเปิดประตูบ้าน เหลือบไปเห็นกันชนท้ายด้านขวามีรอยดำเป็นปื้นเลย คลำๆ ดูไม่รู้ว่าบุบไหม จึงรีบโทรศัพท์แจ้งบริษัทประกัน ได้ข้อมูลกลับมาว่า “คุณจำทะเบียนรถคู่กรณีไม่ได้ เมื่อเอารถเข้าซ่อมต้องจ่าย ๒,๐๐๐ บาท”

เอาเรื่องนี้มาคุยกับคนคุ้นเคยทั้งหลาย เขาพากันแนะว่าต่อไปต้องรีบถ่ายรูปทะเบียนรถคู่กรณีไว้ ดิฉันคิดว่าวิธีนี้ไม่ work สำหรับตัวเอง เพราะกว่าจะหยิบกล้องหยิบแว่นตาได้ มอเตอร์ไซด์คงหายลับไปนานแล้ว เลยตั้งใจว่าต่อไปจะต้องมีสมุดเล่มเล็กๆ พร้อมดินสอ-ปากกาไว้ในรถ เพื่อจะจดได้ทัน

ตอนเช้ามืดวันที่ ๓ คุณผู้ชายที่บ้านไปก้มๆ เงยๆ ทำความสะอาดบริเวณที่ถูกชนให้ ปรากฏว่ารอยดำๆ เป็นรอยยางเช็ดออกได้ เหลือรอยขูดขีดเล็กๆ เท่านั้น ดิฉันคิดว่าคงไม่มีอู่ไหนซ่อมให้หรอก เพราะมันเล็กน้อยเหลือเกิน จึงแจ้งยกเลิกเคลมประกันไป เหลือแต่ต้องทำใจยอมรับว่า “หนู Jazz” มีตำหนิเสียแล้ว

ข่าวเช้าวันหนึ่งที่ Nissan Teana วิ่งอยู่ดีๆ มีล้อแมกซ์หลุดจาก Nissan NV กระดอนมาโดน ทำให้หลังคายุบ กระจกหน้าเสียหาย คนขับปลอดภัยเพราะเขาก้มหลบทัน ทำให้ดิฉันคิดได้ว่าขับรถในกรุงเทพนี้อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ขับรถดีอย่างเดียวไม่พอ คนขับต้อง "ไว" อีกด้วย

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐