เรื่องเล่าจาก Case Manager
กรณีผู้ป่วยยาบ้าที่มีมีอาการทางจิต
สวัสดีค่ะ หลังจากที่หน่วยงานฟื้นฟูสมรรถภาพหญิงได้พัฒนารูปแบบการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยหญิงเสพติด ตึกมุกได้ดำเนินการ และจะเล่าถึงประสบการ และประโยชน์ที่ได้รับจากระบบการดูแลผู้ป่วยรายกรณี ที่พัฒนาขึ้นตามโครงการวิจัย หลังจากการให้ความรู้เพื่อเตรียมบุคลากร ทั้งหมดทราบถึงวัตถุประสงค์และหลักการโดยแบ่งกลุ่มการเลือกผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน ได้ 3 ประเภท ได้แก่ผู้ป่วยเสพติดที่ขาดแรงจูงใจในการบำบัดรักษา ผู้ป่วยที่มีการตั้งครรภ์ร่วมกับการใช้ยาเสพติด และผู้ป่วยเสพติดที่มีภาวะแทรกซ้อนทางจิต
กรณีนี้เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนทางจิต ที่รับเข้าบำบัดฟื้นฟูตั้งแต่เดือนมีนาคม 2550 มีประวัติใช้ยาเสพติดประเภทยาบ้า ใช้ยาบ้ามานาน 4-5 ปี เป็นผู้ป่วยระบบบังคับบำบัดแพทย์วินิจฉัยครั้งแรก Amphetamine dependent แรกรับผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองได้ สัญญาณชีพปกติ ให้ประวัติการใช้ยาเสพติดตามข้อมูลเบื้องต้น ไม่มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน พื้นฐานทางอารมณ์เป็นคนอ่อนไหวง่าย จากแบบทดสอบทางจิตเบื้องต้นพบปัญหาเรื่องการปรับตัว และมีวิตกกังวล พยาบาลให้การพยาบาล ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการบำบัดรักษา หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากผู้ป่วยเข้าโปรแกรมการบำบัดฟื้นฟู ผู้ป่วยมีอาการตกใจง่าย ชา และเกร็งที่มือทั้งสองข้าง จึงได้จัดให้ผู้ป่วยเข้าระบบการดูแลรายกรณี มีการประชุมทีมผู้ให้การรักษาอย่างไม่เป็นทางการประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา จากนั้นแพทย์ให้การวินิจฉัย Hyper ventilation syndrome และให้การรักษาโดยให้ยากลุ่มสงบระงับ เพื่อให้ผ่อนคลาย พยาบาลให้การดูแลอย่างสอดคล้องกับการรักษาของแพทย์ตามแผนการรักษาผู้ป่วยควรมีอาการดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่อาการผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น นอนไม่หลับ แพทย์ให้การวินิจฉัยเพิ่มเติม เป็น Anxiety neurosis แพทย์สั่งการรักษาให้ยานอนหลับเพิ่มเติม หลังจากนั้นผู้ป่วยอาการดีขึ้นเล็กน้อยต้องกระตุ้นให้เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อยาหมดผู้ป่วยกลับมีอาการ มือสั่น ศีรษะสั่น ใจสั่น นอนไม่หลับ แพทย์จึงสั่งการรักษาให้ยากลุ่ม Antipsychotic drug แต่ผู้ป่วยกลับไม่ดีขึ้น มีอาการทรุดหนัก มือสั่นใจสั่น ตัวแข็งเกร็ง แยกตัว นอนซม ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ทีมจึงได้ปรึกษาหารือและส่งปรึกษาจิตแพทย์ จิตแพทย์ได้ทบทวนการรักษาและสั่งทำ EKG ผลการตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ และสั่งงดยากลุ่ม Antipsychotic drug เนื่องจากคาดว่าอาการดังกล่าวอาจเกิดจากการสะสมของยากลุ่ม Antipsychotic drug ต่อเนื่องระยะยาว พยาบาลและนักจิตวิทยาได้ช่วยกันทำ Individual counseling ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่องสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามปกติ
ความสำเร็จครั้งนี้ ภายใต้การประสานของพยาบาลผู้จัดการผู้ป่วยรายกรณี เป็นผู้ประสานทีมสหวิชาชีพให้การรักษาพยาบาลเป็นไปตาม แผนการรักษาที่กำหนดร่วมกัน มีการปรึกษา อภิปรายปัญหาผู้ป่วยโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางให้ได้รับการบริการที่มีคุณภาพ การเล่าสู่กันฟังครั้งนี้อาจไม่ได้รายละเอียดมากนัก ซึ่งทางตึกมุก คาดว่าจะได้นำเสนอภาคสมบูรณ์ในการนำเสนอ เป็น Case Study ต่อไป
คำพร ปาระมี
พยาบาลผู้ตรวจการตึกมุก
สวัสดีค่ะ ตามมาอ่านบล็อกของคนธัญญารักษ์ค่ะ