• ทุกวันนี้เรามักจะพบคนที่ใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น ผู้เขียนไปดูงานที่ระยองกับกรุงเทพฯ ในเดือนกันยายนปีนี้ (2548) ตอนกินข้าวเช้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งริมคลองประปา มีชาวต่างประเทศคนหนึ่ง(น่าจะเป็นคนอินเดีย)สั่งพนักงานให้ทำไข่ดาว “Two whites (หมายถึงไข่แดง 1 ฟอง ไข่ขาว 2 ฟอง)

พนักงานจะทำไข่ดาวด้วยไข่ 2 ฟองให้ ท่านผู้นั้นก็ทักอีกว่า No, No! Two whites.” คราวนี้พนักงานเข้าใจ เตรียมทอดไข่ใหม่ด้วยไข่ทั้งฟอง 1 ฟอง ไข่อีกฟองหนึ่งตักไข่แดงออกไป

 Picnic 

  • ผู้เขียนดูด้วยความชื่นชมว่า ท่านผู้นี้ช่างเข้าใจคิดจริงๆ คนอินเดียซึ่งเป็นคนเอเชียใต้มีอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันสูงมาก ทำให้ต้องระวังเรื่องโคเลสเตอรอลมากเป็นพิเศษ

ไข่เป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงมาก การกินไข่คราวละหลายๆ ฟองอาจจะทำให้ได้รับโคเลสเตอรอลมากเกิน ผู้ชายไม่ควรกินโคเลสเตอรอลเกินวันละ 300 มิลลิกรัม

 

  • ไข่ไก่ฟองหนึ่งมีโคเลสเตอรอลประมาณ 250 มิลลิกรัม ท่านผู้นี้จึงจำกัดไข่แดงไว้เพียง 1 ฟอง ไม่ต้องระวังไข่ขาว เพราะไข่ขาวไม่มีโคเลสเตอรอล

ผู้เขียนพบเต้าหู้ไข่ขาววางจำหน่ายเป็นครั้งแรกที่แมโครเชียงใหม่ในปีนี้เช่นเดียวกัน เต้าหู้ไข่ขาวมีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีโคเลสเตอรอล ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่นนี้น่าจะเป็นผลจากการที่คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น

 

  • ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวในการเปิดงานโครงการรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยใช้ช้อนกลางว่า การใช้ช้อนกลางป้องกันโรคได้ถึง 8 โรคได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ คางทูม โปลิโอ วัณโรค ตับอักเสบ และโรคซาร์ส

อาจารย์ นพ.สมยศ เจริญศักดิ์ อธิบดีกรมอนามัยกล่าวถึงผลสำรวจร้านค้า 546 แห่งในปีนี้ (2548) พบว่า ร้านอาหารประมาณ 1 ใน 3 ไม่มีช้อนกลาง (31.5 %) ประชาชนที่ไปใช้บริการจากร้านอาหารที่ไม่มีช้อนกลาง เอ่ยปากขอช้อนกลางเพียง 5 %

 

  • เราๆ ท่านๆ ควรใช้ช้อนกลาง และตะเกียบกลางให้เป็นนิสัย การรักษาสุขภาพให้ดีเป็นการรักษามูลค่าเพิ่มของชีวิตประการหนึ่ง เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วยมีต้นทุนแฝงมาก

คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยคงจะมีสิทธิในการรักษาฟรี แต่การเสียโอกาส (opportunity loss) จากความเจ็บป่วยมีมากมาย

 

  • โปรดพิจารณาดูว่า ถ้าเราไม่ใช้ช้อนกลาง แล้วไปติดไวรัสตับอักเสบเอ เกิดเป็นตับอักเสบเอ ซึ่งต้องรักษากันนานเป็นเดือนๆ จะเสียหายมากเท่าไร

ปีนี้กรมอนามัยทำอะไรดีๆ หลายเรื่อง เช่น ต้นปีรณรงค์ให้คนไทยกินผัก ปลายปีรณรงค์ให้คนไทยใช้ช้อนกลาง ฯลฯ ผู้เขียนได้รับแบบสอบถามจากกรมอนามัยฉบับหนึ่ง เรื่องนี้น่าอายเล็กน้อย ไม่เคยไปเล่าให้ใครฟังมาก่อนเลย

 

  • แบบสอบถามนี้ส่งถึงแพทย์ และรับรองด้วยว่า ข้อมูลจะเก็บไว้เป็นความลับ

ท่านถามไปว่า กินผักกับผลไม้วันละกี่ส่วน (portion) หนึ่งส่วนมีค่าประมาณเท่ากับอาหารที่พร้อมกินขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่(ไม่นับนิ้วมือ)

 

  • ทางการสหรัฐฯ (www.5aday.gov) แนะนำให้คนอเมริกันกินผักผลไม้รวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 5,7,9 ส่วน ผู้ชายวันละ 9 ส่วน ผู้หญิงหรือเด็กโตวันละ 7 ส่วน เด็กเล็กวันละ 5 ส่วน

คนไทยส่วนใหญ่คงจะมีขนาดเล็กกว่าผู้หญิงฝรั่ง น่าจะกินวันละ 5 ส่วน

 

  • ช่วงที่ตอบแบบสอบถาม... ผู้เขียนกินข้าวกล้องมาหลายปีแล้ว กินข้าวกล้องมาก กินผักบ้าง แต่กินผลไม้น้อยมาก เพราะไม่ชอบผลไม้

ตอนที่กรมอนามัยส่งแบบสอบถามไปดูจะกินแค่ลูกพรุนวันละ 2 ผล คิดเป็นผลไม้ประมาณวันละ 2 ใน 5 ส่วน ลองนำลูกพรุนมาเรียงบนฝ่ามือดูจะได้ประมาณ 5 ลูก ผู้เขียนเป็นคนที่ชอบซื้อผลไม้ไปแจก หรือไปฝากคนอื่น แต่ไม่ชอบกินเอง

 

  • การได้รับแบบสอบถามทำให้ผู้เขียนได้คิด และปรับปรุงความประพฤติเสียใหม่ เรื่องแบบสอบถามนี้ทำให้ผู้เขียนกินผัก ผลไม้เพิ่มขึ้นมาก

อาหารวันนี้มีฟักทองนึ่ง ถั่วแดงหลวงต้ม งาขาวผสมงาดำ พริกชี้ฟ้า ผักไร้สาร 2 ชนิด ผลไม้แห้ง 3 ชนิด น้ำฝรั่ง ข้าวโอ๊ต และน้ำข้าวโพดผสมงาดำไว้พร้อม ทำให้นึกถึงบุญคุณของกรมอนามัย

 

  • ขอขอบคุณทุกท่านในกรมอนามัยที่ส่งความปรารถนาดีมาถึงคนไทยอยู่เสมอ และขอขอบคุณเป็นพิเศษที่กรมอนามัยไม่นำเรื่องที่ผู้เขียนตอบแบบสอบถามไปบอกใคร...

แหล่งข้อมูล:

  • ขอขอบคุณ > โทรโข่งขยายข่าว: รณรงค์คนไทยใช้ “ช้อนกลาง”. ไทยรัฐ. 29 ธันวาคม 2548.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๘ สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๘.