วินโดวส์วิสตา (Windows Vista) คือชื่อของระบบปฏิบัติการในตระกูลวินโดวส์รุ่นใหม่ ที่พัฒนาต่อมาจาก วินโดวส์ เอ็กซ์พี (Windows XP) และวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 มีกำหนดวางจำหน่ายปลายปี พ.ศ. 2549

    ทางไมโครซอฟท์ประกาศใช้ชื่อ วินโดวส์วิสตา อย่างเป็นทางการแก่สื่อมวลชน ในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 แทนที่ชื่อ ลองฮอร์น (Longhorn) ที่เคยใช้เป็นรหัสระหว่างการพัฒนามาก่อน โดยคำว่า วิสตา (Vista) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง มุมมอง หรือทิวทัศน์ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด วินโดวส์ วิสตา รุ่นทดสอบ เบตา 1 ที่เว็บไซต์ของ วินโดวส์ วิสตา ได้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา (www.windowsvista.com)
     จะว่าไปแล้วระบบปฏิบัติการดังกล่าวภายใต้โค้ดเนมลองฮอร์น ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดเท่าที่มีมาของไมโครซอฟท์ หลังจากบริษัทส่งระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พีสู่ตลาดเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา และสามารถสร้างกำไรให้กับไมโครซอฟท์ได้อย่างมหาศาล
จากข้อมูลล่าสุดนั้นไมโครซอฟท์ยังคงไม่ได้เปิดเผยสเป็กที่ชัดเจนสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับวิสตา แต่อย่างไรก็ตามทางบริษัทได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะเป็นสเป็กที่บรรดาผู้ผลิตพีซีสามารถจัดหาให้กับผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน
สถานการณ์ของวิสตา ส่วนหนึ่งแม้จะยังไม่มีกำหนดวางตลาดจนกว่าจะถึงปี 2006 ก็ตาม แต่ผู้ใช้พีซีต่างเริ่มสงสัยกันแล้วว่า คอมพิวเตอร์ที่สามารถรันวินโดวส์เวอร์ชันต่อไปได้จะมีข้อกำหนดว่าเป็นอย่างไร ทางไมโครซอฟท์ก็ได้พยายามจะให้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับสเป็กของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันวิสตาได้ แต่ก็ดูเหมือนว่ายังไม่มีการกำหนดสเป็กพีซีสำหรบรันวิสตาที่ชัดเจนออกมาแต่อย่างใด
     ผู้คร่ำหวอดในวงการต่างประเมินสถานการณ์ถึงคุณสมบัติของพีซีที่รองรับวิสตา โดยอ้างอิงข้อมูลจากการประชุมทางวิชาการของไมโครซอฟท์ (WinHEC) ที่จัดขึ้นในปีที่ผ่านมา ทางไมโครซอฟท์ได้แนะนำคุณสมบัติโดยทั่วไปของพีซีที่สามารถรันวิสตาไว้ว่า จะต้องใช้โพรเซสเซอร์ที่เป็น “ดูอัลคอร์” ทำงานที่ความถี่ 4 – 6GHz หน่วยความจำอย่างน้อย 2GB รองรับสตอเรจได้ถึง 1 เทอราไบต์ ติดตั้งพอร์ตอีเธอร์เน็ตที่ความเร็ว 1Gbit และเชื่อมโยงไร้สายด้วยมาตรฐาน 802.11g พร้อมด้วยโพรเซสเซอร์กราฟิกที่สามารถทำงานได้เร็วกว่าถึง 3 เท่าของที่มีอยู่ในตลาด
     อย่างไรก็ตาม มีการวิจารณ์ว่าหลายๆ ฟีเจอร์ของลองฮอร์นคล้ายคลึงกับแมค โอเอสที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2544 ส่วนเครื่องมือจัดการข้อมูลเช่น การค้นหาอย่างรวดเร็วก็คล้ายกับแมค โอเอส เอ็กซ์ ไทเกอร์ของค่ายแอปเปิลที่กำลังจะเปิดตัว

คุณสมบัติของวิสตา
     วินโดวส์วิสตา จะสนับสนุนทั้งสถาปัตยกรรม 32 บิต และ 64 บิต ซึ่งปี 2549 ชิปส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายทั้งของเอเอ็มดีและอินเทลจะรองรับสถาปัตยกรรม 64 บิต เรียบร้อยแล้ว ความสามารถหลักๆ คือในการจัดการการสื่อสารทั้งในด้านส่วนตัวและเพื่อธุรกิจการงานของ "วิสตา" ที่จะถูกรวบรวมเอาไว้ในจุดเดียวในระบบปฏิบัติการยุคใหม่
ที่มา