คือ ท่านอาจารย์ JJ คงหวังว่า ผมคงได้มีโอกาสเที่ยวที่บึงแก่นนคร และเก็บเรื่องราวมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านครับ

        หลายท่านอาจจะสงสัยว่า beeman ไปเยี่ยมยามอีสานทำไม ขอตอบตรงนี้เลยว่า ท่านปรมาจารย์ของ beeman คือ ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ท่านเดินทางมามน. เพื่อร่วมประชุมสภาคณบดีคณะเกษตรฯ (๒๒ มิถุนายน ๕๐) อันมีท่าน รศ.อัศนี แห่งคณะเกษตรศาสตร์มข.เป็นประธาน

       ท่านติดเอาหนังสือราชการมาเชิญให้ beeman เข้าไปร่วมประชุม Workshop เรื่องผึ้งที่มมส. จัดโดยคณะเทคโนโลยี มมส. ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ   โดยจะจัดในวันที่ ๒๘-๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่ตึกสำนักงานอธิการบดี มมส. และศูนย์นวัตกรรมไหม (กำหนดการเปลี่ยนแปลงไปจนถึงวันจัดงานเลย)

        ท่านบอกง่ายๆ ว่าจัดเหมือนเดิม แต่คราวนี้ beeman เป็นผู้เข้าร่วม ไม่ได้เป็นวิทยากร หมายความว่า ครั้งก่อนเบิกค่าใช้จ่ายได้ แต่ครั้งนี้ ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเอง...

        ผมมองดูกำหนดการแล้ว เห็นว่าพอจัดโปรแกรมให้ว่างได้ ก็เลยรับปากว่าจะไป   พอดีกับที่ท่านอาจารย์วรวิชญ์ รุ่งรัตนกสิน ที่ปรึกษาศูนย์นวัตกรรมไหม (เพื่อนของดร.สิริวัฒน์ เกษียณอายุราชการแล้ว) ท่านเดินทางมาด้วย ท่านอาจารย์สิริวัฒน์ เลยมอบหมายให้ประสานงานกับผมเพื่อให้จัด KM workshop ที่ศูนย์นวัตกรรมไหม

       ผมวางแผนการเดินทางว่าจะขึ้นรถโดยสารไปลงที่ขอนแก่น ระหว่างทางอาจมีเวลาให้สมองคิดอะไรได้มากขึ้น และอยากไปพบปะกับท่านอาจารย์ JJ เพื่อปรึกษาวิทยายุทธ์เรื่อง "โรงเรียนคุณอำนวย"

        ระหว่างนั้นก็มีการติดต่อ ผ่านบล็อกและ M2M เพื่อเช็คดูว่า ท่านอาจารย์ JJ จะว่างหรือเปล่าช่วงนั้น  และขอให้ท่านอาจารย์ JJ หาที่พักอันมีราคาแบบประหยัดให้ด้วย (จ่ายเอง)

        ท่านอาจารย์ JJ ก็กรุณา ขับรถไปจองที่พักให้ระหว่างวันเดินทางของผมคือวันพุธที่ ๒๗ มิถุนายนนั่นเอง โดยโทรมาถามก่อนว่า จะเอาห้องพักแบบพัดลมหรือแอร์ ซึ่งผมขอแบบเปิดแอร์ (ราคาต่างกัน ๑๐๐ บาท)  ท่านก็จองให้ที่โรงแรม "ริมบึงอินน์" อยู่ติดบึงแก่นนคร เลย

โรงแรมที่ผมเข้าพัก อยู่ติดบึงแก่นนคร

       คือ ท่านอาจารย์ JJ คงหวังว่า ผมคงได้มีโอกาสเที่ยวที่บึงแก่นนคร และเก็บเรื่องราวมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านครับ.. และก็คงไม่ผิดหวังที่ผมจะเล่าเรื่องบึงแก่นนคร ในมุมมองของ beeman ณ บัดนี้

        ช่วงเช้าผมวางแผนว่าจะตื่นแต่เช้าเพื่อไปเดินดูกิจกรรมที่เกิดในบึงแก่นนคร ทราบว่าบึงนี้มีเส้นรอบวงประมาณ ๓.๘ กิโลเมตร ดังนั้นพื้นที่ผิวน้ำก็จะประมาณ ๑,๑๕๐,๓๐๐ ตารางเมตร

        ผมให้ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมปลุกตอนตี ๕ ครึ่ง แล้วผมก็มาเดินเล่นริมบึงก่อน ๖ โมงเช้า เดินอยู่ราวๆ ๔๐ นาที ผมเริ่มตก ผมก็กลับไปเตรียมตัวที่โรงแรม เนื่องจากไม่แน่ใจว่าทาง มมส.จะส่งรถมารับตอนไหนในช่วงเวลา ๗.๐๐-๘.๐๐ น. (มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นตลอดเวลา-แต่ก็เตรียมแผน ๒ ไว้แล้วครับ หากไม่มีรถมารับ ผมก็จะเดินทางไปมมส.โดยรถบขส.ครับ)

       ตอนเช้าผมก็ผ่านเข้าประตูคนลอด ไปเดินชมวิว (ส่วนคนอื่นเขาเดินและวิ่งออกกำลังกายกัน)   สิ่งแรกที่เห็นคือ เจดีย์ ๗ ยอด ทางฝั่งซ้ายมือของผมเมื่อหันหน้าเข้าบึง ส่วนฝั่งขวามือก็เป็นอีกวัดหนึ่งไม่ทราบชื่อว่าอะไร (ถ่ายภาพมาให้ชมด้วย) 

เจดีย์ ๗ ยอดฝั่งซ้ายมือของผม วัดที่อยู่ฝั่งขวามือผม
   

        เดินเวียนขวาไปหน่อย ผมเห็นมีปลาตายติดเชือกอยู่ในบึง พอมองไปริมตลิ่งก็มีปลาตายอยู่หลายตัว ผมเลยถ่ายภาพมาให้ชมกัน นึกในใจว่า คงต้องมีอะไรผิดปกติในบึงเป็นแน่แท้ เพียงแต่ไม่ทราบว่าเป็นอะไรเท่านั้นเอง คือไม่ทราบสาเหตุที่ปลาตาย

ภาพปลาตายที่พบได้ทั่วไปในบึงแก่นนคร

          พอ ๖ โมงเช้า ฝั่งตรงข้าม ก็มีเสียงเพลงเต้น Aerobic ออกกำลังกายกัน ผมเดินไปอีกหน่อยก็พบล้อเกวียนมากมาย เหมือนเป็นอนุสาวรีย์ล้อเกวียนเลย ลองชมภาพที่มีล้อเกวียนเป็นส่วนประกอบนะครับ

ภาพนี้เหมือนคนถือหน้าไม้ อีกภาพหนึ่ง่ของวิถีชีวิต คนกับควายและล้อเกวียน
ล้อเกวียนด้านที่อยู่ริมบึง อีกมุมหนึ่งของล้อเกวียน ๓ เส้า มองเห็นเจดีย์เจ็ตยอด

        ในภาพที่เห็นปลาตายอยู่ริมบึง เราก็เห็นภาพปลาเป็นอยู่ริมบึงเหมือนกัน เป็นภาพปลาตัวเล็กๆ เป็นฝูงๆ กำลังรวมฝูงรับออกซิเจนกันตาสลอนเลยครับ

ภาพปลาเรียงหน้าสลอน

 

       ต่อไปก็เป็นภาพสวนล้อเกวียน ๒ ภาพให้เปรียบเทียบกัน มีกิ่งก่าตัวใหญ่กำลังชูแผงคอ

สวนล้อเกวียน ภาพนี้กิ้งก่าหลบมุม สวนล้อเกวียน : ภาพนี้กิ้งก่าโผล่ให้เห็นเต็มตัว 

 

      ภาพต่อไปน่าจะเป็นภาพอนุสาวรีย์เขาควาย กับล้อเกวียน มองให้ดีเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ "เพราะฉะนั้น" ถ้าเป็นสมัยนี้ก็จะบอกว่าเป็น "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" อะไรทำนองนั้น

ล้อเกวียน&เขาควาย ในภาพเห็นคนกำลังวิ่งเข้ามาใน frame

          ที่ผ่านมาเป็นการจำลองวิถีชีวิตผู้คนแดนอีสานในอดีต ที่ต้องพึ่งพาควายและเกวียนในการดำรงชีวิต

         บรรยากาศยามเช้า มองเห็นภาพพระเดินบิณฑบาตรอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน

ภาพของพระออกบิณฑบาตรยามเช้า

        ที่บึงยังมีลานเดิน ที่มีต้นปาล์มยืนสูงตระหง่าน 

 

          และบรรยากาศสวยๆ แบบนี้

 

       ก่อนจบ วันนี้ได้อะไรมากกว่าเมื่อวาน

  • ได้รับอากาศบริสุทธิ์สนชื่นยามเช้า สมองปลอดโปร่ง
  • ได้เดินออกกำลังกาย
  • ได้ระลึกถึงวิถีการดำรงชีวิตของผู้คนแดนอีสานในอดีต
  • ได้ครุ่นคิด หาเหตุผลว่าทำไมถึงมีการขุดดินในเมืองเพื่อสร้างบึงแก่นนคร คงมีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่ แต่ขณะนี้ก็ไม่กล้าฟันธงลงไป.. ท่านใดมีเหตุผลดีๆ ก็นำมาเล่าสู่กันอ่านบ้างครับ..
  • หรือหากท่านใดเคยเขียนแล้วช่วย Link ให้ได้เข้าไปอ่านบ้าง

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์   神奇的蜂爷   shen2  qi2  de1  feng1  ye2

beeman by Apinya