เกมส์มห้ศจรรย์ของอ.น้อง


เช้านี้ ตื่นมากระชุ่มกระชวย คุณน้องนำเข้ากิจกรรมใหม่ตั้งแต่เช้าด้วยการเล่นเกมสุดมันสสส 2 เกมส์ คือ dark driving และ dance with ...

Dark driving

กติกาง่ายๆมาก แบ่งจำนวนผู้่เข้าร่วมเป็นสองกลุ่มใหญ่เท่าๆกัน หลังจากนั้น ก็ให้กลุ่มหนึ่งผูกตาไม่ให้มองเห็น (แหงล่ะ ผูกให้มองเห็นจะผูกไปหาอะไรล่ะจ๊ะ) คุณน้องก็ demonstrate ไปอยู่ข้างหลังน้องตาล (ให้จินตนาการนิดนึง คุณน้องเป็นสาวร่างไม่เล็ก และทรงพลัง เจ้าตาลนั้นตัวเล็กอยู่แล้ว พอไปยืนเจี๋ยมเจี้ยมให้คุณน้องจับบ่า ก็ทำหน้าหมดอาลัยวิญญาณ ชีวิตนี้อยู่ใต้ฝ่ามือของคุณน้อง) ตะโกนบอกให้พลพรรคเปิดพื้นที่ในห้องประชุมจากสุดนึงไปอีกสุดนึง นับ นึง ส่อง ส้ำ ว่าแล้วคุณน้องก็ดันเจ้าตาลลอยละลิ่วไปข้างหน้า เห็นตาลซอยเท้าไหวๆหัวคะมำไปข้างหน้าปานลมพัด ไปหยุดกึกอยู่ที่ด้านนึงของห้อง หน้าซีดเผือด ทั้งๆที่ตาก็มองไม่เห็น เสียงพลพรรคฮือฮาด้วยความมหัศจรรย์ (ทำไมเจ้าตาลไม่ตายฟะ ฯลฯ) คนที่สมัครผูกตาดูจะหน้าเสียไปนิด คนที่ไม่ได้ผูกตาดูหน้าตาแช่มชืน (ปนๆสะใจ ปนๆซาดิสต์) หลังจากนั้นก็ให้นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว.. เอ๊ย ไม่ใช่ ให้ผู้ช่วยคู่ของเราปลอบประโลมว่าไว้ใจพี่ หรือ น้อง หรือ อั๊ว เถอะนะ รับรอจะไม่ให้เกิดความบาดเจ็บแต่อย่างใด เดี๋ยวจะขับในนิ่มเชียวล่ะ ชนิดเกิดใหม่ก็ยังไม่รู้ตัว

คุณน้องบอกว่าให้เตรียมตัว ขอให้ไว้ใจคนขับ ว่าจะขับอย่างดี ให้ปลอดภัย (แต่ไม่เห็นคุณน้องสมัครใจปิดตามั่งเลยแฮะ น่าสงสัยๆ) ใครมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรก็อนุญาตให้นิมนต์มาใช้ได้
 นึง ส่อง ส้ำ ไป!!!
ว่าแล้วรถพ่วงประมาณ 30 คันก็เริ่มออกวิ่งในห้อง รอบแรกผมเป็นคนขับ ก็พารถวิ่งไปรอบๆ ด้วยความเร็วไม่มากนัก มีติดเบรคบ้างเป็นระยะๆ สังเกตได้จากน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นต้านแรง แต่สักพักก็ค่อยๆเข้าเกียร์สูงขึ้น เร็วขึ้น ลื่นขึ้น ถนนหนทางจอแจมาก เพราะไม่มีถนน และไม่มีเลน วิ่งกันมั่วไปหมด
คุณน้องบอก พอแล้ว!!! เอ้า สลับได้ !!  ฮะ มีสลับด้วยเหรอ เห็นคนที่ถูกผูกตาบางคน รีบถอดผ้า (ผูกตาครับ ไม่ใช่เสื้อผ้า คิดอะไรไปเรื่อย) แล้วยื่นให้เพื่อนอย่างดีใจ บางคู่ก็ยื่นให้ดิบดี บางคู่ดูเจื่อนๆ (สงสัยรอบที่แล้วขับไม่ค่อยนิ่ม) ผมก็รับผ้ามาผูก อาราธนาความดีแต่อ้อนแต่ออกมาอยู่ ณ ปัจจุบัน
นึง ส่อง ส้ำ ไป!!!
ผมวิ่งไปสักพัก ก็บอกตัวเอง เป็นไงเป็นกันละวะ ไม่รอเขาผลักแล้ว ผมวิ่งไปเลย อาศัยเตะขาสูงๆไปข้างหน้าหยั่งอุปสรรค เฟี้ยว!! อ๊ะ มันดีแฮะ วิ่งในความมืดนี่ ให้ความรู้สึกดีมาก วิ่งไปวูบๆ ก็รู้สึกมือจับหัวไหล่ดึงกลับ แล้วปรับเลี้ยว แสดงว่าเรากำลังจะไปชนอะไรสักอย่าง (สังเกตจากแรงดึงกลับ คงจะเฉียดพอควร) เราก็วิ่งตะเลิดไปเรื่อย คนขับก็วิ่งตามไปติดๆ (กลัวต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแหงเลย)
แล้วเราก็มาตั้งวงสะท้อนกัน

ผมก็เล่าว่า เกมนี้คงจะเป็นบททดสอบเรื่อง ความสัมพันธ์ และความไว้เนื้อเชื่อใจ ตอนที่เราเป็นคนขับนั้น เสมือนเป็นผู้นำองค์กร เราเป็นคนมองเห็นหนทาง เห็นอุปสรรคข้างหน้า (หรือที่กำลังวิ่งมาหา) และเป็นคนวางแผนว่าจะไปทางไหนจึงจะดี จึงจะบรรลุความตั้งใจและวัตถุประสงค์ ในขณะเดียวกัน เราไม่ได้วิ่งไปคนเดียว แต่ต้องขับองค์กรไปด้วย

ลักษณะขององค์กรก็เป็นหน่วยงานย่อยๆ ที่อาจจะมองไม่เห็นว่าเรากำลังไปทางไหน มีความกลัวเจ็บ กลัวตาย กลัวความมืด กลัวความไม่รู้ แต่ละหน่วยสามารถควบคุมได้คือ เบรค และ วิ่งต่อ เท่านั้น และอาศัยอีกประการคือ ความไว้วางใจในตัวคนขับ ว่าเขาจะพาเราไปได้ และอย่างปลอดภัยด้วย

ถ้าคนขับ ขาดอะไรที่ว่าไปแม้แต่อย่างเดียว ก็จะเกิดอุปสรรค หรือผลข้างเคียง ขับไม่ระวัง ดูแต่ว่าจะไปไหน ไม่ดูว่ามีอะไรวิ่งมาขวาง วิ่งมาชน ไม่ได้วางแผน หรือวางแผนแล้วไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงแผนให้ทันท่วงที เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ควบคุมรถตลอดเวลา ปล่อยให้วิ่งเองโดยไม่ได้ดูแล และถ้าคนถูกขับ ไม่ได้มีความไว้วางใจ หรือเอาแต่กลัวนั่นกลัวนี่ ก็จะไม่วิ่ง หรือวิ่งอืดเป็นเรือเกลือ
 แต่ที่ผมประทับใจมากๆก็คือ ตอนที่เป็นคนวิ่งเองปิดตานั้น พอเราวางใจถึงที่สุดว่าเราปลอดภัยแน่ๆ และลองวิ่งไปเต็มที่ในความมืดนั้น ผมว่าเป็นอะไรที่ใกล้เคียงที่สุดกับความรู้สึกในความฝัน ตอนที่เราเหาะเหินเดินอากาศ ตกเหว หรือบินไป แหวกว่ายไป ในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่จินตนาการ มีแต่ความคิด ความรู้สึก เพียงแต่ว่าตอนนี้เรารู้ตัวมากกว่าตอนฝันเยอะมาก เป็นความรู้สึกปลอดภัย ตื่นเต้น เร้าใจ เป็นอิสระ อย่างบอกไม่ถูก
สุดยอดครับ
Dance with ...

กิจกรรมถัดไป dance with ... พอทุกคนหายเหนื่อย เช็กอาการบาดเจ็บ อะไรต่างๆครบถ้วนแล้ว ยังมีอาการครบสามสิบสองอยู่ ก็ค่อยๆล้อมวงเข้ามากันใหม่

คุณน้องบอกให้แต่ละคน ไปหา object มาคนละหนึ่งอย่าง อะไรก็ได้

ก็แยกย้ายกัน บางคนก็หอบเอาหมอนขวาน บางคนเอาพวงกุญแจ เสียงพี่กิจจาถามคุณน้องว่า "เอาเสื่อได้ไหมครับ" คุณน้องตาลุกโพลงรีบตอบ "ได้ค่ะๆ ยิ่งสนุกใหญ่เลยค่ะ" คุณณาได้ยิน เลยเอามั่ง ไปเอากล่องกีตาร์ของอาจารย์ประสาทมาอุ้ม ส่วนผมนั้นเล่น safe ไว้ก่อน หยิบเอาพวงกุญแจในกระเป๋ามาถือ
เอ้า.... ต่อไปนี้ เดี๋ยวเราจะเปิดเพลง และขอให้ทุกคน มีความสุขกับของที่เราเลือก ไปตามลีลาของเพลงที่เปิดค่ะ

หา... พี่กิจจามองเสื่อยาวที่ตนเองเลือกมา (เป็นเสื่อยาวเฟือย ชนิดผืนเดียวเกือบ 10 เมตรได้) คนที่หยิบหมอนขวานมาก็เริ่มมอง และทดสอบน้ำหนัก คุณณายืนอุ้มกล่องกีตาร์ เก้ๆ กังๆ เสียงเพลงก็เริ่มบรรเลง แต่ละคนก็เริ่มวาดลวดลาย เต้นระบำกับวัตถุของตนเอง เริงร่าไปตามลักษณะ คุณสมบัติของสิ่งที่ตนเองเลือกมา ของวัตถุเล็กๆ เริ่มถูกโยนไปบนอากาศ บินไปมา ขึ้นลง เหินฟ้า หล่นลงมาบนฝ่ามือรองรับ เริ่มมีเสียงเพลงรำพึงรำพันร้องตามจังหวะดนตรี กล่องกีตาร์กลายเป็นคู่เต้นรำ (อันอ้วนท้วนเป็นพิเศษ) พี่กิจจาหาวิธีทำให้เสื่อยาวมีความสุขได้ โดยการพลิกหมุนและเริงร่ากับเสื่อได้ในที่สุด

 ชีวิตเป็นอะไรที่มีความสุขได้อย่างง่ายดาย ไม่น่าเชื่อ กับวัตถุที่อยู่รอบตัวเรา ก้อนหิน ใบไม้ ปากกา เก้าอี้ เสื้อ ฯลฯ เป็นความสุขราคาถูก และสุขจริงๆอย่างไร้เงื่อนไข ไม่ลำบากลำบน ไม่มีกฏเกณฑ์ มีอยู่ทุกที่ทุกอณู

กิจกรรมเช้านี้ ไม่เพียงแต่สนุกสนาน แต่เปี่ยมไปด้วยบทเรียนชีวิตอันมีค่า มีความหมาย ชีวิตคนขอเพียงมีความไว้วางใจ ปลอดภัยอย่างที่สุด และมีความสุขที่เรียบง่ายได้ นี่คงเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงมากที่สุดกับความหมายของ ชีวิตที่เพียงพอ ชีวิตที่มีความหมาย กระมัง?

ขอบคุณอาจารย์น้องมากๆเลยครับ