เก็บตกเรื่องราวจากการประชุมซะหน่อย!! ก็จากการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชน
ซึ่งตอนที่ผู้เขียนนำเสนอ มีการพูดถึง gotoknow ในช่วงท้าย เกี่ยวกับการ หาความรู้และเครือข่ายในการทำงาน ซึ่งทางท่านประธาน ก้ได้สรุปทิ้งท้าย ไว้ว่า เป็นเรื่องดี และสามารถเข้าไปหาความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนคนทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จังหวะที่หลายๆท่านในที่ประชุมกำลังตั้งขอสังเกต ในเรื่องดังกล่าว ก็มีเสียงหนึ่งเสียงจากผู้เข้าร่วมประชุม หนึ่งท่านว่า "เคยเข้าไปอ่านแล้ว" เป็นที่ระบายความน้อยเนื้อต่ำใจของน้องเปิ้ล ----> อึ้ง!! ไปเลย คิดไว้ในใจ ว่า.. ทุกครั้งมันต้องมีเรื่องราวอย่างนี้มากวนใจ และบั่นทอนกำลังใจซะทุกที
ทำให้นึกย้อนไปว่า... ในบางครั้ง ก็เคยได้ ยินเสียงเล่า อ้างว่า!! ได้ซี่.. ว่างงานหนิ เลยมานั่งเขียนโน้นเขียนนี่ได้ อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่เลยคะ ได้ยินแล้วเจ็บใจมากมาย อย่ามองว่าเป็นเรื่องแก้ตัวเลยนะคะ หากท่านเห็นเวลาในการเขียนบันทึกนั้น ล้วนแล้วแต่นอกเวลาราชการทั้งสิ้น กล่าวคือผู้เขียนก้มีงานในภาระหน้าที่ไม่ได้น้อยไปกว่าใครๆเลย หากแต่พยายามใช้เวลา ช่วงเย็น หลังจากเลิกงาน มาสรุปและเก็บรวบยอดประเด็นการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอน ว่ามันต้องมีทั้ง เรื่องราวดี-ดี และเรื่องราวบางอย่างที่ไม่ดีก็มีเช่นกัน
จากการเขียน และเข้ามาเรียนรู้ใน gotoknow ตลอดระยะเวลา 6 เดือน กว่า ผู้เขียนได้พบเจอเรื่องราวดี-ดี จนเรียกได้ว่า มีคุณค่า ดังนี้
1.ถือการบูรณาการงานกับการพักผ่อนได้อย่างดี และเป็นการไม่ยึดติดกับเวลาทำงาน ว่าวันหนึ่งมีแค่ 8 ชั่วโมง หรือมีแค่ 5 วันในหนึ่งอาทิตย์
2.บันทึกเรื่องราวการทำงานประจำวัน..ในหน้าที่ อันนี้ถือว่ามีประโยชน์มากมายกับผู้เขียน เพราะเชื่อเหลือเกินว่า ระยะเวลาที่ผ่านมา หลายต่อหลายท่านคงเห็นถึง คุณค่าการทำงานของนักวิชาการสาธารณสุข และ บทบาทหน้าที่ของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ
3.เรียนรู้ความสำเร็จจากผู้อื่นแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานของตน ถือเป็นการสร้างเครือข่ายใน การทำงานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
4. เป็นเครื่องมืในการพัฒนาตนเอง ที่กล่าวอย่างนี้เนื่องจากในแต่ล่ะครั้งที่เขียนบันทึกจากการทำงาน หรือแม้กระทั่งเก็บตกสาระจากการประชุม แล้วเราพยายามคิดบวกหามุมมองด้านบวกของปัญหาต่างๆที่เข้ามาแล้วสื่อสารลง blog แล้วมีเพื่อนๆ ต่างสายงาน หรือแม้กระทั่งสายงานเดียวกันเข้ามาให้กำลังใจ และต่อยอด ความคิดเชิงบวก ดังกล่าวให้เห็นชัดขึ้น
เอาเป็นว่า ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินคะว่า คุณค่าของ gotoknow ย่อมมีมากมายกว่าที่ผู้เขียนได้กล่าวถึง จึงขอให้ ชาว gotoknow ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวดีๆดังกล่าวไว้ได้ในบันทึกนี้ด้วยนะคะ ...
ขอบคุณคะ!!!
คุณค่าของสิ่งๆ นึง มีมากกว่าที่เห็นเสมอ
^_^
เข้าใจครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น ขอเอาใจช่วย ตั้งใจทำดีแล้วครับ ไม่เป็นไรน่า นิ่ง ๆ และใช้เวลา วันหนึ่งเมื่อเขาเข้าใจ เราก็จะได้มีที่ว่างให้เขาได้ยืน หากเราร้อนเสียก่อนแล้วในวันนี้ วันหน้าเขาเข้าใจเราแล้ว ก็ไร้ประโยชน์ เพราะที่ยืนเราไม่ได้เว้้นไว้ให้ตั้งแต่วันนี้
ขอเป็นกำลังใจคนทำงาน คนทำดี นะครับ
น้องเปิ้ล ครับ
สวัสดีค่ะน้อง...อรุฎา นาคฤทธิ์
ให้กำลังใจค่ะ..ครูอ้อยเข้าข้างน้องเสมอค่ะ
ของทุกอย่างมันมีคุณค่าในตัวของมันอยู่แล้ว อยู่ที่ใครจะเห็นคุณค่าของมันหรือเปล่า แต่ถึงใครไม่เห็นแค่ตัวเราเห็นก็พอแล้วครับ...
เป็นกำลังใจให้นะครับ...
มีบทกลอนเพื่อ gotoknow มาฝากครับ...
http://gotoknow.org/blog/Intregration/107754
สวัสดีครับน้องเปิ้ล
สบายใจดีไหมครับ มองสิ่งขัดใจเป็นบวกให้หมดครับ แล้วเราจะสบายใจครับ
ดีเสียอีกครับที่เค้าพูดแบบนั้น เราจะได้เอาได้คิด และสร้างความรอบคอบให้กับตัวเรา ก็กล่าวขอบพระคุณเค้าที่ให้คำชี้แนะและข้อคิดเห็น
เอาบทความมาฝากครับ http://gotoknow.org/blog/mrschuai/107834
โลกไม่ได้ซับซ้อน แต่คนทำให้โลกซับซ้อนเอง ครับ
น้องเปิ้ลคะ....ยังไงก็พี่รู้ว่าน้องเปิ้ลไม่ถอยแน่นอน "คนคิดสวนทาง" กันนั้น หลีกไม่ได้หรอกค่ะ " เราไม่ตกใจรถที่วิ่งสวนทางมา ก็อย่าตกใจกับคนคิดสวนทาง"เลยค่ะ คิดทางบวกเสียว่ารถที่วิ่งสวนทางจะไม่ทำให้เราประมาท คนคิดสวนทางทำให้เราคิดและทำอย่างมีสติ ขอให้สบายใจอย่างที่ทุกๆคนให้กำลังใจนะคะ ...(เราเคยเจอกันหลายครั้งนะ..จำได้ป่าว)
น้องบี้
พี่บี้ขออยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจเสมอนะ
มุมมองในเรื่องนี้ พี่บี้มองว่า
1. มันเป็นการลำดับเรื่องราว บันทึก จดจำเหตุการณ์ประจำวัน ซึ่งจะเป็นหลักฐานในการอ้างอิงในเรื่องที่มีการจดบันทึก หรือกล่าวถึงในภายหลังได้
2. เป็นการจัดระเบียบภายในสมองของแต่ละบุคคล ทำให้ทำงานได้เป็นหลักเป็นขั้นเป็นตอน ไม่สับสน
3. เป็นการแสดงทรรศนะส่วนตัวต่อเรื่องราวหรือหัวข้อ ประเด็นที่ยกมาแต่ละวัน ฝึกหัวคิด ไม่ฟุ้งซ่านในเรื่องอื่นที่ไร้สาระ และเสนอความคิดเห็นของตนต่อบุคคลอื่นๆ ได้รับรู้
5. เป็นการระบายความรู้สึก คลายเครียด ผ่อนคลายได้ ถือเป็นการดูแล เยียวยาทางด้านจิตใจตนเองอย่างหนึ่งท่ามกลางสังคมวุ่นวายในแต่ละวัน
6. จะถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของที่ทำงานของน้องก็ได้นะ เพราะน้องได้รวบยอดความคิดแหตุการณ์รอบตัวประจำวัน
7. ในกรณีที่ความคิดเห้นของน้องเป็นไปในทางที่สามารถแก้ไขปัญหา หรือชี้ทางออกในการแก้ปัญหา ก็ถือเป็นคุณประโยชน์แก่งานและราชการ
อนึ่ง กรณีที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเบียดเบียนเวลาราชการ ก็ต้องพิจารณาอย่างอื่นมาประกอบด้วย 1) น้องใช้เวลาตอนไหนในการอัพโหลดข้อมูล 2) gotoknow ของน้องเป็นประโยชน์บ้างหรือไม่ และ 3) คนอื่นๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ใช้เวลาของตนเองอย่างเต็มที่แล้วหรือเปล่า โกงกินเวลาของทางราชการบ้างหรือไม่ ในกรณ๊ที่น้องใช้เวลาส่วนใหญ่ เป็นเวลานอกราชการ พี่ถือว่าน้องได้ใช้เวลาส่วนตัวมาสร้างสรรค์ประโยชน์แก่งานและวงการราชการอยู่นะ อันนี้พี่บู้บี้ขอสนับสนุนด้วยอย่างแรง อีกแรงหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆ จะคิดอย่างไร น้องต้องเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น และต้องไม่คาดหวังกับการแสดงทัศนะหรือความคิดเห็นของเขา เพราะมนุษย์เรามีหลายความคิด น้องจะไปบังคับให้ทุกคนคิดบวกไม่ได้ เพราะบางคนมีทัศนคติในการใช้ชีวิตในแง่ลบ เพื่อความปลอดภัยและรอบคอบของตน และเป็นกลวิธานป้องกันตนเองอย่างหนึ่ง บางคนอาจมีปมอยู่ในใจ น้องจำเป็นต้องทำความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ด้วย
การจะกระทำต่อหรือไม่กระทำต่อไปนั้น พี่อยากให้น้องพิจารณาถึง 1) คุณประโยชน์ 2) น้องไปเบียดเบียนหรือไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนด้วยหรือไม่ (อาจเผลอไผลไปเอ่ยนามเค้าก้ไม่สมควร) 3) การลงทุน
ถ้าชั่งใจแล้ว เห็นว่าควรทำต่อก็ทำไปเถอะ อย่าไปแคร์กับใครเขามากเกิน เพราะธรรมดามนุษย์บางกลุ่มมักไม่พอใจที่ได้เห็นใครคนอื่นเขาเด่นเกินหน้าตนเอง !!!
มีความสุขกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน และพยายามคิดอะไรในแง่บวกเข้าไว้ เป็นการสร้างและเพิ่มความสุขให้แก่ตัวเอง
รัก คิดถึง และห่วงใยน้องคนดีเสมอมา
พี่บู้บี้
การบันทึกการทำงานเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เพราะเวลาผ่านไปสิ่งที่เราได้เจอเรื่องดี ๆ ก็จะหายไปด้วย การเขียนบันทึกขณะที่เกิดเหตุการณ์สด ๆ ย่อมดีมาก
ยิ่งได้บันทึกใน gotoknow ยิ่งดีใหญ่ เพราะมีโอกาสทั้งเป็นผู้ให้ และเป็นผู้รับ ประโยชน์ที่สรุปมาน่ะถูกต้องแล้วนะครับ
เรื่องคนทักก็อย่าไปถือสาเลยครับ ไม่เห็นมีเรื่องที่ไม่ดีตรงไหน อย่างคุณ little Jazz บอกแหละครับ มันเป็นสิทธิของเราโดยชอบธรรม
บางทีแรงต้านก็อาจจะมีวาระแอบแฝง อย่างเช่นว่า ขี้เกียจเขียน เลยพยายามเผา คนอื่นก็ได้ หรือ แม้แต่กลัวอินเทอร์เน็ต หรือ ร้ายกว่าอาจจะกลัวคอมพิวเตอร์ก็ได้.
เปิ้ล เวลามีประโยคใด หรือคำพูดจากใครมาทำให้เรารู้สึก เหนื่อยเพิ่มขึ้น อันดับแรกอยากให้เพื่อนดูก่อนว่าออกจากใคร มีความสำคัญกับการทำงานของเรามากแค่ไหน และตลอดเวลาที่ผ่านมา คนๆ นั้นหวังดีกับเราด้วยใจจริง หรือเปล่า
แต่หากคนๆ นั้นพูดเอาแค่สะใจ หรือรู้สึกเสียหน้าที่คนที่เค้าคิดว่าอ่อนด้อยกว่าทั้งอายุการทำงาน อายุประสบการณ์ ตลอดจนอายุวัย เพื่อลดทอนความมั่นใจของเพื่อนนั้น ก็อย่าได้เก็บมาเป็นขวากหนามในการทำงานหรือลดทอนกำลังใจของตัวเองเลย
เพราะเค้าก็จะบรรลุสิ่งที่เค้าต้องการให้เป็น
เป็นกำลังใจให้เพื่อนเสมอ ท้อได้ แต่อย่าถอย