![]()
พวกเราคงจะได้ยินคำแนะนำคุณค่าของการได้รับแสงแดดอย่างน้อยวันละ 15 นาที เพื่อให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดี ซึ่งใช้ในการดูดซึมแคลเซียมมาแล้วไม่มากก็น้อย
วันนี้มีข่าวดีสำหรับท่านที่ชอบแดดอ่อนๆ เพราะ 15 นาทีที่ว่ามานี้ อาจจะไม่พอ...
![]()
อาจารย์ดอกเตอร์ไนล์ บิงคเลย์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ทำการศึกษาระดับวิตะมินดีในคนฮาวาย ซึ่งเป็นรัฐที่มีแสงแดดดีตลอดปี <p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มตัวอย่าง 93 คนได้รับแสงแดดนอกบ้านโดยไม่ทายากันแดด วันละ 22.4 ชั่วโมง และได้รับแบบประปรายคือ ทายากันแดดบ้าง ไม่ทายากันแดดบ้าง วันละ 28.9 ชั่วโมง </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อนำไปคำนวณพื้นที่ผิวหนังทั้งตัวแล้ว พบว่า กลุ่มตัวอย่างได้รับแสงแดดเฉลี่ยสัปดาห์ละ 11.1 ชั่วโมง หรือเฉลี่ยวันละ 95.14 นาที </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผลการตรวจระดับวิตะมินดีพบว่า 51% ของกลุ่มตัวอย่างมีระดับวิตะมินดีต่ำ อาจารย์บิงคเลย์กล่าวว่า คำแนะนำในปัจจุบันที่ให้ส่วนใบหน้าและมือได้รับแสงแดดวันละ 15 นาทีนั้น “อาจจะไม่พอ”</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>แสงแดดที่มีคุณค่าต่อร่างกายสูง และมีระดับอัลตราไวโอเลต (ultraviolet / UV) ต่ำหน่อยอยู่ในช่วงเช้าก่อน 8.30 นาฬิกา และช่วงเย็นหลัง 16.30 นาฬิกา <p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">วิตามินดีมีส่วนช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือดได้เพิ่มขึ้น วิตามินดีมีมากในปลา ไข่ น้ำมันตับปลา และนมที่เติมวิตามินดี</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไม่แนะนำให้ซื้อน้ำมันตับปลามากิน เนื่องจากน้ำมันตับปลามีวิตามินเอสูง</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้ากินวิตามินเอขนาดสูงนานๆ อาจทำให้เกิดอันตราย เช่น ความดันในสมองเพิ่มขึ้นได้ ฯลฯ </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">อาจารย์เซเรทสกี นักโภชนาการแห่งเมโยคลินิก สหรัฐกล่าวว่า </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">คำแนะนำของ NAS (National academies of science) สหรัฐฯ แนะนำให้คนเรากินวิตามินดีวันละ 200 ยูนิตสากล (IU) ตั้งแต่เด็กจนถึงอายุ 50 ปี หลังจากนั้นให้เพิ่มเป็นวันละ 400-500 IU </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตาม… นักวิจัยส่วนใหญ่แนะนำให้กินวิตามินดีเพิ่มเป็นวันละ 800-1,000 IU </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการขาดวิตะมินดีได้แก่ คนสูงอายุ ได้รับแสงแดดน้อยเกิน ผิวสีเข้มมาก เป็นโรคลำไส้ทำให้การดูดซึมวิตามินลดลง หรือเป็นโรคตับเรื้อรัง</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p>คนที่ไม่กินทั้งนม ผลิตภัณฑ์นม ไข่ และปลาอาจเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดีได้ </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">การออกกำลังกายส่วนใหญ่มีส่วนช่วยป้องกันโรคกระดูกโปร่งบาง หรือกระดูกพรุน… </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">การออกกำลังที่ไม่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของมวลกระดูกได้แก่ การว่ายน้ำและการถีบจักรยานอยู่กับที่ เนื่องจากไม่มีแรงกระแทก หรือแรงกดต่อกระดูก</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>การเดิน เดินขึ้นลงบันได วิ่งเหยาะ(จอกกิ้ง) การออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ฯลฯ มีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น </p><p>
</p><p></p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">การไม่ดื่มเหล้า(เบียร์ ไวน์…) มีส่วนช่วยป้องกันโรคกระดูกโปร่งบาง หรือกระดูกพรุน (osteoporosis) เนื่องจากเหล้ามีพิษต่อเซลล์สร้างกระดูก</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">การไม่กินน้ำอัดลมซึ่งมีกรดที่ต้องขับทางไตมาก และการไม่กินเกลือมากเกินมีส่วนช่วยลดการสูญเสียแคลเซียมออกทางปัสสาวะ (ไต) ได้…</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ถึงตรงนี้… ขอให้พวกเรามีสุขภาพกระดูกดีไปนานๆ ครับ</p><p>ข่าวประกาศ... </p>
- ผู้เขียนขอปิดส่วนความคิดเห็น และงดตอบปัญหา เพื่อปรับปรุงคำหลัก (key words) บันทึกย้อนหลังไปพลางก่อน
ขอแนะนำ...
- รวมเรื่องสุขภาพ > "สุขภาพกระดูก"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "วิตามิน"
- [ Click - Click ]
- ขอแนะนำบล็อก "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
แหล่งที่มา:
</span><ul>
<li> ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค </li>
</span><li>นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 2 กรกฎาคม 2550.</li> </ul>