คิดแบบ เข้าข้างตัวเองว่า เป็นโรค ก็ต้องหายซิน่า

 

        เล่าเรื่อง ตอนไปอยู่วัด  ปีที่รู้ว่า เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย   ( ชื่อโรคนี้ ยาวมาก ) ตอนกลางปี 2542   ช่วงที่ ปรับใจได้แล้วว่าป่วยเรื้อรังแล้วนะ  จะทำอย่างไร      

         คิดแบบ เข้าข้างตัวเองว่า  เป็นโรค ก็ต้องหายซิน่า  คงไม่ต้องไปฟอกเลือดหรอก แล้วไตก็จะดีขึ้นมาเอง  คิดว่า ตัวเองจะพ้นการฟอกเลือด       

           ก็หาหนังสืออ่าน ว่า จะดูแลตัวเอง ยังไงบ้าง  อ่านไปมา ก็มาดูที่อาหารที่จืดสุดๆ กับเรื่องสมาธิ      ที่นี้ เป็นคนไม่มีสมาธิ คนที่บ้านเลยส่งไปอยู่วัด ....     

           ฉันก็รู้สึกว่า น่าจะดี เพราะทำแต่งานในชุมชนไม่เคยปฏิบัติอย่างจริงจังอะไรเลย เวลาป่วยก็เป็นข้ออ้างที่ดี ที่จะพักผ่อนหรือไปปฏิบัติธรรม

      ไปที่ วัดภูเขาทอง ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิไปกราบหลวงพ่อคำเขียน ท่านมีเมตตามาก

                        

          ฉันไปอยู่กับแม่ชีและพี่ๆที่ปฏิบัติธรรม  ฟังหลวงพ่อเทศน์

ทุกเช้าเหมือนฟังนิทานธรรมะ สายมาก็ฝึกเดินจงกรม ถ้าพัก ก็ฝึกสมาธิแบบการเคลื่อนมือ แบบที่ หลวงพ่อสอน ตื่นเช้าแต่ตี 3 เดินมืดๆสลัวๆเข้าไปที่ตัววัดเดินไปก็ดูดาวไปด้วย        

          รู้สึกว่า ชีวิตมีกรอบแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องคิดอะไรมาก คิดแต่ว่าเราจะฝึกเพื่อดูสติตัวเองได้อย่างไร       

          แรกๆ ก็ยากนะ หลายครั้ง ฉันก็ไปเดินไปในหมู่บ้านไปดูคนข้างบ้านสานกระติบ ทอเสื่อ ทอผ้า

          จนพี่ๆที่ปฏิบิติธรรมแซวว่า มาคราวนี้ได้เสื่อ ได้ กระติบข้าว มากกว่าอย่างอื่น  ฉันได้แต่หัวเราะ     

           ก็คุยกับเพื่อนบ้านบ้าง  ก็เพลินดีนะ  แล้วก็กลับมาฝึกต่อ