สวัสดีค่ะ ครูณัฐมาแล้วค่ะ
ครูณัฐเคยเปิดบล๊อก ตั้งแต่ วันที่ 19 เมษายน 2550 แล้วก็เงียบหายไปเลย ตอนนั้นมีเพื่อนมาร่วมแสดงความยินดีกันหลายคน อยู่ ๆ ก็หายไปนานเคยค่ะ เป็นเพราะว่าจำชื่อ ตัวเอง และรหัสผ่านไม่ได้ (แย่ที่สุดเลยค่ะ) คราวนี้จำได้แล้ว จดใส่กระดาษติดไว้ที่หน้าเครื่องคอมฯที่บ้านไว้เลย และที่บ้านก็ต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไว้แล้ว คราวนี้เป็นที่ของเราบ้างละ (เรายิ่งชอบโม้อยู่ด้วย) อ๊ะ ๆ ๆ เราก็มีเรื่องมาเล่าให้ชาว กศน.ฟังถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราได้พัฒนาครู ที่อำเภอจุน (อย่าเอาสระอุ ออกนะค๊ะ เดี๋ยวความจนจะมาเยือน) รวมถึงพัฒนาครู กศน.ของจังหวัดพะเยาด้วยล่ะ
ครูณัฐ อยู่ กศน.อำเภอจุนค่ะ เป็นอำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา มีคนงาม ๆ เยอะ และก็ไปญี่ปุ่นกันเยอะ ครูณัฐเป็นคณะทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์ซึ่งมีหลายหน่วยงานร่วมกันทำงานอย่างสนุกสนาน จนมีครั้งหนึ่ง ท่านกงสุล ประเทศญี่ปุ่นท่านเดินทางมาดูที่อำเภอจุนว่า มีสภาพยากจนมากหรืออย่างไร สาว ๆ จึงนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นกันนัก พบว่า "ในน้ำก็มีปลา ในนาก็มีข้าว" ผู้คนมีอัธยาศัยดี คนที่ไปส่วนใหญ่ก็จบ ม.3 กันแล้ว หรือไม่ก็ออกจากโรงเรียนกลางคัน เพราะมีสภาพไม่พร้อมที่จะเรียนในระบบโรงเรียน อย่ากระนั้นเลย ยังเหลือ ม.6 ยังไม่จบ เป็นหน้าที่ของเรา ไปชวนเขามาเรียน กศน.และให้ความรู้เรื่องภัยที่เกิดจากการไปญี่ปุ่นดีกว่า เพราะฉะนั้น เราต้องบูรณาการหลักสูตรของเราให้ทันสมัยด้วย ก็มีทั้งเรียนและไม่เรียน เรียนจบก็มี เรียนไม่จบก็มี หนีไปญี่ปุ่นซะก่อน ไม่เป็นไรหากลยุทธ์ใหม่ (บางทีการจัดการเรียนการสอนของเราไม่เร้าใจผู้เรียน)
ส่วนกลุ่มที่เป็นผู้นำชุมชน โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่น เป็นนักศึกษาของเราเหมือนกัน เน้นปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม มาก ๆ แต่ไม่กล้าเน้นเรื่องการเมืองมาก (กลัวเหมือนกัน) ให้เงินสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของ กศน.แต่ละศูนย์การเรียนไม่น้อยเลย รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ อีก แสดงว่าเขาก็เห็นความสำคัญของการจัดการศึกษานอกโรงเรียนเหมือนกัน แต่การเรียนการสอนของเราก็มีอุปสรรคมากเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ จึงเป็นที่มาของการที่เราจะต้องให้ครูทำวิจัยชั้นเรียน เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ ส่วนทำอย่างไรนั้น เชิญติดตามตอนต่อไปนะค๊ะ
ยินดีต้อนรับสู่เวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับครูณัฐ