และส่วนของคณะกรรมการ KM ก็คงต้องปรับ ... และเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องหูไวตาไวด้วย เพราะว่า อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเจอกันครึ่งทางที่พวกเราเองที่ทำงานในแต่ละงาน ก็ต้องคิดกันว่า เราจะใช้ KM ไปในการทำงานได้อย่างไร และเราจะส่งข้อมูลต่างๆ ให้คณะกรรมการรวบรวมได้อย่างไร

 

เรื่องย๊าว ยาว ในตอนที่สองอ่ะจ๊า ...

แลกเปลี่ยนจากชาวศูนย์ฯ 7 มั่งจ้ะ

คุณละออ ...

  • ตอนที่น้องๆ เขามาพูดว่า เราต้องทำ KM ก็ค่อนข้างหนักใจ เพราะว่าตอนเล่าน่ะเล่าได้ แต่พอจะสกัดออกมาเขียนแล้ว ลำบากใจ
  • พี่ๆ ก็เลยต้องใช้วิธีเล่าเสร็จ สรุปกันแล้ว ... มาเขียนให้หน่อยนะ
  • หลายอย่างเราใช้กระบวนการ KM ตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว ที่มีการชี้แจงแผนฯ โดยเชิญผู้ที่ประสบความสำเร็จใน setting ต่างๆ ที่ได้ทำนโยบาย ให้เขามาเล่าเรื่องความสำเร็จ โดยใช้ Fa จากส่วนกลาง คือ ผอ.พิษณุ
  • จากตรงนั้นก็ขยายงานไปได้เยอะ เช่น งานส้วม ส่วนใหญ่ที่เขามาฟังคือ เจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจะมีผู้บริหาร รร. เขาก็จะไปขยายงานต่อ เราจะเห็นว่า มีการขยายงานต่อไปเรื่อยๆ ผ่านชมรมสร้างสุขภาพ
  • พอไปเจอหน้าเขา เขาบอกว่า ที่ศูนย์เชิญเข้ามานำเสนอในวันนั้น ตอนนี้เขาไม่ว่างเลย เขาเดินสายตลอด เพราะว่าใครๆ ก็เชิญไป ไปช่วยจังหวัดอื่นๆ อันนี้เราก็เห็นว่า นำมาใช้ประโยชน์ได้
  • หลังจากนั้น หลายๆ งาน ท่าน ผอ. ก็บอกว่าให้ใช้กระบวนการงานนี้มาจับ ก็มีเรื่องชมรมผู้สูงอายุก็ได้ใช้กระบวนการ KM ตรงนี้น้องเขาสรุปเป็นเอกสารแล้ว ก็จะรู้ว่าบริบทการทำงานเป็นยังไง
  • และงานที่ 3 ที่จะทำ ก็คือ เรื่องของชมรมสร้างสุขภาพ กำลังที่จะเตรียมทีมกันอยู่ จะเวียนไปจังหวัดต่างๆ ก็จะดูว่า การสนับสนุนองค์กรท้องถิ่นแต่ละแห่งทำยังไง และคนที่ทำงานในชมรมที่ประสบความสำเร็จแล้ว เขาดำเนินการอย่างไร
  • ก็มีการคุยกันว่า เรายังขาดในเรื่องของการเขียน ก็ทำให้ไม่เห็นว่า จริงๆ แล้ว เราก็มี

คุณศรีวิภา เสริมเล็กน้อยละค่ะ

  • ที่ได้เสนอกับกองคลัง สิ่งที่จะช่วยได้คือ การบันทึกเสียง ถอดเอง หรือจ้างถอดเทป หรือมี mp3 เป็นไฟล์ เราต้องวางแผน
  • ในการจัดประชุมต้องเตรียม Note taker ไว้เลย อันดับแรกของมือใหม่หัดขับ ได้ยินอะไรจดไว้ก่อน หลังจากนั้นเราก็จะมาดูกัน เพราะว่าสิ่งที่เขาทำคือ จดเอาไว้ วางไว้หลายคน และเราก็จะมาเรียนรู้กันระหว่างทีม
  • ก็จะพบว่า เด็กบางคนเป็นมือ note taker สุดยอดเลย จดละเอียดมาก แต่อาจจดไม่หมด ก็อาจจะจดได้เป็น tacit ก็มี และขณะเดียวกันก็มาเติมกัน เขาก็อัดวิดีโอไว้ ก็จะมีหลักฐาน สุดท้ายเขาก็จะมีหนังสือ และมีภาพด้วย
  • ของกองคลังจะใช้บันทึกเสียง ให้เจ้าพนักงานพิมพ์ดีดช่วยพิมพ์ให้ เป็นการจัดการ องค์ความรู้ และจัดการอีกที ในการหาตัวช่วย จะได้ไม่ขาดตกบกพร่อง และการรายงานก็ไม่ต้องทำงานหนัก เพราะว่าได้ถูกบันทึกไว้แล้ว พอขึ้นเวปไซต์ก็เอาแค่ URL มาใส่ไว้ก็จะง่ายขึ้น

ดิฉันก็เชื้อเชิญสมาชิกชาวอุบล มาร่วม ลปรร. กันใน GotoKnow บ้างละค่ะ

  • วิธีการบันทึกเหมือน diary และเวป gotoknow.org ของ สคส. ได้ link ไว้ที่ KCenter ของกรมอนามัย ภายใต้ Planet http://gotoknow.org/kmanamai และก็จะมี link ชาวกรมอนามัย ที่บันทึกไว้ในนั้น ของศูนย์อนามัยที่ 7 ก็จะมีเปิดบันทึกไว้แล้ว 3 ท่าน และบันทึกแต่ละอันก็สามารถรวบรวมไว้ให้อยู่ในห้องเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า Planet ซึ่งก็ได้เปิดขึ้นแล้ว เวลาที่พวกเรามีประสบการณ์จากการทำงานใดๆ ก็ตาม ก็นำมาบันทึกเข้าไว้ใน weblog เป็นความรู้ที่สะสม
  • ใน Gotoknow จะมีเพื่อนมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากมาย เพราะปัจจุบันก็มีบันทึกเข้าไปแล้วกว่า 100,000 บันทึก และสมาชิกกว่า 20,000 ราย ทั่วประเทศ ยิ่งที่อุบลฯ พอมีการบันทึกขึ้นไปปั๊บ ก็จะมีเครือข่ายอุบลฯ เขาก็เริ่มมา join อยากรู้จัก อยู่จังหวัดอุบลฯ ด้วย เราก็จะได้เครือข่ายไปในตัว
  • และการเป็นเครือข่าย ณ ที่นี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าตาเท่าไร คุยกันไป comment กันไป เราก็จะได้ความสนิทสนม และต่อยอดเมื่อได้พบปะเจอหน้ากัน
  • การขึ้นบันทึกไม่ยาก ทดลองด้วยตัวเอง เข้าระบบ เริ่มตั้งแต่สมัครสมาชิก มีข้อมูลให้กรอก 2-3 หน้า และมีเมนู เป็นตัวช่วยให้เข้าใช้บันทึก และลองอ่านของคนอื่นที่ขึ้นบล็อก และทดลองบันทึกตาม ใครก็สามารถทำได้ค่ะ

ผอ.ดนัย ... สรุปค่ะ ... ท่านมาด้วยเรื่องเล่าหลายๆ เรื่องทีเดียว

  • ในหลายๆ ครั้ง หลายๆ เรื่อง ก็เป็นข้อจำกัดของวิธีคิดของพวกเราเหมือนกัน ผมคิดว่า น่าจะเป็นข้อจำกัดของคนไทยทั่วประเทศ ที่ติดยึดอยู่กับคำว่า ออกแบบมาให้ด้วย หรือว่า ทำอะไรมาให้เป็นร่องเป็นรอยก่อน ในลักษณะแบบนี้
  • แต่ว่าพอให้คิดอะไรต่างๆ เอง ก็คิดกันไม่ออก ได้แต่เรียกร้องว่า ต้องการรูปแบบ ต้องการตัวอย่าง ต้องมีแบบฟอร์ม ตรงนี้ก็เป็นข้อจำกัดในส่วนหนึ่ง ที่เป็นเรื่องที่จะต้องอาศัยทางส่วนกลาง และคณะกรรมการ KM ที่จะเป็นตัวกระตุ้น และทำให้ KM แฝงเข้าไปอยู่ในงาน
  • และส่วนของคณะกรรมการ KM ก็คงต้องปรับ ... และเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องหูไวตาไวด้วย เพราะว่า อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเจอกันครึ่งทางที่พวกเราเองที่ทำงานในแต่ละงาน ก็ต้องคิดกันว่า เราจะใช้ KM ไปในการทำงานได้อย่างไร และเราจะส่งข้อมูลต่างๆ ให้คณะกรรมการรวบรวมได้อย่างไร
  • ตัวคณะกรรมการเอง ลองคิดดูว่า วิธีการที่เป็น KM Spy เราก็สามารถ Spy ได้หลายเรื่อง ไม่ใช่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ในเรื่อง พลังงาน Spy ก็มี รู้หมดว่าใครเปิดไฟ ใครปิดไฟ ใครเปิดแอร์ ใครออกทีหลังแล้วไม่ยอมปิดปิดแอร์ อันนี้ก็มีบันทึกรอการจัดการขั้นสุดท้าย หรือว่า Spy ในเรื่อง 5 ส Healthy Workplace
  • และตรงนี้ก็ถือว่า ใครทำคนนั้นก็ได้ คนไหนยิ่งทำเยอะ ยิ่งจะได้ประสบการณ์เยอะ
  • (... อันนี้ก็เรื่อง น้องจัดการความรู้พี่ละค่ะ ...)
  • สิ่งที่ได้วางบทบาทไว้ก็คือว่า นอกจากจะมีพี่ไปทำงานแล้ว ก็มีน้องไปทำงานด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่คุณศรีวิภา ได้ให้ข้อมูลกับเราว่า การที่มีน้องติดสอยห้อยตามไปนั้น เป็นหน้าที่ของน้องที่จะต้องเก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์จากพี่ๆ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นประสบการณ์ให้กับตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน การที่จะเอาประสบการณ์ให้กับตัวเองได้ ก็ต้องบันทึก อย่างน้อยก็ต้องดึงข้อมูล ดึงประสบการณ์จาก ไม่ว่าจะเป็นคุณไฉไล คุณสิริพินท์ คุณประไพ คุณสิรภัทร์ ดึงมาหาตัวให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
  • ไม่ได้เป็นเพียงแต่ติดสอยห้อยตามไปเพื่อเขียนรายงานการเดินทาง หรือแค่ไปถ่ายรูป หรือแค่ไปจดบันทึกรายงานการประชุม
  • เรารู้ว่า ภารกิจในส่วนของ รพ. จะไม่ใช่ภารกิจหลัก แต่ว่าเป็นแค่เสี้ยวเดียวของภารกิจหลัก แต่ก็คือ การที่จะต้องเป็นองค์กรหลักของการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งการเป็นองค์กรหลักนี้ กลไกการทำงานของ รพ. หรือประสบการณ์ตรงนี้ มันเป็นแค่เสี้ยวหนึ่ง แต่เสี้ยวอื่นยังมีอีก
  • เป็นต้นว่า ประสบการณ์จากภาคีเครือข่ายจากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์เด็กเล็ก เรื่องของ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ รพ.อื่นๆ อีกกว่า 100 รพ. ในเขตเรา หรือว่า รร. 4,000-5,000 กว่า รร. เราจะไปหาผลของการศึกษาตรงนั้นมาได้อย่างไร อาจจะผ่านกลไกของพื้นที่การศึกษา กลไกของเทศบาล อบต. ตรงนี้ เราจะเอาออกมาได้อย่างไร
  • ... เราก็จะมีโอกาสที่น้องๆ จะได้ประสบการณ์ตรงนี้ ภายใต้การเป็นพี่เลี้ยง การเป็น supervise ที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ว่า สรุปตรงนี้ได้เป็นอย่างไรบ้าง
  • และวิธีการที่จะเข้าเทศบาลตรงนี้ก็ต้องเข้าหานายกฯ ถ้าพบว่าตามบริบทแล้วคนที่มีบทบาทเด่นคือ นายกฯ เราก็เขียนแผนรองรับว่า เมื่อเปลี่ยนนายกเทศมนตรี เราก็ต้องเปลี่ยนการ approach ใหม่ แต่ในเทศบาลบางแห่ง บทบาทสำคัญอยู่ที่ปลัดฯ ตรงนี้ก็อาจไม่จำเป็นพอเปลี่ยนนายกที ก็ต้องไป approach ใหม่ ผ่านทางปลัด อบต. หรือ ปลัดเทศบาลได้อย่างต่อเนื่อง
  • หรือในลักษณะงานที่ทำในภาคี สสจ. บางงาน ณ ขณะนี้ ก็ต้องดูว่า ตัวผู้ปฏิบัติ จะเข้าไปหาพี่ผู้ปฏิบัติงานตรงนี้ก็ต้องเข้าไปในลักษณะแบบเดียวกันก็คือ บางคนพูดเล่นได้ เลิกงานก็คุยกันได้ แต่บางคนก็ไม่มีลักษณะแบบนี้ ต้องมาแบบเป็นทางการเท่านั้น
  • ตรงนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่สำคัญ ที่พี่เราเป็นตัวหลักให้ เขาจะบอกว่า ตรงนี้ สสจ. เทศบาล ต้องเป็นแบบนี้นะ หรือในส่วนผู้รับผิดชอบงานที่อยู่ในกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักพระพุทธศาสนา ที่จะมา join กับเราเรื่องวัด เรื่องผู้สูงอายุ จังหวัดนี้เป็นอย่างไร ก็เป็นประสบการณ์ที่เราจะดึงเอามาจากพี่พี่ ที่จะมาถ่ายทอดให้กับพวกเราที่จะดึงออกมา
  • และตรงนี้จะเป็นผลงานที่สำคัญที่ไม่ต้องรอบอกว่า ความสำเร็จของคณะกรรมการ KM จะมีการประชุมกี่ครั้ง หรืออะไรต่างๆ แต่แฝงอยู่ในเนื้องานที่เราทำอยู่ทุกกิจกรรม ทั้งส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ในฝ่ายบริหารที่จะเกี่ยวข้องในเรื่องบริหารจัดการ หรือคุณภาพของงานบริการ
  • เพราะจริงๆ ตอนนี้เรายังมีทรัพยากรอื่นๆ ที่ยังมีองค์ความรู้อีกมากมาย ที่ยังสกัดออกมาไม่ได้
  • (... มาถึงเรื่องหน่วยสุขภาพเคลื่อนที่ ...) 
  • ... ถ้าดูหน่วยเคลื่อนที่ของเรา ถ้าพูดในทัศนะของคนที่ OK เราอาจจะคุ้นเคย อาจจะมีความรู้สึกว่า นึกไม่ออกเหมือนกัน ว่า แล้วทำไมเขายังใช้บริการของเราอยู่
  • คือ จริงๆ ถ้าพูดถึงภาพลักษณ์ เห็นแว๊บเดียวเราก็เห็นว่า ทีมที่ทำงานเขาก็แต่งตัวกันตามสบาย ไม่ได้สวยหรูเหมือนเอกชน จุดให้บริการบางทีป้ายเขียนก็ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง บางทีก็หลุดบ้าง อีรุงตังนังไปหมด แต่ปรากฏว่ามีผู้รับบริการนั่งรอคิวกันมาก ทุกวัน เต็มตลอด วันหนึ่งก็ 70-80 คน หรือ 100-200 คน
  • และจริงๆ ตรงนี้ หลักๆ คือ ที่เขาอยู่กับเรานั้น มันมาจากอะไรกันแน่ ก็ยังมา follow up กับเราอีกในวันเสาร์ก็ร้อยกว่า เพราะอะไร มันไม่ใช่เพราะยาแน่นอน แต่ว่ามันต้องมีจากอย่างอื่น มีอะไร
  • หรือว่า เพราะมีบริการที่เราตรวจให้เขาเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ซึ่งจริงๆ ตรงนี้ OK มันกลั่นออกมาจากทีม
  • แต่ว่าในสายตาของคนที่ดูในภาพใหญ่ คือ การที่ช่วยจัดการในเรื่องการรอผลการตรวจทางแลป Xray เรียบร้อย รวดเร็ว
  • และตอนหลังมาพ่วงกับเรื่องการเบิกจ่ายตรงอีก กรณีที่ตรวจแล้วพบว่า มีปัญหา จำเป็นจะต้องใช้การดูแล การจ่ายยา
  • ตอนแรกเรามีปัญหาว่า จะใช้บริการทันทีไม่ได้ ตอนหลังเราปรับใหม่ ว่า ส่งคนไป scan ลายนิ้วมือ นำข้อมูลเข้าในระบบการเบิกจ่ายตรง 2-3 สัปดาห์ ก่อนออกตรวจ
  • เพราะฉะนั้น case ที่จะไปตรวจในเดือนนี้ เราเริ่มออกไป scan ลายนิ้วมือ ส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลางได้ก่อน แล้วพอเราไปถึงในวันนั้น ข้อมูลตอบกลับของกรมบัญชีกลางก็จะออกมา ก็จะตรงกับระบบต่างๆ ของเรา และระบบเบิกจ่ายตรง และระบบต่างๆ ก็จะมา match กันได้พอดี
  • และตอนนี้ก็อาศัยทีมที่ทำ เขียนออกมา และต้องมีการมา revise ใหม่ ให้ sequence ให้เข้าใจ
  • ... เรามีทรัพยากรเยอะ รออย่างเดียวก็คือ การจัดการ ซึ่งที่อาจารย์แนะนำแล้วก็คือ ... การจัดการไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ แต่ว่าอยู่ที่พวกเราทุกคนที่จะต้องทำในแต่ละงาน แต่ละชิ้น ที่จะจัดการงานให้ออกมาได้ ...
  • ตรงนี้ ... มันมีร่องรอยของเดิม ที่มีการเพิ่มปริมาณเป็นมูลค่าเพิ่มมากขึ้น และคงเป็นตัวสำคัญ ที่ทีม KM เป็นกลไกสำคัญที่จะต้องคอยกระตุ้นเตือน ทำให้งานอื่นๆ ที่จะทำให้มีการสังเคราะห์ตรงนี้ออกมา
  • เราจะเหมือนกองเลขาฯ ที่คอยรวบรวมฐานข้อมูลเหล่านี้ edit ข้อมูลแต่ละหน่วยมารวมไว้ จะได้กระตุ้นความคิด และก็อยู่ในการทำ KM ด้วย ก็จะช่วยให้งานต่างๆ ไหลลื่นไปได้ตลอด
  • คิดว่า ... ตรงนี้คงเป็นความคิดที่สำคัญว่า เราได้ข้อคิดหลายๆ อย่าง พวกเราเองก็มีทรัพยากรที่สำคัญ มีความมุ่งมั่นอยู่แล้วในระดับหนึ่ง
  • เหมือนกับที่เคยบอกพวกเราไว้ในหลายๆ ครั้งแล้วว่า อนาคตของกรมอนามัยคือพวกเรา เพราะว่าจริงๆ แล้ว อีก 10 ปีข้างหน้า ศูนย์บางศูนย์ก็จะไม่มีบุคลากรเดิมๆ แล้ว แต่ว่าพวกเราอยู่กับเกือบครบ ตรงนี้ ถึงกล้ายืนยันว่า อนาคตกรมอนามัยอยู่ที่พวกเรา ที่เราต้องอาศัยประสบการณ์จากพี่ๆ เหล่านี้ จากที่ศูนย์ฯ ของเราเอง จากอาจารย์ หรือหลายๆ ท่านในกรมฯ ที่จะมาป้อนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้กับเรา
  • ... ขอบคุณที่ได้มอบสิ่งดีดีให้กับศูนย์อนามัยที่ 7 อุบลราชธานี ขอบคุณพวกเราที่เป็นกำลังให้กับศูนย์ฯ และช่วยกันนำพา KM ให้ไปสู่เป้าหมายสำคัญ

ไชโย๊ ... ไผเป็นไผ ดูเอาเด้อ