การดูแลสุขภาพตนเองที่บ้าน

เมื่อคืนนี้ อยู่เวรตรวจการ ก็เดินดูเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าดูอะไรเหมือนกัน แต่ที่เห็น ก็คือ ผู้ป่วยที่เข้านอนรับการรักษาที่โรงพยาบาลเยอะมาก เตียงไม่พอ ต้องใช้เตียงเสริม แม้แต่ทางเดินของตึก ระเบียงตึก ก็ต้องจัดที่ให้ผู้ป่วย

เมื่อครั้งที่การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล เข้ามาครั้งแรกๆ อาจารย์ที่มาเยี่ยม พูดว่า หากเราทำการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลได้ผล คนไข้จะน้อยลง เราจะสามารถดูแลผู้ป่วยที่เจ็บหนักได้ดีและครอบคลุมกว่าเดิม

นี่โรงพยาบาลของเราก็ได้รับการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลแล้วนี่นา แต่ทำไม คนไข้คนเจ็บยังเต็มจนล้นไปหมดอย่างนี้ละ

น้องพยาบาลคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า "คนไข้จะลดได้อย่างไรพี่ เมื่อซักครู่มีคนไข้มีไข้ ตัวร้อนมา หมอบอกว่าไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหรอก กินยาเช็ดตัว กินน้ำเยอะๆ นอนพักซักครู่ เดี๋ยวเดียวอาการก็ดีขึ้น" แต่คนไข้ไม่ยอม ต้องนอนโรงพยาบาล หมอต้องฉีดยาให้ หมอต้องเช็ดตัวให้ จะทำเองได้ไง ไม่ได้เป็นหมอ

น้องอีกคนเล่าว่า "การสร้างเสริมสุขภาพของเราล้มเหลว คนส่วนใหญ่ที่เชื่อการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน ก็ชอบฉีดยา ชอบการรักษา มากกว่าชอบการป้องกัน เพราะมันง่ายและสบายดี ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก เมื่อเจ็บก็รักษา ส่วนคนที่เชื่อทางแผนโบราณ เวลาออกชุมชนไปพูดคุยด้วยก็ไม่ให้ความร่วมมือ  ไม่ไล่ส่งให้ ก็ดีถมไปแล้ว"

เรามานั่งคิดๆดูก็ท่าจะจริง กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์การสร้างเสริมสุขภาพมานานเท่าไรแล้ว แต่ก็ยังไปไม่ได้ถึงไหน โรงพยาบาลที่คิดว่าจะมีขนาดเล็กลง กลับต้องเพิ่มขนาด เพิ่มจำนวนเตียงขึ้นไปเรื่อยๆ บุคลากรทางการแพทย์ผลิตออกมาเท่าไร ก็ไม่เพียงพอ ยิ่งรณรงค์เท่าไรก็ยิ่งดูเหมือนว่า ต้องพึ่งยาพึ่งหมออย่างเดียวมากขึ้น

แล้วเมื่อไรละ "ชาวบ้านจะดูแลสุขภาพตนเองได้"