มหาวิทยาลัยวิจัย
ผมได้แนวความคิดในบันทึกนี้จากการเข้าร่วมประชุมสภามหาวิทยาลัยของจุฬาฯ เมื่อ ๒๒ ธค. ๔๘ มีการนำแนวทางพัฒนางานวิจัยของจุฬาฯ เข้าขอคำแนะนำจากกรรมการสภา เป็นการนำเสนอแนวคิดในการพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ครอบคลุมกว้างขวางครบถ้วนและดีที่สุดที่ผมเห็นมา ผู้นำเสนอคือรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ศ. นพ. สุทธิพร จิตรมิตรภาพ มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ผมลืมให้ความเห็นในที่ประชุม แต่คิดว่าสำคัญมากในการบริหารจัดการงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยวิจัย คือการรวมตัวกันในกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย (ซึ่งเวลานี้มีอยู่ ๙ – ๑๐ มหาวิทยาลัย โดยดูจากผลงานวิจัย) แล้วไปเจรจาทำความเข้าใจกับหน่วยนโยบาย คือ สกอ., วช., และ สศช. ว่าประเทศจะได้รับประโยชน์จากมหาวิทยาลัยวิจัยเหล่านี้ ในการยกระดับคุณภาพอุดมศึกษาของประเทศได้อย่างไร มหาวิทยาลัยวิจัยเหล่านี้จะเข้าไปช่วยยกระดับคุณภาพของมหาวิทยาลัยใหม่ที่ยกระดับขึ้นมาจากสถาบันได้อย่างไร ให้มหาวิทยาลัยใหม่เหล่านี้ได้ยกระดับคุณภาพในลักษณะที่เหมาะสมต่อการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น และเพื่อการสร้างนักเทคนิค
ผมมองว่า ถ้ามีการจัดการระบบอุดมศึกษาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็จะกอดคอกันจมดิ่งสู่ความอ่อนแอทางวิชาการ แล้วประเทศในภาพรวมจะขาดทุนย่อยยับ มหาวิทยาลัยที่แปรสภาพมาจากสถาบันผลิตครูและผลิตช่างเทคนิคก็จะพัฒนาความเป็นเลิศตาม niche ของตัวเองได้ยาก หรือไม่ได้เลย เพราะไม่มีมหาวิทยาลัยวิจัยช่วยดึง เนื่องจากมหาวิทยาลัยวิจัยถูก “ดูแล” แบบเกลี่ยทรัพยากรจากรัฐให้อ่อนแอลงไปเท่าๆ กันหมด ตรงนี้เป็นเส้นผมบังภูเขา ว่าการบริหารจัดการระดับนโยบาย ต่อมหาวิทยาลัยของรัฐแบบเฉลี่ยทรัพยากรให้เท่าๆ กัน ตามเกณฑ์เดียวกัน เป็นมาตรการสู่สภาพ lose – lose – lose situation ผมมองว่า มหาวิทยาลัยวิจัยที่มีอยู้ในปัจจุบัน ต้องรวมตัวกัน เสนอ win – win – win situation ต่อ สกอ. และต่อหน่วยนโยบายต่างๆ โดยอาจต้องทำงานวิจัยชี้ให้เห็น scenario ที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายใหญ่ๆ ที่แตกต่างกันต่อมหาวิทยาลัยที่มี niche ต่างๆ กัน
นี่คือเรื่องคอขาดบาดตายของชาตินะครับ เราต้องมองภาพรวมระดับชาติ มองให้เห็นผลประโยชน์ร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยใหม่กับมหาวิทยาลัยวิจัย และต้องมองผ่านเส้นผมที่บังภูเขาอยู่ให้ได้ และการที่กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยรวมตัวกันเช่นนี้ ต้องไม่ใช่รวมตัวกันทำเพื่อตนเอง แต่เป็นการรวมตัวกันทำเพื่อประเทศชาติอันเป็นส่วนรวม
วิจารณ์ พานิช
๒๒ ธค. ๔๘
มหาวิทยาลัยวิจัย
ต้องรวมตัวกันนำเสนอ นโยบายสาธารณะว่าด้วยยุทธศาสตร์การส่งเสริมมหาวิทยาลัยวิจัยให้ช่วยดึงคุณภาพของอุดมศึกษาในภาพรวม
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Prof. Vicharn Panich · 24 ธ.ค. 2548
ชายขอบ · 24 ธ.ค. 2548
Aj. Rodjana Nateemas · 23 ธ.ค. 2548
dhanarun · 23 ธ.ค. 2548
นางสาว วิไลลักษณ์ อยู่สำราญ · 23 ธ.ค. 2548
ผมว่าหากเราสามารถให้มหาวิทยาลัยวิจัยเองสร้างบทบาทของตัวเองและสามารถจะตอบสนองต่อคำถามวิจัยจากองค์กรเอกชนรวมไปถึงประชาชนได้ด้วยจะดีมากๆเลยครับ เพราะจะเป็นที่มาในการทำงานเข้าด้วยกันแล้วองค์ความรู้หรือผลผลิตทางการวิจัยจะถูกนำไปใช้มากขึ้น เมื่อเกิดการทำวิจัยร่วมกันในระดับการนำไปใช้จริงแล้ว จะทำให้เกิดกระบวนการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดความยั่งยืนต่อสังคมต่อไป เห็นด้วยที่ควรสร้างให้มีความเหนียวแน่นทางการวิจัย เมื่องานวิจัยประสบผลสำเร็จก็ให้มีการนำไปสอนหรือเผยแพร่ให้ทราบทั่วกันอย่างมีระบบ
หากเราได้มีการจัดทำฐานข้อมูลนักวิจัยไว้ด้วยแล้วดูตามหมวดหมู่ อาจจะมีการส่งเสริมให้เกิดการทำวิจัยแบบสหสาขา เกิดการร่วมมือการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพราะปัญหาในปัจจุบันยากที่จะแก้ปัญหาได้เพียงสาขาวิชาเดียวแล้ว ดังนั้นการร่วมมือจากภาคที่เกี่ยวข้องนับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งด้วยครับ
วันหนึ่งผมเชื่อว่าการวิจัยของเราจะมีผลต่อสังคมและเกิดประโยชน์สูงสุดได้ครับ หากเราจริงใจที่จะร่วมกันหาคำตอบทางวิจัยร่วมกันครับ