ไมอามี่ : สรุป AAR การดูงาน 1 เดือน

ทำสรุป ประวัติผู้ป่วยให้เวชระเบียนสมบูรณ์ขึ้น เพิ่มส่วน วินิจฉัยโรคในอดีตที่สำคัญ และการนอน รพ

ครบ 1 เดือนเต็มการดูงานที่ไมอามี ได้ อะไรมาบ้าง

สิ่งที่เกินความคาดหมาย

อาจารย์ Gwendolyn ให้ความเมตตามาก คอยดูแล เป็นห่วง บอกให้คนนู้น คนนี้มาช่วย คอยถามว่าเป็นไง ทั้งที่ชีวิต อาจารย์ยุ่งชุลมุน

เพื่อนๆ ในห้องที่ทำงาน ถึงจะสไตล์ ฝรั่งทักทายกัน แล้วก็ลงนั่ง โต๊ะใครโต๊ะมัน แต่เมื่อขอความช่วยเหลือ จ๊ะ เด้ง  เต้นออกมาจากที่นั่ง มาช่วยเราเต็มอกเต็มใจเสมอ

หมอทั้ง 4 คน ที่ตรวจผู้ป่วย ชุลมุนทุกครั้งจะเหมือนไม่สนใจเรา แต่ถ้าดิฉันถามเป็นได้คำตอบที่ดี และช่วยเราจนสามารถเข้าใจ ทำได้

คนทำงานทุกคน มีมุมทำงานของตน มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว มีโทรศัพท์ประจำโต๊ะ อุปกรณ์ เครื่องมือ ครบ สถานที่สบาย

ถ้ามีธุระ ก็ไปเร็ว ไปก่อนเวลาได้  งานไม่เสร็จก็ อยู่จนเย็น จนดึกได้ ตอนแรกนึกว่าใช้ระบบ เกียรติยศ เพราะไม่เห็นใครตอกบัตร เซ็นชื่อ

มาถึงก็นั่งโต๊ะ ทำงานเลย

(มาทราบทีหลังว่า เขาลงเวลากันทางโทรศัพท์โต๊ะใครโต๊ะมัน ลง code ส่วนตัว ก่อนกลับก็ลงอีกที แต่คนลงก็ไม่ทราบว่า หัวหน้างาน ดูแลอย่างไร แค่ทราบว่าต้องทำงานเฉลี่ย 40 ชั่วโมงต่อ อาทิตย์ เท่านั้น)

ตัวดิฉันเองดูทิศทางเก่งขึ้น ใช้แผนที่เก่ง หลงทาง น้อยลงมาก อันนี้ เกินความคาดหมายจริงๆ

ชีวิต คน อเมริกันเป็นส่วนตัวมากกว่าที่คิด เขาอยู่กันคุยได้ ทักกันได้ แต่กินข้าวก็ จานใครจานมัน ไม่มีชิมในจานคนอื่น เรื่องมานั่งคุย เจ๊าะ แจ๊ะไม่เห็น  มีปาร์ตี้เท่านั้นจึงจะข้ามโลกส่วนตัวมาคุยกัน เล่นกัน

ที่ต่ำกว่ากว่าความคาดหมาย

ภาษาอังกฤษ เรื่องการพูดฟัง ไม่เก่งขึ้นเลย พูดได้เฉพาะที่ทำงาน พอมาซื้อของ ไปซุป เปอร์ และโดยเฉพาะในรถเมล์เน่าเลยค่ะ  ฝึกเก่งแต่ภาษาใบ้ เพราะชาวบ้านเดินถนน ขึ้นรถเมล์ พูด สแปนิชกันหมด

 ผู้ดูงาน เข้าในระบบ ยากมาก เต็มไปด้วยการตรวจสอบ เริ่มด้วยต้องอยู่ได้  7 วันจึงจะมีสิทธิไปทำบัตรประกันสังคม  social security cardได้ รอ อีก 1 อาทิตย์ บัตรยังไม่มา อาทิตย์ ที่ 2 เลขาแผนก ต้องโทรไปทวงกันใหม่ ได้ปลายอาทิตย์ที่ 3 จากบัตรบางๆนี้ จึงจะทำเรื่องรับเงินเป็นเช็คจากมหาวิทยาลัยและแจ้งฝ่าย บุคคล Human resorce ของมหาวิทยาลัย เพี่อใส่ข้อมูลในระบบ ฝ่ายบุคคลแจ้งว่า OK ใส่ข้อมูลในระบบ แล้ว หัวหน้าหน่วยจึงจะมีสิทธิเขียนใบแสดงความจำนงไปที่ หน่วยรกษาความปลอดภัย ของมหาวิทยาลัย

ซึ่งเปิดให้ทำบัตรประจำตัว วันจันทร์ ถึงวันพฤหัส  900-1200 น

ติดขัดทุกขั้นตอน  จนตอนนี้ผ่าน 1 เดือน 1 อาทิตย์ เหลือเวลดูงาน 3 อาทิตย์  ดิฉันยังไม่สามารถเข้าสำนักงานและห้องตรวจผู้ป่วยด้วยตนเองได้ เพราะไม่มี บัตรประจำตัวที่ใช้เป็นกูญแจสอด เปิด ประตูทุกบาน ในระหว่างทาง ต้องเดินนอกตึก เหมือนผู้ป่วย และญาติ

เรียนถามอาจารย์ ว่าระบบอันลำบาก ยุ่งยากนี้ มันมีตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ได้คำตอบว่า มี แต่มาเข้มงวดกันมาก ตอน อิรัก ระเบิดตึก 9  11 นั่นเอง

สิ่งที่จะทำต่อ

 จะกลับไป ทำสรุป ประวัติผู้ป่วยให้เวชระเบียนสมบูรณ์ขึ้น  เพิ่มส่วน วินิจฉัยโรคในอดีตที่สำคัญ และการนอน รพ จะทำสำเนา 2 ชุดไว้เย็บติดบัตรผู้ป่วยของระบบรพ และระบบของคลินิก 

ซื้อ  ที่ตั้งเสียบchart ผู้ป่วยใน 4 จุด ทำแฟ้มให้แข็งแรงขึ้นที่จะวางตั้งแฟ้มผู้ป่วยได้จะได้ไม่หาย

จะเก็บผลแลปโดยการเจาะใส่ไว้ที่ใส้แฟ้ม

ตรวจเด็กโตในห้องตรวจที่มิดชิด จะ  ตรวจร่างกายดู sexual staging ถามเรื่อง sexual active  และ ให้ counseling ได้

การตรวจ จะตรวจดูตา red light reflex และดูหูผู้ป่วยที่มาคัดกรองด้วย

จะหาปฏิทินใหญ่ที่วางบนโต๊ะ และupdate แผนการทำงานตลอด

จะคุยกับ พยาบาลเรื่องการแบ่งรับดูแลผู้ป่วย

เรื่องยาPI เรื่อง Gastrostomy tube

 เตรียม เรื่อง วางโครงการ Transition stage กับทีมอายุรกรรม เด็ก และทีมเยี่ยมบ้าน กำหนดอายุ บอกเด็กล่วงหน้า  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตที่มีความสุข



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ krutoi ตามมาเยี่ยมคุณหมอค่ะ ระบบเคร่งมากเลยนะคะ เหมือนดูภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่ป้องกันผู้ร้ายปลอมตัวเป็นคุณหมอ ไม่แน่ใจว่าภาพยนตร์ที่ดู ผู้กำกับได้แนวความคิดจากระบบความปลอดภัยที่คุณหมอกำลังดูงานอยู่หรือเปล่า คุณหมอสบายดีนะคะ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ

ตามอ่านบล็อก แล้ว โอ ครูต้อย จินตนาการล้ำเลิศ จริง

ขอคิดต่อว่า ถ้าปลอมตัวเป็นหมอ แอบไปก่อวินาศกรรม วางระเบิดทำลายสถานที่สำคัญ ได้ไหม

ยากหน่อยนะคะ

แต่ก็ มีสิทธิได้เหมือนกัน คือ ต้องมาปลอมตัว ทำหน้าใหม่เป็นหมอ พยาบาลผู้ปฏิบัติงาน(เพราะผู้ดูงานเข้าได้บางส่วนของอาคารเท่านั้น) และต้องขโมยเอาบัตรแสดงตัว มาด้วย อย่างน้อย 2 ใบ (ตอนทำนิติกรรม เปิดบัญชีแบงค์ ทำบัตรประกันสังคม ต้องมีบัตรที่มีรูปแสดงตัวตนของเรา 2 ใบค่ะ มีใบเดียว ไม่ยอมทำให้ เอาบัตรภาษาไทย บัตรไทยก็ใช้ได้ ก็ตลกดีเหมือนกัน )

ตอนไปทำบัตรประกันสังคม นั่งรอไม่มีอะไรทำ ก็ถ่ายรูปสถานที่ทำงานเขา

ถ่ายปุ๊บ เป้นเรื่อง เจ้าหน้าที่ผิวดำๆ ก็ เรียกไปพบเสียงดังเลย คุกคามเรา จะยึดกล้อง ก็เลย delete รูปในกล้องให้เห็นๆ

คนที่ทำงานไม่เป็นมิตรกับใครสักคนเลย ดุ ถ้วนหน้า สงสารคนรอ ที่ท่าทางยากจน แก่ๆ ก็ เยอะ อ่านหนังสือไม่ได้ ก็ ได้ยินเสียงเจ้าหน้าทีโต๊ะนุ้นก็ดุ โต๊ะนั้นก็ดัง ค่ะ

บรรยากาศไม่ดี ก็เลยรีบๆทำ แล้ว รีบออกไปจากสำนักงานเขาดีกว่า

เมืองไทย คนไทย น่ารักกว่าเยอะเลย

หมายเลขบันทึก

104445

เขียน

19 Jun 2007 @ 08:10
()

แก้ไข

11 Feb 2012 @ 19:05
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก