
ยามลมฝน โบกโบย โปรยกระหน่ำ
ใจชุมฉ่ำ ล้ำลึก ฮึกเหิมฝัน
มองสายฝน โปรยกระหน่ำ ซ้ำลงพลัน
โอ้ใจฉัน คงงานหนัก พักไม่ลง
เวลาหยุด ทรุดนั่ง ฟังเพลงบ้าง
ไม่อ้างว้าง มีเอเซอร์ พาใหลหลง
เหมือนนกน้อย บินลง ในใจจง
เจ้าก็คง หลงทาง วางใจจินต์
********
หากมีทาง มุ่งมั่น ฝันไปถึง
ใจคะนึง ถึงงาน หวลถวิล
อยากเป็นนก เหินหค แล้วโบยบิน
ไม่ได้ยิน คำจำนรรจ์ ให้รำคาญ
********
จะมุ่งมั่น ฝ่าฟัน ไปให้ถึง
ใจคนึง ถึงสุข ให้ถวิล
หันกลับเข้า ทำงาน ฝันพังพิน
เมื่อได้ยิน เสียงเพลง ....บรรเลงมา
****ครูอ้อย****
ผ่านมาเห็นครูอ้อยคอยบ่นหา
รำพึงว่างานหนักชักไม่ไหว
แต่หนักกายไม่เหนื่อยเท่าหนักใจ
ไม่เป็นไรมีคนเฝ้าคอยดู
หนึ่งนั้นหนาไม่ไกลอยู่ในบ้าน
ไม่รำคาญพร้อมรับฟังทั้งสองหู
แต่บางครั้งทำแค่เพียงชำเลืองดู
ขอเพียงครูบ่นให้ฟังก็ยินดี (หมายถึงเจ้าของกางเกง 3 ตัวนั้นนะครับ)
รู้สึกว่างานหนักนั้นสุดคนึง
แต่หมายถึงเรายังมีคุณค่าอยู่ (หาคำที่ลงท้ายไม่ได้ครับ)
ทำงานได้มีเงินใช้ไม่อดสู
คุณค่าครูอยู่ที่งานบานหทัย (ชักตันครับ)
มีเวลาหยุดพักไปเที่ยวบ้าง
ค่อยสะสางงานที่เหลือยังทำไหว
เที่ยวกลับมาหายเหนื่อยมีแรงใจ
ทำต่อไปให้ชาติไทยพัฒนา (ไชโย)
โถพากเพียร เขียนอ่าน งานครูอ้อย
รอคนอ่าน รอคนเขียน เพียรเฝ้าคอย
กลอนครูอ้อย ไม่เป็นหมัน พลันพอใจ
เฝ้าส่งใจ ให้ได้รู้ อยู่ไหวไหว
อ่านสักนิด คิดสักหน่อย ไม่เป็นไร
ดั้นด้นไป ให้ได้รู้ ความในกัน
โถคุณท่าน อ่านตั้งใจ ใจสร้างสรรค์
เขียนมาเชียร์ อย่าอ่อนเพลีย ทุกทุกวัน
ครูอ้อยนั้น อบ-ภิ-วัน กตัญญู
******ขอบคุณหมอธนพันธ์ ชูบุญ มากๆค่ะ******