สำหรับท่านที่สนใจอ่านรายละเอียดร่าง พรบ.ฉบับนี้ ติดต่อ กลุ่มแผนงาน สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๘๒ ๒๖๗๒ โทรสาร๐ ๒๒๘๐ ๑๖๘๘

สองสามวันก่อนพรรคพวกจากสำนักบริหารการศึกษานอกโรงเรียน(กรมการศึกษานอกโรงเรียนเดิม)ฝาก (ร่าง)พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ..........มาให้เล่มหนึ่ง

(ร่าง)พระราชบัญญัติฉบับนี้บรรจุเนื้อหาจำนวน ๒๘ มาตรา  ๔ หมวด กับอีก ๑ บทเฉพาะกาล ผมอ่านแล้วผมรู้สึกพอใจมากเพราะเนื้อหาสาระออกมาในแนวของการทำงานแบบจัดการความรู้มากๆเลย

ยกตัวอย่างมาตรา ๗ ที่พูดถึงเป้าหมายการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ว่ามี ๓ เป้าหมาย คือ

(๑)ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนและสังคม ที่ใช้ความรู้และภูมิปัญญาเป็นฐานในการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต ตามแนวทางการพัฒนาประเทศ

(๒)ส่งเสริมให้สถาบันสังคมเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

(๓)ส่งเสริม สนับสนุนให้ภาคีเครือข่าย เกิดแรงจูงใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

หรืออย่างมาตรา ๘ ที่พูดถึงผู้เกี่ยวข้อง โดยกล่่าวว่า...การส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พึงให้ความสำคัญแก่ผู้เกี่ยวข้องตามบทบาทและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)ผู้เรียน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ และสามารถเลือกรับบริการได้หลากหลายตามความต้องการของตนเอง

(๒)ผู้จัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายตามศักยภาพและตอบสนองความต้องการของผู้เรียนโดยบูรณาการความรู้ ปลูำฝังคุณธรรม และค่านิยมที่ดีงาม

(๓)ผู้ส่งเสริมสนับสนุน ซึ่งเป็นผู้ที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้จัดการเรียนรู้ และผู้เรียนในด้านต่างๆที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

อย่างหลังในมาตรา ๘ นี่เห็นชัดถึงผู้เกี่ยวข้องที่จะส่งเสริมสนับสนุนที่ค่อนข้างชัดถึงตัวละคอนในการทำงานแนวของการจัดการความรู้ว่า ผู้เรียน ก็คือคุณกิจ ผู้จัดการเรียนรู้ก็คือคุณอำนวย และผู้ส่งเสริมสนับสนุน ก็คือคุณเอื้อ

ต่อร่างฯฉบับนี้ ผมเองซึ่งเป็นตัวเล็กตัวน้อย ชายขอบ บ้านนอก ก็ได้พยายามขอความเห็นชาว gotoKnow ว่าบล็อกเกอร์ทั้งหลายช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันหน่อย  อย่าให้ กศน.ต้องยุบรวม เข้ากับ สพฐ.เลย เอาไว้เป็นทางเลือกแก่ประชาชนเถอะ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ บล็อกเกอร์ต่างๆกรุณาเป็นอย่างมาก ผมก็ได้รวบรวมความเห็นทั้งหมดนี้เสนอไปยังสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อประมวลความเห็นต่อไป ดร.แสวง รวยสูงเนิน จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขียนบทความตามที่ผมเรียนรบกวน สองบทความ ลองอ่าน ฝันสลายของ กศน. กับการศึกษาตลอดชีวิต และ "บ้าน กศน." ในฝันของผม 

ส่วนตัวผมเองก็ได้เขียนบทความทางวิชาการไปนำเสนอในงานประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับประสบการณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชในการจัดการการศึกษานอกโรงเรียนในแนวการจัดการความรู้ชุมชน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นประกอบร่าง พรบ.ฉบบับนี้ สัมภาษณ์ รศ.ดร.อุทัย ดุลยเกษม คณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถอดเทปการสัมภาษณ์ และส่งซีดีสัมภาษณ์ให้สำนักฯ กศน.เพื่อประมวลความเห็น อ่านรายละเอียดในบล็อกของผม  กศน.กับการจัดการความรู้ชุมชน   และยังได้ไปเรียนเชิญท่าน รศ. ดร.อุทัย ดุลยเกษม ไปร่วมอภิปรายทางวิชาการด้วย  เป็นต้น

ผมจึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นที่มีคุณค่ายิ่งจากบล็อกเกอร์ทั้งหลายในสังคม gotoKnow แห่งนี้ ที่กรุณาต่อ กศน.อย่างดียิ่ง

สำหรับตัวผม รู้สึกดีใจและภูมิใจตัวเองที่ได้มีส่วนร่วมบ้างตามอัตภาพ ถึงจะไม่มากก็ตาม

สำหรับท่านที่สนใจอ่านรายละเอียดร่าง พรบ.ฉบับนี้ ติดต่อ กลุ่มแผนงาน สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๘๒ ๒๖๗๒ โทรสาร๐ ๒๒๘๐ ๑๖๘๘

ร่างฯนี้ขณะนี้ผ่าน ครม.ไปแล้ว กำลังจะเข้่าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. เร็วๆนี้

คงต้องลุ้นกันต่อไปแหละครับ