เคยมีเพื่อน ๆ ร่วมงานไถ่ถามกันมาหลายต่อหลายคนว่า...เมื่อไหร่จะว่างซะที...อยากให้อั้มช่วยสอนภาษาอังกฤษให้บ้าง...อันที่จริงอยากจะสอนมันซะพรุ่งนี้เลย...แต่ถ้าสอนได้ไม่ต่อเนื่องก็จะทำให้คนที่เรียนไม่ได้ประโยชน์มากนัก...เอาเป็นว่าตั้งตารอกันอีกหน่อยแล้วกันนะคะ ทำ IS (Indenpendent Study) ที่เรียนปริญญาโทเสร็จเมื่อไหร่จะรีบ ๆๆๆ หาเวลามาสอนเพื่อน ๆ พี่น้อง ชาว LCB1 ให้เต็มที่เลย
ช่วงนี้ก็เข้ามาอ่าน blog เก็บข้อมูลกันไปวันละเล็ก ละน้อยก่อนก็แล้วกันนะคะ
ก่อนอื่นก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่า ภาษาอังกฤษน่ะไม่ใช่ว่าคนไทยหัวดำ ๆ อย่างเรา ๆ จะเก่งได้อัตโนมัติ มันต้องอาศัยการฝึกฝนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องหรือที่เจ้านายอั้มเค้าชอบพูดว่า continuous improvement น่ะแหละจ๊ะ คนไทยอย่างเรา ๆ มีปัญหาอยู่ที่เรียนได้อ่านได้แต่เอามาพูดในชีวิตประจำวันไม่ได้....เพราะฟังไม่รู้เรื่องว่าเค้าถามหรือพูดว่าอะไร...ถึงบริษัทเราจะเป็น Multinational Organization (เมาล-ทิ-แนช-ชั่น-นอล ออร์-เกะ-นาย-เซ-ชั่น) แต่สำหรับคนที่ทำงานที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ได้พูดคุยกับชาวต่างชาติอย่างตำแหน่ง Planner (แพลน-เนอร์) นั้นสุดแสนจะหาโอกาสพูดคุยกับฝรั่งได้ยากยิ่ง หันซ้ายก็เจอคุณเกร็ก หันขวาก็เจอคุณเอนิล เต็มที่คงได้แค่พูด Hello, yes, no, okay, thank you แล้วเค้าทั้งคู่ก็จากไป
ดังนั้นคงไม่มีอะไรจำสำคัญไปกว่าอัตตาหิ อัตตาโน นาโถหรอกนะคะ หรือถ้าแปลเป็นสภาษิตในภาษาอังกฤษได้ว่า Help yourself before God can help you ค่ะ ฉะนั้นวันนี้กลับไปดูหนัง Sound Track ฟังเพลงภาษาอังกฤษ หรือจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษสักหน้าก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้นแล้วล่ะนะ
เนื่องจากเพิ่งจะมีผู้ติดต่องานชาวต่างชาติบ่นมาว่า เวลาโทรมากว่าจะได้คุยกับคนที่รับผิดชอบงานแต่ละครั้งสุดแสนจะรอนาน...เพราะโรคตกใจฝรั่งของคนรับโทรศัพท์ที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงอย่างเรา ๆ มันออกอาการทุกที ดังนั้นสำหรับบทแรกขอเริ่มด้วยประโยคสนทนาในการรับโทรศัพท์อย่างง่าย ๆ เพื่อเป็นการช่วยให้เพื่อนร่วมงานทุกท่านสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ต้องกลายเป็น Operator จำเป็นแล้วกันนะคะ