บันทึกชุดนี้เป็นการออกแบบการเรียนรู้ของตนเอง   ให้ได้รับประโยชน์จากการไปร่วมประชุมที่ไคโรให้มากที่สุด   ทั้งการเรียนรู้ของผมเองและ ลปรร.กับวงการ KM ไทยเราด้วย

         ตอนนี้ความคิดที่เป็นเสมือน "หัวจรวด" สร้างแรงบันดาลใจในการบริหารงานหรือในการทำงานคือ "นวัตกรรม" (innovation) และ KM ก็ถูกเอามาใช้เป็นเครื่องมือสร้าง innovation   คือต้องเป็น KM ที่มีเป้าหมายก่อผลในระดับ innovation  ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงจุกจิกเล็ก ๆ น้อย ๆ

         บางคนอาจบอกว่า  อย่าตั้งเป้าหมายสูงนักซี เดี๋ยวเครียด   นี่แหละครับเคล็ดลับของ KM   มันช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงได้โดยไม่เครียด   โดยมีบรรยากาศการทำงานแบบสนุกสนาน   และมีความสุขความภูมิใจในระหว่างทางคนที่อยู่ใน "ขบวน" KM ที่ถูกต้องสัก 1 - 2 ปี  แล้วลองทบทวนตัวเองย้อนหลังดู   จะรู้สึกเองว่า "โอ้โฮ เราเก่งขึ้นถึงขนาดนี้เชียวหรือ (วะ) ไม่น่าเชื่อ"

         ครับ  ไม่น่าเชื่อ  แต่มันเกิดขึ้นจริง ๆ

         แต่คนที่ใช้ KM   ปฏิบัติ KM อย่างถูกต้องจะไม่ลอย  ไม่หลงตัว  เพราะว่าจะรู้ตัวอยู่ดีว่ายังมีเรื่องให้ต้องเรียนรู้  ต้องปรับปรุงตัวเองอีกเยอะแยะ

         ผมเขียนบันทึกนี้บนเครื่องบิน อียิปต์แอร์ ตอนเช้ามืดของวันที่ 7 มิ.ย.50   เป็นช่วยที่ยังไม่เข้าบรรยากาศของการประชุม "Conference on Knowledge Management as an Enabler for Change and Innovation in Africa"  ชีวิตของผมยังอยู่ในบรรยากาศของนักเดินทางท่องเที่ยวกับภรรยา   การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการหาความรู้และความเพลิดเพลิน

         แต่ชีวิตของผมมีความแปลก   ผมจะเกิดความสุขความเพลิดเพลินจากการได้มีเวลาเพ่งพิศพิจารณาไตร่ตรองหาคุณค่าของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   ตอนนี้ได้มีโอกาสเพ่งพิศเรื่อง KM กับ Innovation   เรื่องวิธีออกแบบนำ KM ไปใช้ขับเคลื่อน Innovation ของโลกหรือภูมิภาค   หรือระดับองค์กร  ระดับ sector   เรื่องวิธีออกแบบการประชุม KM ขององค์กรระหว่างประเทศ (World Bank - WB),  Global Development Network - GDN,  และ African Capacity Building Foundation - ACBF) ว่าเขาออกแบบการ ลปรร.อย่างไรให้คนปล่อย "ความรู้ฝังลึก" ออกมาได้ "มาก ลึกและชัด"   และทำให้การประชุมเป็นกลไกขับเคลื่อนไปสู่ action   เกิดประโยชน์ได้จริง

         ผมเป็นคนขี้สงสัย (อาจจะถึงขนาดระแวง) ว่าองค์กรระหว่างประเทศทั้งหลายอาจขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโลกไปในทางที่เป็นคุณแก่ประเทศพัฒนาแล้ว   มากกว่าเป็นคุณต่อประเทศพัฒนา   ทั้ง ๆ ที่เขาก็ตั้งใจดี  แต่ผมก็ไม่เชื่อว่าคนนอกจะเข้าใจปัญหาหรือโอกาสของเราเท่ากับพวกเรากันเอง   คือผมเกรงว่าองค์กรระหว่างประเทศจะขับเคลื่อนโลกโดยใช้วิธีคิดและความรู้เชิงบริบทของประเทศพัฒนาแล้ว   ซึ่งใช้ไม่ค่อยได้ผลกับประเทศกำลังพัฒนา

         ผมเชื่อในการพัฒนาแบบ "ระเบิดจากข้างใน" ของในหลวงมากกว่า

         แต่เราก็ต้องเรียนรู้หลาย ๆ อย่างจากประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว   และจากองค์กรระหว่างประเทศ   แต่อย่าไปเชื่อเขาง่าย ๆ  เราต้องคิดให้ดี   เรียนรู้ให้มากและเชื่อตัวเอง

         นี่คือ "ท่าที" ของผม   ในการเรียนรู้จากการประชุม KM ที่ไคโร

         แต่การประชุม KM เป็นเรื่องของการ ลปรร.   ผมจึงเตรียมเอาประสบการณ์ไปแลกเปลี่ยนด้วย   โดยเตรียมไปบอกเขาว่า KM ประเทศไทยมีลักษณะจำเพาะ (unique) ตรงที่เราขับเคลื่อนกันเป็นเครือข่ายใหญ่มากในทุก sector ของประเทศ   โดยเป้าหมายของเราก็จับจ้องอยู่ที่นวัตกรรมเหมือนกัน   โดยเราเรียกว่า IO - Intelligent Organization

วิจารณ์ พานิช
 7 มิ.ย.50
บนเครื่องบิน อียิปต์ แอร์