ถึงยุคสมัยการใช้งานระบบจัดการเนื้อหาแบบส่วนบุคคลชนิดพกพาด้วย USB Personal Webserver
ถึงยุคสมัยการใช้งานระบบจัดการเนื้อหาแบบส่วนบุคคลชนิดพกพาด้วย : ระบบe107CMS เวอร์ชั่นภาษาไทย ฉบับพกพา : e107 CMS Thai Versionเวอร์ชั่นพิเศษนี้เป็นเวอร์ชั่นที่จะเหมาะกับยุคสมัยที่เรากำลังร่วมดำเนินชีวิตอยู่ในขณะนี้ ซึ่งต่อไปก็จะเป็นยุคของข่าวสารส่วนบุคคล(Personal Information Era) หากจะตั้งเป็นตัวย่อก็คงจะใช้เป็นยุค PIE ที่ทำให้มนุษย์เรามีความจำเป็นต้องรับ ต้องจัดเก็บ ต้องสร้าง ต้องส่งและค้นคืน และพึ่งพาข่าวสารข้อมูลต่างๆสารพัด และมีกิจกรรมเป็นประจำอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในขณะเวลาที่หลับหรือตื่นก็ตาม สังเกตง่ายๆว่าตัวเราเริ่มมีเครื่องมือการจัดการข้อมูลข่าวสาร ที่เราจำเป็นต้องมีใช้ หรือต้องพกพาไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเพื่อความบันทิง ที่เป็นรูปแบบของสื่อดิจิตัลหรือเป็นไฟล์ทางคอมพิวเตอร์ไปแทบทั้งหมดแล้ว ระบบการบริหารจัดการสื่อ ข่าวสาร สาระเนื้อหา(Media and Content Management System)แบบชนิดพกพา(Portable Digital Device) จึงปรากฏเห็นและนำเข้ามาร่วมใช้งาน หรือประยุกต์ร่วมใช้ในลักษณะหลากหลายหน้าที่(Multi Functions) ที่มีการพัฒนาทั้งตัวเครื่องและซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายสุดท้ายคือการเชิญชวนให้เกิดการนำไปใช้งาน ต้องการเข้าถึงความเป็นส่วนบุคคล เป็นเครื่องมือส่วนตัวได้นั่นเอง
การพัฒนาเวอร์ชั่นนี้ ก็เป็นส่วนหนึงของการที่ต้องพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ก็คือต้องการให้เกิดการนำไปใช้งานเป็นส่วนตัวได้ง่ายๆ ซึ่งโดยปกติแล้วระบบนี้จำเป็นต้องติดตั้งลงไว้บริการที่เครื่องแม่ข่าย(Se rver) ต้องต่อเชื่อมกับระบบเครือข่ายหรือเข้าใช้งานผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้เท่า นั้น จึงเรียกว่าเป็นโปรแกรมที่ติดตั้งลงที่เครื่องแม่ข่ายบริการ(Web Server Application)อีกโปรแกรมหนึ่ง ซึ่งการเข้าใช้ทำงาน ต้องมีการเชื่อมต่อหรือติดต่อเครื่องแม่ข่ายบริการอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าโปรแกรมทั้งหมดจะให้บริการหรือมีการประมวลผลคำสั่งแบบสองทาง และจ ะถูกจัดเก็บ แสดง หรือค้นคืนไว้ที่เครื่องแม่ข่ายนั่นเอง
การใช้งานโปรแกรมประเภท Web Server Application จึงยังนับว่ามีผู้ที่เรียนรู้น้อย และเฉพาะกลุ่มคนที่มีการเรียนรู้ฉพาะทางเช่นทาง วิศวกรรม ทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือช่างเทคนิค ที่ต้องอ่าน มีทักษะ ต้องเข้าใจภาษาสากล ประชาชนคนทั่วไปหรือแม้กระทั่งผู้รู้(GURU)ในสาขาวิทยาการอื่นๆ จึงยังเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและเสียเวลา ต้องมาเริ่มเรียนรู้หรือนับหนึ่งกันใหม่และยังไกลตัวเกินไป ไม่มั่นใจและควรต้องต้องพึ่งพาผู้รู้เท่านั้น แต่ในใจก็คิดอยากได้อยากเป็น เพราะการพึ่งพาผู้อื่นอยู่เรื่อยๆเนืองๆก็ทำให้ ต้องเสียทรัพย์ รู้สึกขาดความมั่นใจ เพราะควบคุม บริหารจัดการเองไม่ได้ดั่งใจ ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้เองได้และทราบดีว่าต้องใช้งานอยู่เป็นป ระจำในชีวิต
การที่ได้ทราบถึงการผูกขาดทางการบริหารจัดการในสิ่งที่ตนเองต้องพึ่งพาอยู ่ตลอดเวลา กอปรกับความรู้สึกและความเป็นมาดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าใจและได้หาทางร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้แบบอาศ ัยความร่วมมือซึ่งกันและกันผ่านทางระบบดิจิตัล(Digital Collaborative) เป็นวงกว้างขึ้นทั่วโลก โดยอาศัยช่องทางการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จนทำให้เกิดการเรียนรู้แบบข้ามศาสตร์(Cross Sciences)ข้ามระบบ(Cross Platforms)แห่งองค์ความรู้ที่นำมาผสมผสาน การบูรณาการ(Blended Learning) ที่สามารถถ่ายโยง(Transmitted)และถ่ายโอน(Transfer) ได้อย่างกว้างไกลและเป็นปัจจุบันอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นศาสตร์หรือองค์ความรู้ที่เข้าใจยาก หรือเฉพาะทางจึงถูกเผยแพร่และม ีผู้ร่วมแปล ตีความ อภิปราย แสดงความคิดเห็น ติชม ปรับปรุง ถูกนำไปตรวจสอบและพัฒนาต่อเติม ต่อเนื่อง แพร่กระจาย และหาวิถีทางให้เกิดความเข้าใจหรือใช้งานได้ง่ายและเป็นไปอย่างมีมาตรฐานส ากล(International Standard) ดังจะเห็นได้จากที่เริ่มมีโครงการร่วมพัฒนาซอฟท์แวร์ประเภทการบริหารจัดกา รระบบต่างๆเกิดขึ้นมามากมาย ในลักษณะของการเปิดเผยรหัสต้นแบบ(OSC)ที่นำแจกจ่ายให้ใช้ได้ฟรี สามารถนำไปพัฒนาและเผยแพร่ต่อได้ ภายใต้ลิขสิทธิ์ที่เป็นข้อตกลงร่วมโดยตรงที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์(None Direct Profits or Not for Sale)โดยจัดเป็นเป็นลิขสิทธิ์เชิงร่วมสาธารณะสากล (GNU License)เป็นของฟรี ดังเช่นที่ทาง www.gnu.org ได้แจ้งเอาไว้ว่า
“Free software” is a matter of liberty, not price. To understand the concept, you should think of “free” as in “free speech”, not as in “free beer”. Free software is a matter of the users' freedom to run, copy, distribute, study, change and improve the software. More precisely, it refers to four kinds of freedom, for the users of the software:
The freedom to run the program, for any purpose (freedom 0).The freedom to study how the program works, and adapt it to your needs (freedom 1). Access to the source code is a precondition for this.The freedom to redistribute copies so you can help your neighbor (freedom 2).The freedom to improve the program, and release your improvements to the public, so that the whole community benefits (freedom 3). Access to the source code is a precondition for this.
วัตถุประสงค์ของการนำมาพัฒนาในครั้งนี้ ผู้พัฒนามีความคาดหวังว่า อย่างน้อยว่าก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในหน้าที่เพื่อให้เกิดประโยชน์คือ
เป็นการเพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนระบบการเรียนการสอน ผ่านระบบเครือข่าย(Network)เฉพาะภายในมหาวิทยาลัย(Intranet) และภายนอกมหาวิทยาลัย(Internet) ของสาขาวิชาศิลปกรรม สาขาวิชาออกแบบกราฟิก สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ สาขาวิชาออกแบบประยุกต์ศิลป์ และหรือใช้ในสาขาวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ ของผู้เรียน โดย นัย ภาระความรับผิดชอบงานสอนของคณาจารย์ประจำ หรือคณาจารย์ที่เข้าร่วมกิจกรรมในเครือข่ายเพื่อใช้เป็นแนวทางและต้นแบบของการศึกษาวิจัยและพัฒนา(Research & Development)ในศาสตร์ศิลปกรรม(Fine and Applied Arts Research) ที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้อง(Related or Integrated to)กับสายงานด้านระบบเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศ และระบบการสื่อสารเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนและการจัดฝึกอบรม การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับ ด้านการออกแบบกราฟิก การออกแบบเว็ปไซท์ และการออกแบบระบบบริหารจัดการเว็ปไซท์ ด้วยระบบ Content Management System และระบบ eLearning Management System ในแนวทางของศาสตร์ทางด้านวิชาชีพศิลปกรรมที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้อง(Related or Integrated to)กับสายงานด้านระบบเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศ และระบบการสื่อสารเพื่อเป็นการบริการวิชาการแก่สังคม เป็นศูนย์รวมและแหล่งกระจายองค์ความรู้ แนะนำ พัฒนาการใช้งานในส่วนของภาษาไทยของระบบนี้หรือระบบอื่นๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ตามนโยบายเดิมของทีมพัฒนาต้นแบบระบบนี้(Opensource CMS) เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่วงการการศึกษาของไทยเรา เป็นอีกหนึงทางเลือกในการนำไปใช้ เพื่อการบริหารจัดการเนื้อหา ข่าวสาร สาระการเรียนรู้ ไม่ว่าจะใช้ภายในระบบเครือข่ายย่อยๆในโรงเรียน ห้องเรียน (Lan) ภายในองค์กร(IntraNet) เครือข่ายระยะไกลเฉพาะ(Wan) หรือแม้กระทั่งจัดตั้งเป็นเว็ปไซท์ท่า (Portal CMS Website) บริการในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต(Internet ) ทื้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ได้แบบง่ายๆ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ในการเข้าบริหารจัดการระบบ (Dynamic Web) ในส่วนของกิจกรรม เนื้อหา ข่าวสาร สาระต่างๆได้ สะดวก รวดเร็ว และเสริมทักษะการคิด การอ่าน การศึกษาเรียนรู้ร่วมกันของครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป (Public) หรือในเฉพาะกลุ่ม (Private) ทั้งที่เป็นผู้เริ่มต้นใหม่ หรือในระดับมืออาชีพ จะได้ร่วมกันใช้และร่วมกันพัฒนาต่อๆไป.
ระบบนี้เป็นระบบที่ได้ติดตั้งร่วมใช้งานกับโปรแกรม USBWebserver 6.0 ที่เป็นโปรแกรมประเภท Free - Open Source มาให้พร้อมใช้งานได้ทันที สามารถทำสำเนาลงบนอุปกรณ์ที่สามารถบันทึกไฟล์ข้อมูลได้ เช่น Flash Drive , Harddisk Drive ได้ทุกรูปแบบ ทั้งแบบพกพา แบบต่อพ่วง หรือจัดเก็บอยู่ภายใน หรือภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์ ในระบบเครือข่ายLanที่แชร์ดิสก์หรือโฟลเดอร์(ใช้งานได้เพียง 1 เครื่อง) ทางช่องสื่อสารที่เป็นอุปกรณ์ USB หรือทางแผ่น CDROM ชนิดที่ใช้กับเครื่องอ่าน-เขียนซ้ำ (CD-RW,DVD-RW)ที่สามารถบันทึกจัดเก็บข้อมูลลงได้ ขอเชิญสมาชิกร่วมทดสอบได้เลยครับ ไปที่ เมนู Download ไฟล์ชื่อ Portable e107CMS Thai USB Webserver.zip ขนาดไฟล์ เกือบ 23 เมกกะไบท์ เยอะหน่อยเพราะรวมทุกอย่างไว้พร้อมใช้เรียบร้อยหมดแล้ว หลังจากโหลดได้แล้วก็เพียงแค่ คลายไฟล์.zip ลงที่ desktop ในเครื่องของคุณ หรือหากอยากจะนำไปใช้ที่อื่นก็ย้ายไปใส่ใน USB Fash Drive ต้องการพื้นที่ 52.8 Mb หรือจะเขียนใส่ CDROM-RW ที่บันทึกได้ ไปเล่นใน CD Writer ก็ตามสะดวกนะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรก็เชิญที่เว็ปหลัก e107thailand.comได้เลย ครับ
วิธีการใช้งาน
1.เปิดโฟลเดอร์แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ไอค่อน USBWebserver
2.เมื่อApache และ MySQL บอกว่า Online แล้วให้คลิกที่คำว่าMenuแล้วเลือกคำสั่ง Localhost แล้วเราก็จะพบกัน อ่านความสำคัญและความเป็นมาซะหน่อยก็ดีนะครับ หากโลโก้ของUSBWebserver เกะกะก็คลิกปิดที่กากะบาทที่มุมขวาบน จะยุบไปกองรวมไว้ที่แถบTask Bar หากคลิก CLose ก็หมายความว่าเลิกกันไป
3.หากจะเข้าใช้งานระบบให้ใส่ชื่อผู้ใช้/สมาชิกว่า admin รหัสผ่านก็ใช้ admin เสร็จแล้วก็คลิกเข้าระบบ ท่านก็จะเข้าใช้ในฐานะของผู้บริหารระบบหรือที่เขาเรียกว่าเป็น Webmin ,Web Administrator ,Web Manager, Web Designer ,Webmaster ก็เลือกเป็นเอาเอง... ทุกอย่างอยู่ที่ปลายนิ้วของท่านแล้ว คำสั่งเกือบทุกอย่างได้แปลเป็นภาษาไทยให้พร้อมอ่านอยู่แล้ว ครูผู้สอนที่ดีที่สุดก็คือตัวท่านเองว่าจะสนใจอย่างจริงจัง และมุ่งหวังจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ท่านเองเช่นไร เชิญศึกษาหาความรู้ได้เลยครับ
ท่านสามารถเรียนรู้ระบบเพิมเติมได้ที่ www.prachid.comwww.e107thailand.com , www.art-rajabhat.net, http://artnet.chandra.acth หรือติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่
ผศ.ประชิด ทิณบุตร : อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม.10900 โทร.08 9667 0091 : date 7-1-2550
![]()
อ่าน/เขียนความเห็น