การสอนภาษาอังกฤษของครูอ้อยในแต่ละคาบ   ครูอ้อยมักจะถามนักเรียนด้วยคำถามที่สั้นๆง่ายๆ  และตอบได้ง่าย  
วิธีการคือ  นักเรียนยกมือเพื่อแสดงเจตนาว่าจะตอบ  เมื่อตอบได้ก็จะได้นั่ง 
ห้องใดมีนักเรียนเรียนอยู่ในระดับเดียวกันจำนวนมากๆ  ห้องเรียนนั้นก็จะสนุก 
หากห้องใดมีนักเรียนทีเรียนดี  มีความสามารถตอบได้ก่อนได้นั่งก่อน  ส่วนพวกที่ยืนก็จะยืนเฉยๆก็จะไม่ยอมตอบ....สงสัยจะเฝือ 
ครูอ้อยจึงหาวิธีการใหม่มาใช้  เพื่อให้อาการเฝือลดน้อยลง  หรือไม่มีการเฝือเลย  เช่น  เปลี่ยนจากการถามเป็นการตอบ  เปลี่ยนจากการตอบเป็นการถามบ้าง  หรือให้จับคู่กันถามกันเองบ้าง   สังเกตได้เลยว่า..อาการเฝือหายไปเลยเป็นปลิดทิ้ง  
การเขียนบันทึกก็เช่นกัน   หากครูอ้อยเขียนบันทึกเกี่ยวกับการวิจัย  แผนการจัดการเรียนรู้  เทคนิคการสอน  ไม่ค่อยจะใครเข้ามาอ่าน 
ถึงอ่านก็จะอ่านแบบผ่านเลยไป  ไม่ค่อยจะแสดงความคิดเห็นกันเสียเท่าไร  ก็เข้าใจค่ะ  เพราะไม่ได้เป็นครู.....ก็เลยไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร   
ครูอ้อยก็เลยเปลี่ยนวิธีการและเรื่องราวการเขียน..เป็นเรื่องราวสนุกสนาน  เรื่องราวที่คลายเครียด  โอย..คนจะเข้ามาอ่านมากมาย  ....ครูอ้อยรู้สิคะ  ก็ครูอ้อยมี site meter นี่คะ  
การบริหารงาน.....ก็เช่นเดียวกัน..จะเกี่ยวกับครูอ้อยไหมนี่  เป็นแค่ครูน้อยจะมาเขียนเรื่องการบริหารได้อย่างไร  
ได้สิคะ  หากครูใหญ่  ไม่มีครูน้อย..ก็จะไม่มีการบริหารเช่นกัน...
การบริหารแบบมีส่วนร่วม..มันก็ดีอยู่....มาก  หากนำมาใช้ที่ใด..ที่นั่นก็เจริญเพราะความร่วมมือทุกๆฝ่าย
แต่หากนำมาใช้บ่อยๆ..มันก็..เฝือ..เช่นกัน   เพราะผู้บริหารเล่นลูกเดียวคือ...การสั่ง 
นี่เข้ามาคลิกอ่าน  หรือหน้าม้ามาอ่าน......จะเฝือ.....เป็นบ้างหรือเปล่า...หากเฝือเป็น...ก็เท่ากับว่า..ยังมีความรู้สึกที่ไม่ตายด้านกับการบริหารแบบมีส่วนร่วม(ร่วมฟัง)  
บริหาร..คือ..การสั่ง 
ทำไมไม้รู้จักคำว่า....เฝือ 
ทำไมไม่รู้จักการเปลี่ยนแปลงเพื่อปลิด..เฝือ..ทิ้งไป 
ทำไมไม่เปลี่ยนวิธีการบริหารแบบที่ครูอ้อยเปลี่ยนแปลงการสอน  และการเขียนบันทึก 
หรือว่า..ต้องจับส่งไปอบรมกันใหม่...เขาพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงกันไปถึงไหนกันแล้ว......เพ่