วันนี้ เราจะปิดค่ายชาวค๊อตโต้ รุ่นที่2 เมื่อคืนนี้จัดให้โต้ความคิดกัน เริ่มจากการเล่าถึงการไปดูงานนอกสถานที่ จุดแรกให้ไปชมวัดป่าแห่งหนึ่งที่ร่มรื่น ในขณะเดียวกันก็ไปเจอสิ่งปลูกสร้างใหญ่โต หลายคนวิเคราะห์ว่า หลักการของพระพุทธศาสนา ต้องการกำกับกิเลศ ต้องการเห็นมนุษย์อยู่กันแบบเบาๆ ไม่แบกโลก แบกวัตถุจนหลังแอ่น พุทธองค์ยังบัญญัติให้พระสงฆ์มีเครื่องแบบเดียว ทรงผมเดียว ไม่ต้องหล่อทางร่างกายแต่หล่อทางจิตใจ มีเครื่องใช้เท่าที่จำเป็น อยู่ให้เป็นภาระโลกน้อยที่สุด ถัดจากนั้นก็ไปดูประสบการณ์ชีวิตในชุมชน
กลุ่มที่1 จัดไปให้เยี่ยมพ่อทอง ศรีธรรมมา นักสู้ชีวิตที่ตกผลึกทางความคิด ทำกิจการงานตามศักยภาพแห่งตน ตื่นตี4ทีวิทยุเป็นเครื่องมือเรียนรู้ เรื่องไหนน่าสนใจก็จดไว้ และนำมาทดลองปฏิบัติ เป็นคนที่แสวงหาความรู้ด้วยการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้อาวุโสที่น่ารัก อารมณ์ดี แต่สู้ชีวิตแบบหัวชนฝา
กลุ่มที่2 จัดให้ไปเยี่ยมแม่จันทร์แดงกับแม่สะอิ้ง แม่สะอิ้งเป็นหญิงหม้ายตัวคนเดียว มีพื้นที่น้อยนิดแต่ปลูกผักทุกอย่างไว้ไปขายหรือไว้แลกกับคนอื่น ที่ยากจนเพราะถูกคนอื่นเอาเปรียบ และลูกขออะไรก็จะยอมให้ลูกทุกอย่าง ในระหว่างที่แม่สะอิ้งเล่า..ก็จะยกมือทุบอกโดยไม่รู้ตัว กลั่นทุกคำพูดออกจากใจ ทำให้หนุ่มค๊อตโต้ ต้องถอยออกมาเพราะน้ำตาตกใน ทำให้ทุกคนคิดถึงแม่ ทบทวนเรื่องแม่ของตนเองในบัดเดี๋ยวนั้น ตั้งใจว่าจะหาเวลาไปหาแม่ให้เร็วที่สุด
กลุ่มที่3 จัดให้ไปเยี่ยมพ่อกว้าง สุวรรณทา ซึ่งเป็นนักจัดการความรู้ระดับชุมชน พ่อกว้างมีภาวะผู้นำสูง จึงมีสมาชิกมาเรียนรู้ด้วยอย่างคับคั่ง ได้ชวนพ่อวิจิตรบรรยายสรุปให้คณะฯเห็นภาพการดิ้นรนต่อสู้ของชาวบ้าน พยายามใช้พื้นที่ของตนเองเป็นแบบอย่าง ด้วยการเสริมสร้างสภาพแวดล้อม เป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา ในขณะเดี่ยวกันก็เป็นนักปฏิบัติตัวยง ผู้คนรอบข้างจึงเกิดความเชื่อถือ ไม่ได้ใช้น้ำลายพัฒนาเหมือนเช่นในที่แห่งอื่นๆ
หลังจากนั้นก็กลับมาช่วยกันทำอาหารกลุ่มละ2อย่าง ทุกคนทำหน้าที่กุ๊กอย่างมืออาชีพ เพียงชั่วโมงเดียวอาหารน่ารับประทานลำเลียงมาเต็มโต๊ะ พรรณนาไม่หมดละครับ แกงส้มดอกมะรุม แกงอ่อมเนื้อ แกงเลียง แกงขี้เหล็ก เนื้อย่าง กบทอด ยำวุ้นเส้น ไข่เจียวสุกรสับ ผัดกระเพรากบ ชิมแล้วอร่อยทุกอย่าง ..ผมอยู่ในช่วงพยายามข่มใจลดน้ำหนัก เผลอแพล๊บเดียวสวมวิญญาณชูชก พุงพองยิ่งกว่าอึ่งอ่างท้องจวนแตกเสียอีก ต้องยอมรับว่าพวกช่างเทคนิคเหล่านี้ฝีมือจัดจ้านนัก ตกงานเมื่อไหร่เปิดร้านอาหารสบาย
อิ่มแล้วเราตั้งวงสนทนากัน คุยไปคุยมาโจทย์แห่งชีวิตจริงก็โผล่ขึ้นมา โดยเฉพาะมูลเหตุของหนี้ พบว่ามีที่มาแปลกๆเช่น หนี้เพราะความหล่อ หนี้เพราะใจอ่อน หนี้เพราะเผลอใจ หนี้เพราะเขายั่วยุให้เป็นหนี้ ..อย่ากระนั้นเลย เอาเรื่องนี้แหละให้เป็นการบ้านแต่ละกลุ่มไปนอนคิด แล้วมานำเสนอในช่วงปิดค่ายพรุ่งนี้เช้า ในเมื่อทุกคนมีประสบการณ์หนี้กันทั่วหน้า ไปคิดออกมาสิว่า จะบริหารหนี้ได้อย่างไร คืนนี้กลุ่มต่างๆสุมศีรษะกันถอดรหัสหนี้กันจนสมองแฉะ เปิดใจเรียนรู้อย่างมีชีวิตชีวาดีมากอีกค่ายหนึ่ง ผมเองก็พลอยได้เรียนรู้ไปด้วย เพราะตอนนี้กำลังโดนอายัดหนี้ครับผม!
เรียน ท่านครูบาสุทธินันท์ ที่เคารพ
เสียดายที่ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมค่ายค๊อตโตในครั้งนี้ครับ เพราะคงต้องขอเวลาในการรักษาตัวสักระยะนะครับ เนื่องจากตอนนี้ตาด้านขวาโดนเย็บ และปิดอยู่ อีกทั้งยังเจ็บที่ชายโครงครับ กะว่าจะไป X-ray ดูอีกรอบครับ
สำหรับมูลเหตุแห่งการเป็นหนี้นั้นช่างเยอะเสียจริงๆ นะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่าเป็นหนี้เพราะความหล่อนั้น… ฟังแล้วก็สมควรอยู่หรอก…ประเภทนี้เขาเรียกว่าหล่อไม่เจียมตัว…เพราะสภาพความเป็นจริงในสังคมนั้น มีอะไรมากมายที่พยายามที่จะสร้าง และโฆษณามายั่วยุกิเลสของคน ถ้าใครมีกิเลสมาก ระงับอารมณ์ไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นหนี้
-นอกจากนั้นยังไม่พอ คนส่วนใหญ่เมื่อตัวองเป็นหนี้แล้ว ยังชมตัวเองอีกต่างหากนะครับว่าตัวเองเป็นคนมีเครดิต เห็นไหมล่ะ นี่แหละครับเขาว่าจนแล้วไม่เจียมตัว (รวมทั้งผมด้วย)
ด้วยความเคารพ อุทัย
เรียน ท่านพี่สุทธินันท์
ฝากเยี่ยมท่านอาจารย์ อุทัยด้วยครับ
สวัสดีค่ะครูบา..
อ่านบันทึกครูบา..ทำให้รู้สึกยิ้มแย้มแจ่มใสแต่เช้า.. จินตนาการนึกถึงว่าได้ไปเยี่ยมพ่อทอง แม่จันทร์ แม่สะอิ้ง พ่อกว้างกะเขาด้วย... แต่ไม่พยายามจินตนาการเรื่องอาหารค่ะ เพราะน้ำหนักชักจะขึ้นเหมือนกัน ^ ^
ซาหวัดดีครับ
เฮ้อ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วซินะ ที่พวกเราชาว C-Building รุ่นที่ 2 ของค่ายกระเบื้องค๊อตโต้ ที่เดินทางมาจากสระบุรี จะต้องกลับบ้านแล้ว หลังจากที่ไป "ลปรร" ที่มหาชีวาลัยตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มาก็จะได้ แง่คิด มุมมอง และที่สำคัญคือมีกำล้งใจในการดำเนินชีวิต ทุกครั้งไป
ขอขอบคุณครูบาฯและคณะอาจารย์ทุกท่าน โดยเฉพาะ อ.ดา อ.ประสงค์ น้องกิ่ง ฯลฯ ที่ช่วยเป็นคุณอำนวยกับค่ายฯในครั้งนี้
โครงการ C-Building เป็นโครงการที่บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด หรือที่รู้จักกันในนามกระเบื้องค๊อตโต้ เครือซิเมนต์ไทย ได้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบบูรณาการ ให้กับพนักงาน เพื่อมาร่วมเรียนรู้ในทุกมิติต่างๆ และได้ร่วมทำโครงการในการพัฒนาตนเองและองค์กร ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว เราอยู่ด้วยกันมา 6 เดือน (เหมือนบ้าน AF เลย) นึกแล้วใจหาย
ผมเองในนามของ Team Facilitator ใจหายจริงๆ ลูกศิษย์ก็จะกลับเข้าไปทำงานตามปกติ เพื่อนำความรุ้ แนวคิด ไปเผยแพร่ในหน่วยงานต่อไป
มหาชีวาลัย เป็นสถานที่ๆให้ "การเชื่อมโยง" ทุกสิ่งในชีวิตได้เป็นอย่างดี
กราบขอบพระคุณจริงๆ
ด้วยจิตคาราวะ
กำลังอ้อน อาจารย์ขจิต มารายงานผลการเสวนาในป่าของท่านไร้กรอบ ครับ
พวกเราชาวค่ายค๊อตโต้ C-Building รุ่นที่ 2 เสียดายจังที่ไม่ได้เจอ อ.อุทัย แต่ยังไงก็ฝากความห่วงใยไปถึงท่านด้วยนะครับ
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ขอให้หายไวๆครับผม
กระเบื้องค๊อตโต้
เขาทำอาหารมายั่วนะครับ
ยั้งปากยั้งใจไม่ได้ พุงก็เลยออกเอาๆๆ
กิจกรรมแบบนี้ทรมานไขมัน แต่พวกทีทำกับข้าวเขาสนุกกัน